นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 28

ง้อเมียสไตล์คนคลั่งรัก

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายฝนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนถนนเบื้องล่าง แต่บรรยากาศภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองกลับอึมครึมเสียยิ่งกว่าพายุลูกใหญ่ที่เพิ่งพัดผ่านไปเมื่อคืน รินนั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ดวงตาสองสีทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์โดยไม่ยอมชายตาแลผู้ชายที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่อีกฝ่ายสวมอยู่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทางข้ามเมืองด้วยความเร่งรีบ ทว่ามันกลับขับเน้นให้ภาพลักษณ์ของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างคิรากรดูดิบเถื่อนและทรงเสน่ห์ขึ้นไปอีกขั้นในสายตาคนทั่วไป... น่าเสียดายที่ตอนนี้รินไม่ได้รู้สึกอินกับความหล่อเหลานั้นเลยแม้แต่น้อย "ผมเรียกคุณว่าดื้อรั้น มันยังน้อยไปริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ลง ทว่าแววตาของคิรากรกลับไม่มีร่องรอยของความเกรี้ยวกราด มีเพียงประกายความอ่อนล้าและความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาตรึงเครียด "ผมไม่ได้ดื้อ ผมแค่มีสมองแล้วก็รู้จักคิดเองเป็น" รินสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมหันมามอง "ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงผมหรอกครับคุณคิรากร เก็บความห่วงใยราคาแพงของคุณไปใช้กับแผนธุรกิจสกปรกๆ ของตระกูลคุณเถอะ ผมเอาตัวรอดได้... ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผมเสียอีก" ประโยคเชือดเฉือนนั้นคมกริบพอที่จะบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แต่มือหนาของคิรากรกลับเอื้อมมือคว้าข้อมือบางไว้เบาๆ ไม่ได้บีบบังคับด้วยความรุนแรงเหมือนอย่างเคย ทว่าเป็นการกุมกระชับที่มั่นคงและสื่อความหมายชัดเจนว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้เด็กดื้อคนนี้เดินหนีหายไปไหนอีก รินสะดุ้งเล็กน้อย พยายามสะบัดข้อมือออกแต่ไม่เป็นผล ดวงตาสวยตวัดกลับมามองด้วยความไม่พอใจ "ปล่อยครับ อย่ามาแตะต้องตัวผม" "ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียน ความนิ่งสงบที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความดุดดันที่เจือด้วยความคลั่งไคล้อย่างไร้เหตุผล "คุณคิดว่าเรื่องเมื่อคืนมันเป็นแค่เกมเด็กเล่นหรือไงริน... คำพูดพวกนั้น ภาพพวกนั้น หรือแม้แต่รอยแผลที่คุณได้มา มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ" "แล้วคุณจะทำไมล่ะ จะขังผมไว้อีกรอบ? หรือจะเอาโซ่มาล่ามผมไว้เหมือนหมาตัวหนึ่งในอาณาจักรของคุณดีล่ะครับ!" รินย้อนถามเสียงสั่นด้วยความโกรธระคนน้อยใจ ดวงตาสองสีวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำใสที่รั้นจะไม่ไหลรินลงมาให้เขาเห็น คิรากรชะงักไปชั่วขณะ แววตาคมกริบไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ชายที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัวและยอมสยบแทบเท้า กลับนิ่งอึ้งไปกับคำพูดตัดพ้อที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดของเด็กหนุ่มตรงหน้า มือที่กุมข้อมือบางคลายออกช้าๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่บอดี้าร์ดมือหนึ่งอย่างพิทักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็คงไม่มีวันจินตนาการถึง คิรากรคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นพรมราคาแพงตรงหน้าโซฟาที่รินนั่งอยู่ รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนคำพูดด่าทอทั้งหมดลงคอ ภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ไร้ความปรานี และเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าต่อหน้าเด็กหนุ่มปากจัดอย่างไร้ฟอร์ม มันเป็นภาพที่เหนือความคาดหมายเสียจนรินทำตัวไม่ถูก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "คุณ... คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!" รินละล่ำละลักบอก เสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ "ผมไม่ใช่คนหวานเลี่ยน รินก็รู้ดี" คิรากรเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยความจริงจังชนิดที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมไม่รู้วิธีง้อคนที่งอนเก่งและปากแข็งที่สุดในโลกใบนี้ด้วยซ้ำ... แต่ถ้าการคุกเข่าตรงนี้ มันจะทำให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้มองเรื่องของเราเป็นเรื่องเล่นๆ และผมไม่ได้สนใจผู้หญิงหรือใครหน้าไหนทั้งสิ้นนอกจากคุณคนเดียว... ผมก็จะทำ" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันกลับอบอวลไปด้วยกระแสความร้อนบางอย่างที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง ไดอะล็อกดิบๆ แต่จริงใจจากปากของคนที่เคยเย็นชา ทำให้กำแพงความดื้อรั้นในใจของรินพังทลายลงทีละน้อย ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในท้องที่รุนแรงจนน่ากลัว "คุณมันบ้า..." รินพึมพำออกมาเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ปลายนิ้วอุ่นของคิรากรก็เอื้อมขึ้นมาสัมผัสคางมน บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตากันตรงๆ "ผมบ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละครับ" คิรากรระบายยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มหายากที่ทรงพลังรุนแรงเสียจนรินแทบหายใจไม่ออก "หายโกรธผมเถอะนะ... ไม่ว่าไอ้บทสรุปบ้าๆ ที่คุณว่ามันจะยาวไกลแค่ไหน หรือจะมีอุปสรรคอะไรขวางหน้า ผมก็จะเดินหน้าต่อกับคุณ ทั้งชีวิตนี้..." บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังดำเนินไปสู่จุดที่หวานซึ้งและใกล้ชิดจนแทบจะหลอมละลาย รินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงโครมครามด้วยความฟินระดับขีดสุดจนแทบจะทนรับไม่ไหว ดวงตากลมโตค่อยๆ หรี่ลงเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม และในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกันเพื่อปิดท้ายความบาดหมางทั้งหมด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายจังหวะโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้า "ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความหวาน... แต่ดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' ที่ฉันส่งมาให้เมื่อคืน จะยังส่งไปไม่ถึงมือพวกคุณสินะครับ" รินและคิรากรผละออกจากกันทันที ดวงตาคมของมาเฟียหนุ่มหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันดุร้าย ขณะที่รินหน้าถอดสีเมื่อมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลังรอยยิ้มนั้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%