เสียงปรบมือสามครั้งดังขึ้นจากความมืดที่มุมห้อง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาเหยียบในเขตหวงห้ามแห่งนี้ ประโยคเมื่อครู่ยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดบรรยากาศอันตึงเครียดให้ขาดวิ่น
รินสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้สองมือผลักอกคนที่ยืนค้ำฟ้าอยู่เหนือตัวออกทันที แม้ว่าเมื่อวินาทีที่แล้ว ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่จะแทบไม่มีเหลืออยู่เลยก็ตาม ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่คิรากรกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่เพียงแค่ขยับตัวช้าๆ เอาตัวบังรินไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ปลายนิ้วเรียวยังคงมีคราบความอบอุ่นจากผิวเนื้อของเด็กหนุ่มติดอยู่จางๆ
"นายเข้ามาได้ยังไง... ฌาน" รินกัดฟันกรอด เอ่ยชื่อแขกผู้ไม่เชิญด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน
ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนผู้มีรอยยิ้มเย็นชาประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา ก้าวเท้าออกจากเงาสลัวของเสาหินอ่อนทีละก้าว นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองสภาพอันล่อแหลมของคนทั้งคู่ด้วยแววตาสนอกสนใจเสียยิ่งกว่าสถานการณ์คับขันตรงหน้า "ประตูทางเข้าหน้าคฤหาสน์ไม่ได้ลงกลอนแน่นหนาขนาดนั้นหรอกครับคุณริน... อีกอย่าง ถ้าผมไม่เข้ามาตอนนี้ เกรงว่าความลับที่ตระกูลของคุณคิรากรปิดบังไว้ คงจะกลายเป็นเรื่องรองจาก 'เรื่องส่วนตัว' ของพวกคุณไปเสียก่อน"
คิรากรแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคู่คมดุจสัตว์นักล่าหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "ปากดีขึ้นนี่... คิดว่าถือไพ่เหนือกว่ารึไง ถึงกล้าเดินเข้ามาหาที่ตายถึงถิ่นฉัน"
"ผมไม่ได้มาเพื่อตายครับคุณคิรากร" ฌานแย้มยิ้ม ไร้ความเกรงกลัวต่อแรงกดดันระดับมาเฟียที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย เขายกเอกสารในมือขึ้นระดับอก "ผมมาเพื่อยื่นข้อเสนอ... ข้อเสนอที่จะทำให้เราไม่ต้องมานั่งเล่นเกมแมวไล่จับหนูให้เสียเวลาอีกต่อไป"
รินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่สติสัมปชัญญะและความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวกลับทำงานอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยหรี่มองเอกสารในมือของอีกฝ่าย "ข้อเสนออะไร... ไหนลองพูดมาสิ ถ้ามันน่าสนใจพอ ฉันอาจจะพิจารณาไม่เอาเรื่องที่คุณเสียมารยาทบุกรุกเข้ามา"
"ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า... เอกสารแผ่นนี้ระบุชื่อของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อนไว้อย่างชัดเจนครับ" ฌานก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาคมกวาดมองสลับระหว่างรินกับคิรากร "ไม่ใช่ลูกน้องปลายแถว แต่เป็นคนใกล้ตัวของคุณคิรากรเอง... คนที่คุณไว้ใจที่สุด"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รินหันไปมองหน้าคิรากรโดยอัตโนมัติ สัมผัสพิเศษจากดวงตาคู่นั้นบอกเขาว่า มาเฟียหนุ่มไม่ได้ประหลาดใจกับชื่อที่จะได้ยินเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันคือความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยต่างหาก
"นายรู้มากเกินไปแล้วนะ ฌาน" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของรินแล้วดึงให้มาอยู่ด้านหลังของตนเองอย่างปกป้องโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะร้ายและชอบทำตัวเอาแต่ใจ แต่ในยามวิกฤต ร่างกายของเขากลับขยับปกป้องเด็กหนุ่มคนนี้ก่อนความคิดของตัวเองเสียอีก
รินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเขาไว้แน่น มันไม่ใช่การจับเพื่อพันธนาการ แต่มันคือการปกป้อง... เป็นครั้งแรกที่มาเฟียผู้ไร้หัวใจคนนี้แสดงความห่วงใยออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
"ห่วงเขาเหรอครับ? ทั้งๆ ที่คุณเองก็รู้ดีว่าเด็กคนนี้มีความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้จากคุณมาตลอด" ฌานหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "ความลับที่ว่า... ดวงตาคู่นั้นมองเห็นอะไรได้มากกว่าที่มนุษย์ทั่วไปควรมองเห็น"
รินสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความลับที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดถูกเปิดโปงต่อหน้าคนนอกอย่างง่ายดาย เขารีบดึงมือออกจากการกุมของคิรากร แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับฌานด้วยแววตาดุดัน "นายพูดเรื่องอะไร..."
"อย่ามาทำเป็นไขสือเลยครับคุณริน" ฌานเดินเข้าไปประชิดตัวรินด้วยความรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมออกไปหมายจะคว้าคางของเด็กหนุ่ม
*ปัง!*
เสียงกระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างตกลงที่พื้นเบื้องหน้าของฌานพอดี เศษกระจกกระจายเกลื่อนกลาด ฌานชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อเงาดำขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับริน คิรากรยืนถือปืนพกสีดำสนิทในมือ ควันจางๆ ลอยกรุ่นออกจากปากกระบอกปืน แววตานั้นวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียมระดับที่ต่อให้เป็นฆาตกรมืออาชีพยังต้องถอยหลัง
"ถ้าแกกล้าแตะต้องตัวเขาแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... นัดต่อไปจะไม่ใช่แค่เฉียดพื้นแน่" คิรากรเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังอำนาจจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ฌานถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ "ใจร้อนเสียจริงนะครับ... งั้นผมจะวางเอกสารนี่ไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน แล้วค่อยมาดูกันว่า เมื่อคุณรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเด็กคนนี้แล้ว คุณจะยังอยากปกป้องเขาอยู่ไหม"
พูดจบ ฌานก็โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี ก่อนจะหันหลังแล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างที่แตก ภายในพริบตาร่างนั้นก็หายลับไปกับความมืดของค่ำคืน
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอก เขาก้มมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะสลับกับแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
คิรากรไม่ได้หันกลับมามองเขาทันที ร่างสูงยืนนิ่งถือปืนค้างไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลดมือลงแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาที่มองมาที่รินในตอนนี้ไม่ได้ดุดันหรือเย็นชาเหมือนเก่า แต่มันเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
"นาย..." รินอ้าปากจะเอ่ยถาม แต่กลับถูกอีกฝ่ายตัดบทเสียก่อน
"นายปิดบังอะไรฉันอยู่รึเปล่า... ริน" น้ำเสียงนุ่มทุมที่เอמהถามออกมานั้นราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงปืนนัดเมื่อครู่ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรินอีกครั้งอย่างเชื่องช้า บีบบังคับให้เด็กหนุ่มต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
คิรากรใช้มือข้างหนึ่งยันผนังไว้ กักตัวรินให้อยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเด็กหนุ่ม
ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของริน ราวกับต้องการจะค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น โดยไม่มีช่องให้หลบหนี
"ถ้ามีความลับ... ก็พูดออกมาตอนนี้ซะ" คิรากรกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน... แล้วใช้วิธีของฉันในการค้นหามันเอง"
— ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความลึกลับนี้ด้วยกันนะครับ —
นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 15
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!