"ถอยออกไปจากตัวเขา... วาสิน"
น้ำเสียงที่กดต่ำจนเกือบเป็นกระซิบ แต่กลับทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นไม่ได้กวาดมองสิ่งอื่นใดเลย นอกจากมือของวาสินที่ยังคงแตะอยู่ตรงข้อศอกของผม
ผมสะดุ้งเล็กน้อย พยายามจะชักแขนกลับ แต่กลับถูกวาสินรั้งไว้ด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก
"อ้าว คุณคิรากร... แขกผู้ทรงเกียรติแห่งตระกูลใหญ่ มาเร็วกว่าที่คิดนะครับเนี่ย" วาสินเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยชาย ไม่ยอมขยับเขยื้อนออกห่าง แถมยังจงใจโน้มตัวลงมาใกล้ผมเข้าไปอีกนิด "พวกเรากำลังคุยกันเรื่องสนุกๆ อยู่พอดี คุณเองก็สนใจความลับของรินเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ"
เพล้ง!
เสียงแก้วน้ำบนโต๊ะข้างโซฟาแตกกระจายโดยไม่มีใครแตะต้อง แต่นั่นไม่ใช่เวทมนตร์... มันคือแรงกดดันมหาศาลจากไอปกป้อง (Aura) ของมาเฟียหนุ่มที่ระเบิดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ รินเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผาอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธธรรมดา แต่มันคือความหึงหวงที่ดิบเถื่อนและไร้การปรุงแต่งใดๆ
คิรากรไม่ได้สนใจเศษแก้วที่กระเด็นแม้แต่น้อย เขาย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัววาสิน มือหนาเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่มีใครทันตั้งตัว แรงกระชากนั้นทำให้วาสินเซถอยหลังไปหลายก้าว รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้านั้นเลือนหายไปทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับความน่ากลัวของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "เงา" แห่งโลกใต้ดิน
"ฉันเตือนนายครั้งเดียว... วาสิน" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "อย่ามาแตะต้องคนของฉันด้วยมือสกปรกของนาย"
"คนของ... คุณ?" วาสินแค่นหัวเราะในลำคอ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรอง แต่ความเจ้าเล่ห์ก็ยังฉายชัดอยู่ในแววตา "ผมจำได้ว่ารินเป็นอิสระ และเขาก็ไม่ได้มีปลอกคอสวมไว้สักหน่อย คุณคิรากรกำลังใช้อำนาจเกินขอบเขตไปหรือเปล่าครับ"
ผมยืนมองการปะทะคารมระหว่างผู้ชายอันตรายสองคนตรงหน้า หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง คำว่า *'คนของฉัน'* ที่ออกจากปากของคิรากรมันก้องกังวานอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู ทั้งที่ควรจะโกรธที่ถูกเหมาว่าเป็นเจ้าของ แต่ทำไม... หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงขนาดนี้
"เขาจะเป็นของใคร... ไม่ใช่วิสัยที่คนนอกอย่างนายจะต้องมาเสือก" คิรากรกดเสียงต่ำลงไปอีก มือที่กำคอเสื้อวาสินออกแรงบีบแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่แคะกระสุนออกจากหัวนาย"
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะหยิบมีดมาตัดได้ วาสินมองหน้าคิรากรสลับกับผม ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่หล่นหาย
"ก็ได้ครับ... ผมจะยอมถอยให้ก่อนในวันนี้" วาสินปัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางสบายๆ แม้ใบหน้าจะเริ่มตึงเครียดขึ้นมาบ้าง "แต่จำไว้เถอะคุณคิรากร... เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และริน... ก็ไม่ได้มีความลับแค่เรื่องเดียวหรอกนะ"
พูดจบ วาสินก็เดินผ่านตัวคิรากรออกไปอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งให้ความเงียบงันและกลิ่นอายความตึงเครียดปกคลุมไปทั่วห้อง
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ ผมยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว รังสีความหึงหวงที่ยังคงคุกรุ่นอยู่รอบตัวคิรากรทำให้ผมรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"นาย..." ผมพยายามจะเอ่ยทำลายความเงียบ แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ ร่างสูงก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
พรึบ!
แผ่นหลังของผมชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างจัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้นกั้นทางหนีทั้งสองข้าง ขังผมให้อยู่ในอ้อมแขนของเขา คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชิดกัน ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นลึกล้ำและดุดันเสียจนผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ใครอนุญาตให้นายปล่อยให้มันแตะตัวหรึงอ... ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนแก้มทำให้ผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"ผม... ผมไม่ได้ยอมให้เขานะ..." ผมเถียงเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาที่ร้อนแรงรากับจะแผดเผานั้น แต่คืรากรกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางผมให้หันกลับมาสบตาตรงๆ
"แล้วทำไมไม่ถอยหนี ทำไมต้องยืนให้มันมองด้วยสายตาแบบนั้นรู้ไหมว่าฉัน..." คิรากรชะงักคำพูดไปชั่วขณะ ดวงตาไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด ความหึงหวง ความโกรธ และความกลัวที่จะสูญเสีย ปะปนกันอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นจนน่าใจหาย
"นาย... หึงผมเหรอ?" ผมหลุดปากถามออกไปอย่างลืมตัว ความกล้าหาญชั่ววูบทำให้ผมกล้าสบตาตรงๆ กับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลคนนี้
คิรากรนิ่งไปทันที สันจมูกคมสันขยับเล็กน้อย ราวกับเขากำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตราย... และความคลั่งรักที่ทะลักล้นจนปิดไม่มิด
"ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปาก "นายคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ปฏิเสธความรู้สึกของฉันงั้นเหรอ ริน"
หัวใจของผมกระตุกวูบ สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของเขาที่เลื่อนมาสัมผัสพวงแก้มแผ่วเบา มันอ่อนโยนจนขัดกับแววตาดุดันคู่นั้นอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดนี้กำลังทำให้ผมสูญเสียการควบคุมตัวเองทีละน้อย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเรากำลังจะขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมเพื่อก(า)รข้ามเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"นายครับ! แย่แล้วครับ... หน่วยสืบราชการลับบุกเข้ามาล้อมตึกนี้ไว้หมดแล้ว!" เสียงตะโกนของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพนายใหญ่ของพวกเขากำลังกักตัวเด็กหนุ่มไว้ชิดผนังในท่าทางที่ล่อแหลมสุดขีด
คิรากรสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาสีรัตติกาลหันขวับไปมองลูกน้องด้วยแววตาดุร้ายที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที
ผมเบิกตากว้างเมื่อมองข้ามไหล่ของคิรากรออกไป... บนหน้าจอแท็บเล็ตที่ลูกน้องคนนั้นถือค้างไว้ ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบตึกแสดงให้เห็นกองกำลังติดอาวุธกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนพลเข้ามา
และคนที่เดินนำหน้าสุดในชุดสูทสีดำสนิท พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มองตรงมายังกล้องวงจรปิดราวกับรู้ว่าเรากำลังมองอยู่... คือคนคนนั้น
คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... พ่อของผมเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 10
รินเป็นของใคร
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!