เสียงทุบประตูไม้หน้าบ้านพักทรุดโทรมดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาให้ได้ ไม่จำเป็นต้องเดาให้เสียเวลาว่าเจ้าของเงาร่างกระสับกระส่ายที่เงาหัวทาบทับอยู่หลังบานประตูกำลังแสดงอาการร้อนรนปานไฟลนก้นเพียงใด
"ไป๋อี้หลิง! นังเด็กอกตัญญู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกของนางหูว์ ผู้เป็นย่าจากตระกูลไป๋สายรองแผดเผาเข้ามาในความเงียบงัน ตามด้วยเสียงทุบปึงปังไม่ยั้งมือราวกับจะประกาศศักดาความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
อี้หลิงชะักมือที่กำลังถือตะหลิวผัดหมูสามชั้นในกระทะเหล็กหล่อลงเล็กน้อย เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันวาววับ ปลายจมูกได้รูปสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของซีอิ๊วคั่วกับน้ำตาลทรายแดงที่กำลังเคลือบเนื้อหมูจนขึ้นเงาสวยงาม อาหารมื้อนี้หอมหวลจนคนข้างบ้านยังต้องกลืนน้ำลาย แต่สำหรับคนนอกที่กำลังแผดเสียงอยู่หน้าบ้าน มันกลับเป็นเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนที่น่ารำคาญเสียมากกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน ข่าวลือจากจดหมายของทางการเรื่องที่ดินผืนสุดท้ายของปู่ถูกสั่งยึดไปสร้างค่ายทหาร แพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่ง ตระกูลไป๋สายรองที่เคยหมายตาจะฮุบเงินชดเชยและกอบโกยผลประโยชน์จากมรดกชิ้นสุดท้าย จึงยกโขยงกันมาพังประตูบ้านเธอด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
ก๊อก... ก๊อก...
อี้หลิงไม่รีบร้อน เธอตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามอย่างประณีตบรรจง ก่อนจะเดินน่องๆ ไปปลดกลอนประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แอ๊ด...
ทันทีที่บานประตูเปิดออก นางหูว์ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีตุ่นก็พุ่งทะยานเข้ามาหมายจะผลักอกเธอให้พ้นทาง ทว่าอี้หลิงกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างท้วมของหญิงชราเซถลาไปชนกับวงกบประตูจนหน้าคว่ำ เกือบจะล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
"อุ๊ย! คุณย่าระวังหน่อยสครับ แก่ป่านนี้แล้วกระดูกกระเดี้ยวเปราะบาง เกิดล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา ทางการคงไม่ได้จัดเตรียมงบค่าทำศพไว้ให้หรอกนะครับ" เสียงหวานใสเอ่ยทักทายด้วยน้ำเจือแววห่วงใยจอมปลอม แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"นัง... นังเด็กปากดี!" นางหูว์หน้าดำคร่ำเครียด หันขวับมาถลึงตาใส่หลานสาวด้วยความแค้นเคือง ลุงใหญ่ไป๋เฉิงที่เดินตามหลังมาติดๆ รีบเข้ามาประคองมารดาพร้อมกับถลึงตาขู่ "อี้หลิง แกกล้าดียังไงมาพูดจาก도กปรกกับย่า! หลีกไป ฉันรู้ว่าแกซ่อนเงินชดเชยที่ดินของปู่ไว้ที่ไหน รีบเอาออกมาซะดีๆ ทางการประกาศแล้ว ที่ดินผืนนั้นถูกยึด เงินชดเชยต้องตกเป็นของตระกูลใหญ่เพื่อใช้จุนเจือครอบครัว!"
อี้หลิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอพิงสะโพกกับกรอบประตู กอดอกมองสองลุงหลานจอมสูบเลือดสูบเนื้อด้วยแววตาสมเพช
"เงินชดเชย? ที่ดินอะไรกันครับ ลุงใหญ่... หูฝาดไปหรือเปล่า หรือว่าสมองเริ่มเสื่อมตามอายุขัย?" อี้หลิงเอ่ยน้ำเนิบนาบทว่าเชือดเฉือน "ที่ดินผืนนั้น ทางการประกาศยึดไปสร้างค่ายทหารก็จริง แต่กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า 'ไม่มีการจ่ายค่าชดเชย' เนื่องจากเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามกำหนด... หรือว่าพวกท่านอ่านหนังสือไม่ออก ถึงได้วิ่งโร่มาแบมือขอเงินจากฉันที่นี่ หน้าตาเฉยขนาดนี้ เอาหน้าหนาๆ ไปไว้ไหนหมดครับเนี่ย"
"เหลวไหล!" ไป๋เฉิงหน้าถอดสี ตบโต๊ะข้างฝาบ้านเสียงดังลั่น "แกอย่ามาโกหก! คนในหมู่บ้านบอกว่าแกไปที่ทำการอำเภอมา แกต้องได้เงินมาแน่ๆ คายออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าแกเนรคุณ ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่!"
