นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 27

คำสารภาพท่ามกลางฝน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นดินปืนที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นฝนโปรยปรายในยามวิกาล คือกลิ่นอายที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนปกเสื้อของบรรดาคุณชายตระกูลใหญ่ เศษเหล็กจากบานประตูที่ถูกถีบกระเด็นยังคงส่งเสียงสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาท ท่ามกลางกระสุนปืนกลอัตโนมัติที่สาดเข้ามาไม่ยั้ง แรงกระชากจากมือหนาของคิรากรดึงผมให้หลบพ้นวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกำแพงอิฐเก่าๆ จนเศษปูนแตกกระจายร่วงกราวลงบนไหล่ ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มขยับตัวบังผมไว้มิดชิด ไออุ่นจากร่างกายของเขาปะทะเข้ากับแผ่นหลังของผมท่ามกลางความเย็นยะเยือกของสายฝนที่สาดซัดเข้ามาทางช่องเปิดของประตูที่พังทลาย "หมอนั่น..." ผมกัดฟันกรอด สายตาคมกริบมองทะลุผ่านกลุ่มควันสีเทาและละอองฝนไปยังร่างของบุคคลที่ควรจะนอนเน่าอยู่ในห้องขังใต้ดินเมื่อสามวันก่อน "เป็นไปไม่ได้... ฉันเห็นกับตาว่านายส่งเขาลงไปนอนสงบสติอารมณ์ใต้ดินลึกสามชั้นแล้วนี่ คิรากร" ชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มมือปืนไม่ใช่ใครอื่น—ฮันเตอร์ อดีตมือขวาผู้ทรยศ สภาพของเขาในตอนนี้ดูไม่เหมือนคนเพิ่งรอดตายจากความตาย ใบหน้าซีกขวามีรอยแผลเป็นลากยาวน่ากลัว ดวงตาสีเทาคู่เดิมจ้องมองมาที่เราด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวเย้ยหยัน มือหนาถือปืนไรเฟิลจู่โจมพร้อมลั่นไกได้ตลอดเวลา "คิดถึงฉันกันไหมครับ... เจ้านายผู้สูงส่ง และคุณหนูปากเก่ง" เสียงแหบพร่าของฮันเตอร์ดังแทรกเสียงสายฝนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น คิรากรไม่พูดพร่ำทำเพลง มือข้างหนึ่งดึงผมให้ขยับถอยหลังไปตามมุมอับของซอกตึก ขณะที่มืออีกข้างชักปืนพกเก็บเสียงกระบอกโปรดออกมาขึ้นลำอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีรัตติกาลของเขาหรี่แคบลง ความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด "แกหนีออกมาได้ หรือมีใครช่วยแกออกไปกันแน่ ฮันเตอร์" เสียงทุ้มต่ำของคิรากรราบเรียบจนน่ากลัว มันคือความนิ่งสงบก่อนที่พายุคลั่งจะโหมกระหน่ำ "โลกนี้มันกว้างใหญ่จะตายไปครับคุณชาย... คนเราย่อมมีทางหนทีไล่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อคุณมีความลับเน่าเฟะซุกซ่อนไว้ใต้พรมมากเกินไป" ฮันเตอร์หัวอกลั่น หัวเราะเยาะในลำคอ ก่อนจะพยักเพยิดให้ลูกน้องนับสิบคนกระจายกำลังโอบล้อมเราไว้ทุกด้าน "วันนี้แหละ... คือวันที่ทุกอย่างต้องจบลง!" กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศมาทันทีที่สิ้นเสียงประกาศกร้าว คิรากรไม่รอช้า เขาดึงผมเข้าไปซบกับอกแกร่งพร้อมกับพลิกตัวหลบวิถีกระสุนอย่างเฉียดฉิว แผ่นหลังของเขาชนเข้ากับถังน้ำมันเก่า เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ร่างของเราแนบชิดกันจนผมสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วดุจกลองศึกของคนตัวโตกว่า แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน แต่กลิ่นกายเฉพาะตัวของคิรากร—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นฝนและกลิ่นเลือดจางๆ—กลับทำให้ประสาทสัมผัสของผมตื่นตัวอย่างประหลาด "จับไหล่ฉันไว้แน่นๆ" คิรากรกระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดต้น颈จนขนลุกซู่ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุร้ายที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น "อย่าปล่อยมือเป็นอันขาด เข้าใจไหมริน" "นายคิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง