ปึง!
เสียงสะท้อนของโลหะที่กระทบกันอย่างรุนแรงดังขึ้นพร้อมกับร่างของผมที่ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล แผ่นหลังกระแทกเข้ากับกำแพงอิฐเปลือยเย็นเฉียบของตรอกมืดอับชื้น กลิ่นอับของฝนแรกและควันบุหรี่จางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นเลือดที่เริ่มคุ้นเคยในยามนี้
ยังไม่ทันที่สติจะเรียบเรียงเหตุการณ์จากเสียงกระสุนปริศนาเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน แขนแกร่งของใครคนหนึ่งก็ยกขึ้นกั้นขวางพื้นที่ด้านหน้า ปิดตายทุกเส้นทางหนี ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้น—นัยน์ตาที่ผมคุ้นเคยดีว่ามันซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งสงบ—กำลังจ้องมองมาด้วยประกายแสงที่วาวโรจน์ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"คุณคิดจะทำบ้าอะไรของคุณ คิรากร!"
ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักแผงอกอีกฝ่ายออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ทว่าคิรากรกลับนิ่งสนิท ราวกับว่าแรงผลักของผมเป็นเพียงแค่สัมผัสจากสายลมผ่านเท่านั้น
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นรวบข้อมือทั้งสองข้างของผมตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ปลายนิ้วกร้านของเขาออกแรงกดเน้นจนรู้สึกชาหนึบ แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าพันธนาการทางกายภาพ คือระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้ มันใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูกของผม
"เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆ สักวิถีทางเถอะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรน มันไม่ใช่เสียงดุร้ายแบบที่เขาใช้ขู่ศัตรู แต่เป็นน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความกลัว... ความกลัวที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่คุมกฎเกณฑ์ของโลกใต้ดินแห่งนี้
สายตาของคิรากรกวาดสำรวจร่างกายผมอย่างรวดเร็วราวกับสแกนหาบาดแผล ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่รอยเลือดซึมจางๆ บนเสื้อแจ็คเก็ตด้านซ้าย—ร่องรอยจากแรงกระแทกเมื่อครู่ตอนที่เขาพุ่งเข้ามาคว้าตัวผมหลบกระสุนนัดนั้น
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เขาถามซ้ำ น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ แต่นัยน์ตากลับดุดันขึ้นเป็นทวีคูณ
"ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะคิรากร กระสุนนัดนั้นมันเฉียดหัวไปนิดเดียวเอง... เดี๋ยวนะ" ผมชะงักไปเมื่อสมองเริ่มประติดประต่อภาพเหตุการณ์ทั้งหมด "คุณรู้ล่วงหน้าเหรอ? คุณรู้ว่าจะมีคนลอบยิงผมในมุมอับนี่ ทำไมคุณถึง..."
"เพราะฉันรู้ว่าไอ้สารเลวตระกูลฟรานซิสมันไม่อยู่เฉยแน่ หลังจากที่นายไปขุดคุ้ยบัญชีลับฉบับนั้นขึ้นมา" คิรากรตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้ม "นายมันดื้อด้าน รั้น และไม่เคยประเมินความอันตรายของตัวเองเลยสักนิด!"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องเอาตัวมารับกระสุนแทนผมล่ะ!" ผมสวนกลับทันควัน หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปจนสติเริ่มกระเจิง "ถ้าเมื่อกี้คุณพลาดขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? คุณคิดว่าตัวเองเป็นอมตะหรือไง!"
