เสียงเคาะประตูดังปึงปังรากับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ที่แผดลอยทะลุผนังดินเหนียวเข้ามาในห้องครัวเก่าคร่ำคร่า
"ไป๋อี้หลิง! อย่าคิดว่าแกล้งทำเป็นตายแล้วจะชักดาบข้าวสารครึ่งถุงที่ยืมไปเมื่อวานได้นะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่เปิด ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าแกคิดอกุศลกับหลานชายบ้านซุน!"
ในห้องครัวที่มืดทึบและมีกลิ่นอับของฟางข้าว ไป๋อี้หลิงไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟที่เย็นชืด มุมปากยิ้มเยาะด้วยความสมเพช
*คิดจะใช้มุกเดิมๆ มาข่มขู่รังแกเจ้าของร่างเดิมอีกสินะ* อี้หลิงคิดในใจ ร่างกายนี้เพิ่งจะวิญญาณสับเปลี่ยนมาได้ไม่ถึงวัน หลังจากที่เธอ—เชฟระดับท็อปของศตวรรษที่ 21 ต้องมาจบชีวิตลงเพราะความอ่อนล้าจากการทำงานหนัก แต่สวรรค์คงยังเมตตา หรืออาจจะเห็นว่าชีวิตเดิมเธอยังใช้ความสามารถไม่คุ้ม จึงส่งเธอมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวไร่ยุค 70 ที่อ่อนแอและถูกรังแกจนตรรอก
ปึง! ปึง! เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอกจนฝุ่นดินร่วงกราวลงมา
อี้หลิงสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด ทันใดนั้น ภาพในหัวของเธอก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับมิติแปลกปลอมที่เชื่อมต่อกับจิตสำนึก—*ฟาร์มสุขไร้ขอบเขต*
ฟาร์มขนาดมหึมาที่ถูกจัดแบ่งเป็นสัดส่วน มีทั้งแปลงผักปลอดสารพิษเขียวขจี แปลงข้าวสาลีรวงทองอร่าม โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และที่สำคัญที่สุดคือห้องครัวจำลองที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบระดับภัตตาคารในโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวลายหินอ่อน เครื่องเทศหายาก หรือน้ำมันงาชั้นดี ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบในตู้เย็นกระจกใส
จิตสำนึกของเธอเพียงแค่คิดอยากได้แป้งสาลีเนื้อเนียนกับไข่ไก่สดสักฟอง ปลายนิ้วเรียวยาวก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบของวัตถุดิบที่ปรากฏขึ้นบนโต๊ะไม้เก่าในโลกความเป็นจริงทันที!
อี้หลิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ
*เยี่ยมยอด... ในยุคข้าวยากหมากแพงที่แม้แต่เปลือกไม้ยังถูกแทะเล็มเช่นนี้ เธอกลับมีซูเปอร์маркетส่วนตัวที่ไร้ก้นบึ้งอยู่ในกำมือ*
เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบลงไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบกันของป้าสะใภ้และญาติสนิทมิตรสหายที่พากันมามุงดูความสนุก
"นังเด็กนี่คงช็อกจนสติหลุดไปแล้วมั้ง ป้าใหญ่... ลองพังเข้าไปดูเถอะ เผื่อมีข้าวของอะไรพอจะขนเอาไปได้บ้าง" เสียงของญาติห่างๆ ดังลอดเข้ามา
อี้หลิงแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ *อยากได้ข้าวของนักใช่ไหม งั้นก็เอา "กลิ่นหอม" ไปกระตุ้นต่อมน้ำลายพวกมันเล่นก่อนก็แล้วกัน*
เธอไม่สนใจเสียงโวยวายภายนอกอีกต่อไป เริ่มต้นลงมือจัดการกับวัตถุดิบในมือด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ แม้เตาไฟจะเป็นเตาถ่านเก่าๆ และหม้อดินเผาดำๆ แต่เมื่ออยู่ในมือของอดีตเชฟมือทองแล้ว มันย่อมไม่ใช่ปัญหา เธอก่อไฟด้วยฟางแห้งอย่างชำนาญ ควบคุมเปลวไฟให้อ่อนโยนกำลังดี
แป้งสาลีจากมิติลับถูกนวดจนเนียนนุ่ม ยืดหยุ่นได้ที่ ก่อนจะถูกรีดเป็นแผ่นบางเฉียบแล้วซอยเป็นเส้นเล็กๆ สม่ำเสมอด้วยมีดทำครัวขึ้นสนิม น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่แอบดึงออกมาจากช่องแช่แข็งในมิติลับถูกเทลงหม้อดิน เดือดปุดๆ ส่งเสียงน่าฟัง พร้อมกับใส่เห็ดหอมแห้งและขิงแก่ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว
ขั้นตอนสุดท้ายคือการตีไข่ไก่สดสีทองอร่ามลงไปในน้ำซุปเดือดๆ ให้กลายเป็นริ้วไข่นุ่มฟู โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดที่เพิ่งเด็ดสดๆ จากแปลงในมิติ
*ฟรึบ...*
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของบะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนผสมความหอมมันของไข่และต้นหอมคั่วพริกไทย พลุ่งพล่านทะลุรอยแตกของประตูไม้เก่า ลอยละลิ่วออกไปปะทะกับสายลมหนาวภายนอกทันที!