ถึงต้องให้คอยอุ้มชู" ผมสวนกลับทันควัน แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะกระชั้นชิดจนแทบไม่มีทางรอด แต่ริมฝีปากยังคงอดไม่ได้ที่จะประชดประชัน "ห่วงตัวเองก่อนเถอะคุณชาย ถ้าวันนี้เราตายด้วยกัน นายต้องเป็นคนรับผิดชอบนะที่พาฉันมาซวยแบบนี้" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูระคนเอ็นดูและคลั่งไคล้อย่างบอกไม่ถูก ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว เขาก้มลงกระซิบเบาๆ จนแทบจมหายไปกับสายฝน "ถ้าวันนี้เราลอดออกไปได้... ฉันจะแสดงให้ดูว่าคนที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตเธอน่ะ มันคือใครกันแน่" สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ดันตัวผมให้อยู่ในมุมปลอดภัย ก่อนจะพุ่งออกไปจากที่กำบังพร้อมกับเสียงปืนรัวสนั่น การยิงปะทะกันในระยะประชิดดำเนินไปอย่างดุเดือด เศษปูนและสะเก็ดไฟจากการปะทะกันของกระสุนกระจายไปทั่วทิศทาง ความชุลมุนทำให้ผมต้องกวาดสายตามองหาช่องทางหนีทีไล่ ทว่าสัมผัสพิเศษที่ดวงตาของผมมองเห็นกลับเริ่มทำงานขึ้นมาอย่างกะทันหัน ภาพนิมิตวาบขึ้นในหัว... ร่างของฮันเตอร์ที่กำลังยกปืนขึ้นเล็งไปยังจุดที่คิรากรยืนอยู่ และมุมอับสายตาที่มือปืนอีกคนกำลังอ้อมไปด้านหลังของเขา! "คิรากร! ระวังข้างหลัง!" ผมตะโกนสุดเสียงโดยไม่ทันคิดชีวิต ร่างกายพุ่งทะยานออกจากที่กำบัง พุ่งเข้าผลักร่างสูงของมาเฟียหนุ่มให้พ้นจากวิถีกระสุนของมือปืนที่ซุ่มอยู่บนชั้นสอง *ปัง!* เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากหัวไหล่ซ้าย ร่างของผมเซถลาไปปะทะกับแผงเหล็กเก่าจนเกิดเสียงดังสนั่น ความชาหนึบแผ่ซ่านไปทั่วแขนซ้าย ตามมาด้วยหยาดเลือดสีแดงฉานที่ไหลซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อบางออกมาย้อมสีเสื้อให้กลายเป็นสีเข้มตัดกับสายฝน "ริน!" เสียงคำรามด้วยความตกใจและเกรี้ยวกราดสุดขีดดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของคิรากร มันไม่ใช่เสียงของมาเฟียผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเมื่อของรักของหวงถูกทำร้าย ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต ในเสี้ยววินาทีนั้น คิรากรหันปากกระบอกปืนไปยังมือปืนบนชั้นสองแล้วเหนี่ยวไกสามนัดซ้อนโดยไม่แม้แต่จะมองเป้าหมายด้วยซ้ำ กระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้าของมือปืนคนนั้นอย่างแม่นยำจนร่างร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเบื้องล่างเสียงดังตุ้บ จากนั้น เขาก็กวาดกระสุนใส่กลุ่มสมุนของฮันเตอร์ที่เหลือด้วยความเร็วและแม่นยำดุจมัจจุราช ความตายมาเยือนกลุ่มมือปืนเหล่านั้นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที เสียงกรีดร้องและเสียงปืนสงบลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ฮันเตอร์ที่เห็นลูกน้องล้มตายจนหมดสิ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาพยายามจะยกปืนขึ้นเล็งมาที่เราเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าคิรากรไวกว่า ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว ปลายกระบอกปืนจ่อตรงระหว่างคิ้วของอดีตมือขวาผู้นทรยศ "จบแค่นี้แหละ ฮันเตอร์" เสียงของคิรากรเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "แก... แกคิดว่าฆ่าฉันแล้วความลับของตระกูลแกจะรอดพ้นหรือไง..." ฮันเตอร์แย้มยิ้มเลือดเย็น แม้ความตายจะอยู่ตรงหน้า "ตระกูลคิรากร... ไม่มีวันสะอาดหรอก!" *ปัง!