นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 29

เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีดีลลับ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"สัญญาบ้าๆ บอๆ นั่น... ถือเป็นอันยกเลิกตั้งแต่วินาทีนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำของคิรากรไม่ได้เจือแววหยอกเย้าเหมือนทุกครั้ง ทว่ามันกลับหนักแน่นและจริงจังเสียจนความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลด้วยกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และชาเอิร์ลเกรย์ รินกะพริบตาปริบๆ มองเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลใหญ่ ซึ่งเวลานี้กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวปลดกระดุมเสื้อสูทออกอย่างไร้ความปรานีราวกับต้องการระบายความอึดอัดบางอย่างในอก เด็กหนุ่มแสบสันต์อย่างรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีรัตติกาลคู่สวยไหวระริกด้วยความท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "พูดง่ายดีนี่ครับ คุณคิรากร... คิดจะดึงผมเข้ามาในเกมมืดๆ ของคุณเอง พลيارจะสลัดทิ้งก็โยนทิ้งกันง่ายๆ แบบนี้เหรอ? นึกว่าชีวิตผมเป็นสนามเด็กเล่นของคุณรึไง" รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเย้าหยอก ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาของเขามองเห็นออร่าความวุ่นวายและร่องรอยความอ่อนล้าในอดีตที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเยือกเย็นของชายหนุ่มตรงหน้า สัมผัสพิเศษนี้ไม่เคยโกหก มันบอกเขาว่าภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง คิรากรกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจในใจตัวเอง และการ "ยกเลิกดีลลับ" ที่ว่านี้... ไม่ใช่การผลักไส แต่มันคือการปกป้องในแบบฉบับของมาเฟียสายซึน "ฉันไม่ได้โยนเธอทิ้ง ริน" คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกจนรินต้องผถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ตึง! ฝ่าหนาใหญ่ยกขึ้นค้ำยันกรอบไม้ไว้ ปิดกั้นทุกทางหนี ดวงคมกราบก้มลงมองเด็กหนุ่มที่สูงน้อยกว่าไม่กี่เซนติเมตรด้วยสายตาที่ร้อนแรงเสียจนแผ่นหลังของรินร้อนผ่าว "ฉันแค่กำลังจะเปลี่ยนสถานะ... จากคู่ค้าทางธุรกิจ เป็นคนของฉันอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องมีพันธสัญญาบ้าๆ คอยผูกมัดอีกต่อไป" "ฮh... คนของคุณ?" รินหัวเราะในลำคอ พยายามซ่อนความวูบไหวในอกด้วยการยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าจะสะดุ้งสะเทือน แถมยังจับข้อมือของเขาไปแนบไว้ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ "พูดจารyเว่อร์น่า... คุณคิดว่าคำหวานแค่นี้จะล้างบาปเรื่องที่คุณเคยปิดบังผมไว้ได้หมดรึไง" "ฉันไม่เคยคิดจะล้างบาปอะไรทั้งนั้น" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส "สิ่งที่ฉันทำ... มีแค่การทำตามเสียงหัวใจตัวเองหลังจากที่ปล่อยให้มันโง่เง่าอยู่ตั้งนานต่างหาก ริน... เธอเห็นความลับของทุกคนมานับไม่ถ้วน แล้วไม่คิดจะลองมองเข้ามาในนี้บ้างเลยเหรอ ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอกันแน่" ดวงตาสีรัตติกาลของรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อสัมผัสพิเศษของเขาทำงานโดยอัตโนมัติ ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตของคิรากร—ความโดดเดี่ยว การถูกทรยศ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย—ค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยภาพของเด็กหนุ่มปากจัดคนหนึ่งที่เข้ามาปั่นป่วนโลกอันมืดมิดของเขาให้มีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมา ไม่มีดีลลับ... ไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน... ไม่มีรอยเลือดจากพันธสัญญา มีเพียงความรู้สึกดิบๆ และจริงใจที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้จะมอบให้ได้ รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความพยศที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเป็นจังหวะกลองเพล "คุณ... พูดจริงเหรอเนี่ย? เลิกเจ้าเล่ห์สักวันจะตายไหมครับ" "สำหรับเธอ... ฉันเลิกทุกอย่างได้ทั้งนั้น ยกเว้นเรื่องเดียว" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่น "ยกเว้นเรื่องที่จะปล่อยให้เธอเดินหนีหายไปจากชีวิตฉัน... อันนั้นทำไม่ได้จริงๆ" รินนิ่งอึ้ง หัวใจพองโตจนแทบระเบิด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ในโลกใต้ดินตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเสมือนถูกปัดเป่าให้หายไปในพริบตา เด็กหนุ่มหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยความมั่นใจตามแบบฉบับของตัวเอง "ก็ได้... ในเมื่อคุณกล้าสารภาพขนาดนี้แล้ว ผมจะยอมเซ็นสัญญาใจฉบับใหม่นี้ดูก็ได้ครับ" รินเอ่ยเสียงเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่บอกไว้ก่อนนะ... ถ้าวันไหนคุณกล้าทำตัวงี่เง่าอีก ผมจะขโมยทุกความลับในตระกูลคุณไปแฉให้หมดเลยคอยดู!" คิรากรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงหมายจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขาไม่หยุด ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ "คุณคิรากรครับ! แย่แล้วครับ! สายข่าวจากฝั่งท่าเรือรายงานมาว่า—" เสียงของลูกน้องคนสนิทชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพนายใหญ่ของตนกำลังคร่อมร่างและเกือบจะจูบอยู่กับเด็กหนุ่มแสบสันต์ในห้องทำงาน บรรยากาศสีชมพูพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบกริบชวนอึดอัด คิรากรตวัดสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อไปยังผู้บุกรุก จนลูกน้องหนุ่มหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น รินหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ ก่อนจะดันอกคิรากรให้ออกห่างอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกระซิบกระซอiข้างหูชายหนุ่ม "ดูท่าทาง... ชีวิตใหม่ที่ไม่มีดีลลับของคุณ จะเริ่มต้นด้วยงานใหญ่อีกแล้วนะครับ มาเฟีย" คิรากรถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความขัดเคืองระคนเอ็นดู ก่อนจะหันไปตวัดสายตาน่ากลัวใส่ลูกน้องที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนก "มีเรื่องอะไร รีบว่ามา!" ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ยื่นแท็บเล็ตในมือสั่นๆ ให้ผู้เป็นนาย "มะ... มีคนส่งพัสดุลึกลับมาที่ท่าเรือครับ... บนกล่องระบุชื่อคุณริน... และข้างในนั้น... มีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับปมในอดีตของตระกูลคุณ... ที่พวกเราตามหากันมาตลอดสิบปีครับ!" ดวงตาคมกริบของคิรากรหรี่แคบลงทันที ส่วนรินที่ได้ยินเช่นนั้นก็หุบยิ้มฉับพลัน สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องเตือนภัยขึ้นในอก... ดีลลับอาจจะหมดไปแล้ว แต่เกมระทึกขวัญรอบใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้เอง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" มาโดยตลอดจนถึงบทรองสุดท้ายนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนจบอันเข้มข้นสะใจในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%