นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 14

ความลับที่ซ่อนใต้ความเย็นชา

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"ถ้าคุณยังดื้อดึงจะใช้มือข้างนั้นหยิบเอกสารอีกครั้ง ผมคงต้องหาอะไรมามัดมันไว้กับตัวคุณเสียจริง ๆ นะครับ คิรากร" เสียงหวานหูแต่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสลัว กลิ่นอายของชาดำผสมกับกลิ่นเลือดจาง ๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บ่งบอกถึงเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รินยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานสีเข้ม ดวงตาสองสีทอประกายดุดันระคนเป็นห่วง ขณะจ้องมองร่างสูงใหญ่ของคุณชายแห่งตระกูลมาเฟียผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งความเจ็บปวดของร่างกายตัวเอง คิรากรชะงักมือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแฟ้มคดีสำคัญ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่มด้วยแววตานิ่งสนิทตามวิสัย แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มบางเบาอย่างนึกขัน "เป็นแค่เด็กในปกครอง แต่กล้าออกคำสั่งกับเจ้าบ้านอย่างนั้นหรือครับ ริน" "เด็กในปกครองที่กำลังเช็ดแผลให้คุณอยู่ทุก ๆ สองชั่วโมงคนนี้แหละ ที่จะทำให้คุณอดตายนอนจมกองเลือดบนเก้าอี้ตัวนี้ ถ้ายังไม่เลิกทำตัวเป็นอมตะเสียที!" รินสวนกลับทันควันอย่างไม่เกรงกลัว ขายาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวคว้าข้อมือหนาของอีกฝ่ายไว้แน่น ออกแรงบังคับให้คิรากรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยไม่เปิดโอกาสให้เถียง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ไอร้อนจากกายของคิรากรปะทะเข้ากับใบหน้าของริน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในความเงียบนั้น เสียงหัวใจที่เต้นระรัวกลับดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาโบราณบนผนัง รินถอนหายใจยาว พลางหยิบสำสีชุบแอลกอฮอล์มาแตะลงบนรอยแผลยาวบริเวณหัวไหล่หนาที่ถูกเฉือนด้วยคมมีด "อึก..." คิรากรหลุดเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอ ร่างกายกำยำเกร็งกระตุกเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ขยับหนี ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้ทำหน้าที่ตามอำเภอใจ แม้ว่าความเจ็บปวดจะวิ่งพล่านไปทั่วเส้นประสาท ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประสบการณ์พิเศษของรินทำงาน ดวงตาสีรัตติกาลของเขาเกิดประกายแสงเรืองรองวูบหนึ่ง ภาพความทรงจำอันมืดหม่นและเจ็บปวดของคิรากรก็ไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับเขื่อนแตก ไม่ใช่แค่บาดแผลทางกายที่ปรากฏต่อสายตา... แต่รินกำลังมองเห็น 'บาดแผลในใจ' ที่ลึกซึ้งและกัดกินวิญญาณของคุณชายผู้เย่อหยิ่งคนนี้มาเนิ่นนาน ภาพของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มืดมิด เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว กลิ่นคาวเลือดของบุคคลอันเป็นที่รัก และแววตาเย็นชาที่ถูกบังคับให้สวมใส่เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกมืด รินเห็นความโดดเดี่ยว ความกดดัน และความลับอันดำมืดที่คิรากรต้องแบกรับไว้บนบ่าเพียงลำพังมาตลอดชีวิต มือที่ถือสำสีของรินสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความโกรธและท่าทีปากร้ายก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความเจ็บแปลบในอกแทน เมื่อเขาตระหนักได้ว่า... ภายใต้เกราะป้องกันที่แข็งกระด้างและรอยยิ้มเยือกเย็น ผู้ชายคนนี้แตกสลายมามากขนาดไหน คิรากรสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของเด็กหนุ่ม ร่างสูงชะงัก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสองสีคู่นั้นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสจาง ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "คุณ... ทนอยู่กับเรื่องแบบนี้มาตลอดได้อย่างไรกันครับ คิรากร" เสียงของรินแผ่วเบาและสั่นเครือ ไร้ซึ่งความกวนประสาทอย่างเคย คิรากรนิ่งงันไป ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายลู่ลงเล็กน้อยราวกับเกราะป้องกันนับสปีชีส์พังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญกับแววตาที่มองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งหัวใจของริน ไม่มีใครเคยสบตาเขาแล้วมองเห็นความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโหดเหี้ยมนี้มาก่อน... ไม่มีเลย จนกระทั่งเด็กคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต "มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจหรอกครับ ริน" คิรากรเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก ทว่ามือข้างที่ใช้งานได้ดีกลับเอื้อมขึ้นไปกุมมือของรินที่ยังวางอยู่บนลาดไหล่ของเขาไว้แน่น "แต่มันเป็นเรื่องของผมไปแล้วนี่ครับ!" รินโพสต์ขึ้นเสียงแข็ง กลั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก "หยุดทำตัวเป็นคนเข้มแข็งตลอดเวลาสักทีจะได้ไหม... ถ้าเหนื่อยนัก ก็ร้องไห้ออกมาสิครับ มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคนแท้ ๆ ทำไมต้องแบกรับไว้คนเดียวอีก" คำพูดนั้นราวกับกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูห้องขังในใจของคิรากร ดวงตาคมกริบไหวระริก ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นชานับสิบปีปะทุขึ้นมาจนยากจะควบคุม ร่างสูงดึงข้อมือของรินแรง ๆ เพียงครั้งเดียว จนเด็กหนุ่มเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน กลิ่นกายเฉพาะตัวและอณูความอบอุ่นโอบล้อมรินไว้ท่ามกลางค่ำคืนอันหนเหน็บ คิรากรซบใบหน้าลงกับลาดไหล่บาง เสียงหายใจผ่อนเข้าออกลึกซึ้งและสั่นเทาเล็กน้อย มือหนากอดกระชับเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปในอากาศ "ริน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู "อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น... อย่าทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีหัวใจอยู่เลยครับ" รินใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้แผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นชาของห้องทำงาน มือเรียวค่อย ๆ ยกขึ้นโอบแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มอย่างปลอบโยน นิ้วเรียวตบเบา ๆ ที่ลาดไหล่อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเสน่หาที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ท่ามกลางอันตราย แต่ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังหลอมรวมเข้าหากันด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชา... *กริ๊ก!* เสียงปลดล็อกลูกบิดประตูด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมพอที่จะทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา ประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อกแน่นหนากลับค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะช่วงเวลาอันแสนหวาน... แต่ดูเหมือนว่าความลับที่พวกคุณพยายามปกปิดกันอยู่ จะถูกเปิดเผยทั้งหมดแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%