นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 12

รอยร้าวในสัญญา

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก แฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่เปิดอยู่บนโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ กำลังบอกเล่าความจริงที่น่าสะพรึงกลัว—ความจริงที่ทำให้รินรู้สึกราวกับมีใครเอาน้ำเย็นจัดมาสาดใส่หน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาสีรัตติกาลของคิรากรไม่ได้มองมาที่เอกสารแผ่นนั้น เขากำลังมองริน... มองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เต็มไปด้วยความระมัดระวังและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "นายรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันราวกับเสียงฝีเท้าของมัจจุราช รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยือก เด็กหนุ่มไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย แม้ว่าแผ่นหลังจะชนเข้ากับชั้นหนังสือหนักอึ้งจนแทบไม่มีทางไปแล้วก็ตาม ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงไปยังมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย "เล่นเหรอครับ คุณคิรากร? หึ... ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ ว่าคุณกำลังหลอกผมมาตลอดเพื่ออะไร" รินก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ปลายจั๊กกะจี้ของความโกรธและบาดแผลในใจผสมปนเปกันจนร้อนผ่าวที่ขอบตา "เอกสารใบนี้... ลายเซ็นนี้... และเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมครับ" คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทาบทับร่างโปร่งของเด็กหนุ่มจนมิด แต่รินไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ ร่างกายที่สั่นเทานั้นไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากความเดือดดาลที่พรั่งพรูเกินกว่าจะควบคุม "ถ้ารู้แล้ว... ทำไมไม่เงียบไปซะ" คิรากรสาวเท้าเข้ามาประชิดในระยะประชิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้หนี "นายคิดว่าการขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา มันจะทำให้เรารอดไปได้ทั้งหมดงั้นเหรอ ริน?" "ปล่อยผมนะ!" รินสะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวด "คุณกลัวอะไรกันแน่? กลัวว่าความลับสกปรกของตระกูลคุณจะถูกเปิดเผย? หรือกลัวว่าผมจะรู้ว่า... คุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างกันแน่!" คำพูดนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ปักลึกลงกลางใจของมาเฟียหนุ่ม คิรากรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีรัตติกาลวูบไหวด้วยความเจ็บปวดที่ฉายชัดขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามเดิม บรรยากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุขึ้นด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ เคมีอันตรายที่ดึงดูดและทำลายล้างในเวลาเดียวกันกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้อง "ถ้าฉันอยากจะทำลายรากเหง้าของตระกูลตัวเอง นายคิดว่าฉันจะต้องรอให้เด็กปากดีอย่างนายมาค้นพบเรื่องนี้เองหรือไง?" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "นายไม่รู้อะไรเลย ริน... สิ่งที่ฉันกำลังปกป้องอยู่ มันไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของตระกูล แต่มันคือชีวิตของนายต่างหาก" รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นด้วยความโกรธกลับกระตุกวูบอย่างแรง ประโยคเมื่อครู่... น้ำเสียงที่แฝงความเจ็บปวดและห่วงใยอย่างไม่ตั้งใจนั้น มันทำให้กำแพงที่รินสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา "คุณ... หมายความว่ายังไง" รินกระซิบถาม เสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว คิรากรหลุบตาลงมองริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อยด้วยความตกใจของเด็กหนุ่ม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความดุดันที่เจือด้วยความคลั่งรักอันบ้าคลั่ง มือหนาข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นประคองท้ายทอยของรินเอาไว้ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา ส่วนอีกข้างโอบเอวบางเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง "ฉันบอกให้เงียบ... และเชื่อใจฉันสักครั้ง ไม่ได้หรือไง" น้ำเสียงของคิรากรอ่อนลงจนน่าใจหาย แฝงความอ้อนวอนที่หาดูได้ยากยิ่งจากมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร รินเม้มปากแน่น หัวใจตีรอนเร่งเร้าจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือคู่นี้ มันกำลังทำให้เขาสับสนจนแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนคือความจริง หรือสิ่งไหนคือภาพลวงตา ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน มีคำถามมากมายนับพันข้ออัดอั้นอยู่ในลำคอ แต่ไม่มีคำพูดไหนหลุดออกมาได้เลย ในจังหวะที่ใบหน้าของคิรากรเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกัน รินหลับตาลงด้วยความจำยอม หัวใจเต้นโครมครามจนแทบหยุดหายใจ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากำลังมาถึงจุดเดือดสูงสุด... *แกร็ก!* เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดมิด "คุณชายครับ... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงแล้วครับ" เสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงทันที คิรากรผละออกจากรินอย่างรวดเร็ว แต่ดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองเด็กหนุ่มไม่วางตา รินหอบหายใจเบา ๆ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายและตกใจ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเงาของร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในแสงไฟ ร่างนั้นส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที... "สวัสดีครับ คุณคิรากร... ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอตัวจริงของ 'ผู้สืบทอด' ที่คุณซ่อนเอาไว้ใกล้ตัวขนาดนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%