* เสียงปืนนัดเดียวจบชีวิตทุกคำพูด คิรากรลั่นไกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างของฮันเตอร์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในกองเลือดที่ผสมปนเปไปกับน้ำฝน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบริเวณตรอกมืดสนิททันที คิรากรโยนปืนในมือทิ้งลงพื้น ก่อนจะหันขวับกลับมาหาร่างของผมที่พิงกำแพงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ดวงตาคู่คมฉายแววร้อนรนอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เขาทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมมาแตะที่หัวไหล่ซ้ายที่ชุ่มไปด้วยเลือด "โง่สิ้นดี..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "ใครใช้ให้เธอเอาตัวมาบังกระสุนให้ฉัน ฮันเตอร์มันมีค่าไม่พอให้เธอต้องเอาชีวิตมาแลกหรอกนะ ริน" ผมกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่หัวไหล่ พยายามฝืนยิ้มมุมปากใส่คนตรงหน้าแม้ใบหน้าจะซีดเผือดเพราะเสียเลือด "ก็... เห็นคุณชายทำท่าทางเก๊กขรึมอยู่คนเดียว กลัวว่าจะตายก่อนจะได้เคลียร์เรื่องที่เราค้างคาใจกันนะสิครับ" คิรากรมองหน้าผมนิ่ง ดวงตาสีรัตติกาลไหววูบอย่างรุนแรง เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่ดึงร่างของผมเข้าไปสวมกอดไว้แน่นแนบอก อ้อมแขนที่เคยแข็งแกร่งและเย็นชาในตอนนี้กลับโอบกอดผมด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวว่าผมจะสลายหายไปในอากาศ "ฉันยอมรับก็ได้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดสาด "ว่าฉันแพ้เธอแล้ว... ริน" ผมชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เต้นช้าลงเพราะเสียเลือดกลับเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ "หืม... นายพูดว่าอะไรนะ" คิรากรคลายอ้อมกอดออกช้าๆ เขาสบตาผมตรงๆ ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเย็นชาหรือความลับใดๆ ซ่อนอยู่เลย มีเพียงความรู้สึกที่ตกผลึกจนหมดสิ้นแล้ว—ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและหนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธ "ฉันบอกว่า..." นิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากหน้าผากของผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนตัดกับความหนาวเย็นของบรรยากาศรอบตัว "ต่อให้ไม่มีเรื่องพวกนี้... ฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้เธอเดินออกจากชีวิตฉันไปไหนได้อีกแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในโลกของฉัน ริน... เธอคือคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้อง ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง... แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่คลั่งรักเธอจนหมดหัวใจ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ผมพูดไม่ออก บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นประสานกันอย่างชัดเจน ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวกลับตามนิสัยเดิม ทว่าก่อนที่คำพูดใดจะหลุดออกจากริมฝีปาก สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดตรงปากทางเข้าตรอก นั่นไม่ใช่สมุนของฮันเตอร์... และไม่ใช่คนของคิรากร ร่างนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาของหมวกปีกกว้าง ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก คือประกายแสงสะท้อนจากวัตถุในมือของเขา—และรอยยิ้มคุ้นเคยที่ส่งตรงมาที่เราสองคนจากระยะไกล คิรากรสังเกตเห็นความผิดปกติจากสีหน้าของผม เขาหันขวับกลับไปมองตามสายตาของผมทันที และในวินาทีนั้นเอง... เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้ง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาทของพวกเราทั้งคู่ "ช่างเป็นภาพฉากรักกลางสายฝนที่งดงามเสียจริง... น่าเสียดายนะคุณคิรากร ที่บทสรุปของเรื่องนี้ มันยังอีกยาวไกลกว่าที่คุณคิด" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกที่ตกผลึกนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%