บรรยากาศในห้องโถงคับแคบพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที นางหูว์อาศัยจังหวะที่ลูกชายขู่ตะคอก ทรรุดตัวลงนั่งกับพื้น เอาสองมือทุบเข่าตัวเองโอดครวญเสียงดังลั่นบ้าน "ฟ้าดินเอ๋ย ดูหลานอกตัญญูคนนี้เถอะ! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ปู่ตายไปไม่ทันไรก็คิดจะฮุบสมบัติคนเดียว ปล่อยให้ย่าแก่ๆ กับลุงของแกอดตายอยู่ที่บ้านสายรอง ช่างใจดำอำมหิตนัก!"
ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้มีหรือที่อี้หลิง อดีตเชฟมือทองผู้ผ่านสังเวียนชีวิตและเล่ห์เหลี่ยมคนมานับไม่ถ้วนจะรับมือไม่ไหว เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่เสมอหญิงชราจอมมารยา ส่งยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยพิษสงร้ายกาจ
"คุณย่าครับ ร้องไห้คร่ำครวญแบบนี้ น้ำตาไม่ไหลสักหยด เกรงว่าต่อให้ร้องจนเสียงแหบแห้ง ทางการก็ไม่ส่งเบี้ยหวัดมาให้หรอกนะครับ" อี้หลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แล้วอีกอย่าง... สมบัติของปู่เหรอครับ? ตอนที่พ่อกับแม่ฉันล้มป่วยจนตาย ใครกันที่เป็นคนขับไล่พวกเราออกมาจากบ้านใหญ่โดยไม่ให้ข้าวสารกรอกหม้อสักเม็ด? ตอนที่ฉันต้องอดมื้อกินมื้อ ลุงใหญ่เคยเอาเศษแป้งจี่มาแบ่งให้กินสักแผ่นไหมครับ?"
คำพูดแต่ละคำพุ่งตรงเข้าแสกหน้าของสองแม่ลูกตระกูลไป๋จนหน้าชาดิก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไป๋เฉิงอ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ ใบหน้าอวบอูมขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธแค้นผสมความละอายที่ถูกขุดคุ้ยความชั่วช้าในอดีต
"แก... นังสารเลว!" ไป๋เฉิงทนไม่ไหวเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนหลานสาวสักฉาด
หมับ!
ทว่า ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะกระทบใบหน้าของอี้หลิง กลับมีมือแกร่งดั่งคีมเหล็กข้างหนึ่งยื่นเข้ามาควσόข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของไป๋เฉิงลั่นกรอบด้วยความเจ็บปวด
"อ๊าก! มือฉัน! ใครวะ!" ไป๋เฉิงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชียบ สวีเฟิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอี้หลิง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองไป๋เฉิงด้วยแววตานิ่งงันแต่น่าเกรงขามจนน่าขนพองสยองเกล้า ออร่ากดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
"มือข้างนี้... รังเกียจนักว่าภรรยาผมสอนสั่งไม่เป็น หรือว่าอยากให้ผมช่วยตัดทิ้งไปเสีย จะได้ไม่ต้องมายื่นให้เกะกะสายตาอีก?"
เสียงทุบต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทำเอาไป๋เฉิงและนางหูว์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง นายทหารหนุ่มผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและฝีมือการต่อสู้ในกอง
อี้หลิงเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของสามีหนุ่มที่ก้าวเข้ามาปกป้องเธอในยามวิกฤต มุมปากหยักยิ้มบางๆ ด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอก
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังพลิกกลับมาอยู่ในกำมือของสองสามีภรรยา เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอีกครั้งอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงหอบหายใจของเด็กน้อยในหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"พี่อี้หลิง! พี่สวีเฟิง! แย่แล้วครับ! มี... มีคนกลุ่มใหญ่แต่งตัวแปลกประหลาดถือเอกสารตราประทับสีแดงจากตัวเมือง... กำลังเดินตรงมาที่บ้านของพวกพี่แล้ว!"
------------------------------------------------ж------------------------------------------------
*(หมายเหตุจากผู้เขียน: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กับดักไอน้ำและฟาร์มรักกลางทุ่งลมหัน" มาโดยตลอดนะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้)*
กับดักไอน้ำและฟาร์มรักกลางทุ่งลมหัน•ตอนที่ 3
เปิดฉากฟาดฟัน ญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อต้องหน้าชา
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักไอน้ำและฟาร์มรักกลางทุ่งลมหัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!