"ใช่... ฉันอาจจะตายไม่ได้" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลẫกซึ้งและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน "จนกว่าฉันจะมั่นใจว่านายปลอดภัย"
คำพูดนั้นทำเอาผมชะงักค้าง ก้อนเนื้อในอกกระกระเกือกกระสนเต้นแรงเสียจนเจ็บแปลบ ความโกรธที่คุุกกรุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ดวงตาสีรัตติกาลของคิรากรในยามนี้ไม่มีมาดของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงภาพสะท้อนของตัวผมเองที่ติดอยู่ในนั้น... ภาพของเด็กหนุ่มที่เขาพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง
"คุณนี่มัน..." ผมเม้มริมฝีปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะทานทนไหว แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับเอื้อมมาเชยคางผมให้หันกลับไปสบตาตรงๆ
"มองหน้าฉัน ริน"
คำสั่งนั้นนุ่มนวล แต่เด็ดขาดราวกับคำประกาศิต
"ตั้งแต่วันแรกที่นายก้าวเข้ามาในโลกของฉัน นายคิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะปล่อยให้นายเดินจากไปเฉยๆ ได้?" คิรากรเอ่ยต่อ เสียงของเขาพร่าต่ำและจริงจังจนน่ากลัว "นายเห็นความลับที่ไม่มีใครควรเห็น นายรู้จุดอ่อนที่ฉันพยายามซ่อนมาตลอดชีวิต... และที่สำคัญที่สุด นายดันเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจเฮงซวยดวงนี้เกินกว่าที่ฉันจะควบคุมไหวแล้ว"
ผมอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะ ไดอะล็อกสารภาพรักแบบดิบเถื่อนและตรงไปตรงมาในสถานการณ์ที่มีกลิ่นควันปืนลอยอบอวลแบบนี้ มันไม่ใช่สไตล์โรแมนติกในนิยายน้ำเน่า แต่มันคือสไตล์ของคิรากร... มาเฟียผู้ไม่เคยประนีประนอมกับสิ่งใด แต่กลับยอมจำนนต่อเด็กหนุ่มปากจัดอย่างผมด้วยความเต็มใจ
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" ผมกระซิบ เสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว
"ฉันไม่ได้พูดเล่น" คิรากรขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างเรา ปลายจมูกของเราเฉียดกันไปมา "ฉันไม่ใช่คนดี ริน ฉันคือนักฆ่า เป็นผู้ควบคุมความมืด และมือคู่นี้ก็เปื้อนเลือดมามากเกินกว่าจะมาทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาว... แต่ถ้าเป็นเรื่องของนายแล้วล่ะก็..."
เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคู่นั้นฉายแววคลั่งรักที่ถูกเก็บกดมานานจนทะลักล้นออกมา
"ต่อให้ต้องล้างบางทั้งตระกูล หรือพาโลกใบนี้ดิ่งลงนรก ฉันก็จะทำ" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากของผม น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นดั่งคำสาบาน "เพราะฉะนั้น... เลิกทำตัวเป็นฮีโร่แล้วปล่อยให้ฉันปกป้องนายเถอะนะ"
คำว่า *"ขอให้ผมได้ดูแลคุณ"* ไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาเป็นประโยคหวานซึ้ง แต่มันถูกถ่ายทอดผ่านแววตาที่ยอมจำนนทุกอย่าง และสัมผัสอุ่นร้อนจากมือของเขาที่ค่อยๆ เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวผมไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอปล่อยมือไปแม้แต่วินาทีเดียว ผมจะสลายหายไปกับความมืด
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ผมรู้ดีว่าการก้าวเข้ามาในชีวิตของมาเฟียคนนี้หมายถึงอะไร แต่วินาทีนี้... ผมกลับไม่อยากถอยหลังกลับอีกต่อไปแล้ว
ผมค่อยๆ ยกมือขึ้น วางทาบลงบนแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ถ้าจะดูแลผม... คุณต้องสัญญาว่าห้ามตายก่อนผมเด็ดขาดนะ คิรากร"
รอยยิ้มหายากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความโล่งอก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะปิดกั้นระยะห่างสุดท้ายที่เหลืออยู่...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเรากำลังจะแนบชิดกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيดก็ดังขึ้นก้องไปทั่วตรอกมืด พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"ท่านประธานครับ! ทางด้านทิศเหนือถูกเจาะทะลุแล้ว กำลังเสริมของศัตรูบุกเข้ามาทางนี้!"
คิรากรชะงักกึก ดวงตาสีรัตติกาลเปลี่ยนกลับเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายอย่างปิดไม่มิด
"ดูเหมือนว่าพวกมันจะเลือกเวลาตายได้แย่จริงๆ นะครับ" คิรากรกระซิบเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิด
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบโต้อะไร ประตูเหล็กเก่าแก่ที่อยู่สุดตรอกด้านหลังก็ถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากบานพับ เสียงปืนกลอัตโนมัติชุดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะลักเข้ามาในความมืด... และคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดในแสงสลัวของหลอดไฟข้างทาง คือบุคคลที่ทำให้ทั้งผมและคิรากรต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะเขาคือคนที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องขังใต้ดินเมื่อสามวันก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ
นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 26
ขอให้ผมได้ดูแลคุณ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!