ภายนอกประตู... ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังจะเงื้อมือขึ้นทุบประตูรอบใหม่ ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูกอย่างลืมตัว ดวงตาเบิกโพ้างงงัน
"กลิ่น... กลิ่นอะไรน่ะ? หอมขนาดนี้..." ญาติอีกคนกลืนน้ำลายลงคออิกเอือก เสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นแข่งกับลมหนาว
ภายในห้องครัว อี้หลิงคีบเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มสีนวลขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะตักน้ำซุปร้อนๆ ซด1คำ รสชาติกลมกล่อมล้ำลึกละมุนลิ้นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง กายที่เคยหนาวเหน็บและอ่อนล้าพลอบอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น พลังงานชีวิตฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว
เธอนั่งกินบะหมี่ชามโตอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางเสียงกลืนน้ำลายดังเอือกๆ จากคนนอกประตูที่เริ่มทนไม่ไหวและพยายามดันประตูเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
ในจังหวะที่อี้หลิงกำลังจะคีบคำสุดท้ายเข้าปากนั้นเอง แรงกระแทกอันรุนแรงก็ทำให้กลอนประตูไม้ผุพังผับลงมา เสียงไม้หักดังสนั่นพร้อมกับร่างของป้าสะใภ้ใหญ่ที่เซถลาเข้ามาในห้องล้มไม่เป็นท่า
ทว่า... ก่อนที่ป้าสะใภ้จะได้อ้าปากแผดเสียงด่าทอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าประตูดันร่างของพวกญาติจอมกวนประสาทออกไปจนหมดสิ้น
สวีเฟิงกวาดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองเหล่าญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจนทุกคนต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นจะหันกลับมามองอี้หลิงที่นั่งกินบะหมี่อยู่อย่างใจเย็น ดวงตาคมเข้มฉายแววคลั่งรักและห่วงใยจนปิดไม่มิด
"อี้หลิง... ผมกลับมาแล้ว ใครกล้าทำอะไรคุณ บอกผมมาคำเดียว ผมจะจัดการพวกมันให้ราบคาบ" สวีเฟิงเอ่ยเสียงทุบทุ้ม แววตาอ่อนโยนลงทันทีเมื่อสบตากับเธอ
แต่อี้หลิงยังไม่ทันได้เอաբปากตอบ ประตูห้องครัวที่ถูกเปิดกว้างก็เผยให้เห็นเงาร่างของชายชราคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารแผ่นหนึ่งในมือ สีหน้าของเขาซีดเผือดและสั่นเทาขณะมองหน้าอี้หลิง
"นังหนูไป๋... ทางการเพิ่งประกาศรายชื่อ... ที่ดินผืนสุดท้ายของปู่แก ถูกทางการสั่งยึดไปใช้สร้างค่ายทหารแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความอบอุ่นและกลิ่นอายอันหอมกรุ่นนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักไอน้ำและฟาร์มรักกลางทุ่งลมหัน•ตอนที่ 2
มิติลับปรากฏ กลิ่นหอมฟุ้งกลางห้องครัวเก่า
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักไอน้ำและฟาร์มรักกลางทุ่งลมหัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!