กลิ่นดินปืนระเบิดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กของเลือดในอากาศ ปากกระบอกปืนสีดำด้านทั้งสามกระบอกไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย ยิ่งตอกย้ำว่ามือสังหารเบื้องหน้าไม่ใช่พวกสมัครเล่นที่ถูกจ้างมาด้วยเศษเงิน แต่เป็นเงากระหายเลือดที่ถูกฝึกมาเพื่อการปลิดชีพโดยเฉพาะ
ในเสี้ยววินาทีที่นิ้วบนไกปืนกำลังจะเหนี่ยวรั้ง คิรากรขยับตัวด้วยสัญชาตญาณดิบของผู้นำองค์กรใต้ดิน มือหนาเตรียมคว้าอาวุธซ่อนรูปข้างลำตัวเพื่อสวนกลับ ทว่ากลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งตัดหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วดั่งกระสุนปืนที่หลุดจากลำกล้อง
"อย่าแม้แต่จะคิด..."
เสียงหวานติดจะห้วนจัดของรินดังแทรกเสียงลมหายใจที่กระชั้นกระชิด ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทอประกายวาวโรจน์ด้วยความดุดันและท้าทาย รินกางแขนออกปกป้องร่างสูงใหญ่ของคิรากรไว้เบื้องหลังอย่างไม่เกรงกลัวความตาย แม้ว่าปลายกระบอกปืนมรณะจะห่างจากหน้าผากของเขาเพียงไม่ถึงคืบก็ตาม
คิรากรชะงัก นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่พอใจ
"ริน! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องด้วยความเกรี้ยวกราด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเพื่อกระชากให้ถอยหลัง แต่รินกลับสะบัดออกอย่างแรงพร้อมกับหันมาส่งค้อนวงใหญ่ให้ด้วยความหมั่นไส้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
"หุบปากไปเลยนะคุณคิรากร! ถ้าผมตายเพราะช่วยคุณขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบความปากเสียของคุณล่ะครับ?" รินแหวใส่เสียงเขียว ดวงตาคู่สวยตวัดกลับไปมองมือสังหารทั้งสามด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมไม่แพ้กัน "อยากได้หัวของไอ้มาเฟียหน้าเลือดคนนี้นักหรือไง? ผ่านศพผมไปก่อนสิครับ!"
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ มือสังหารคนกลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหבריมฝีปากแห้งผากนั้นช่างบาดหู
"ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง เด็กน้อย... คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่หนังฮอลลีวูดหรือไง ถึงกล้าเอาตัวมาบังกระสุนปืนสามกระบอก?"
รินมุมปากกระตุกยิ้มเหยียด เป็นรอยยิ้มแสบสันที่คิรากรเห็นทีไรก็อดหมั่นไส้จนอยากจะดึงมาตีสักทีไม่ได้ "ฮีโร่หรือเปล่าไม่รู้... แต่ที่รู้แน่ๆ คือพวกคุณกำลังจะพลาดมหันต์ ที่คิดว่าจะจัดการเราได้ง่ายๆ"
พูดจบ รินก็ไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งตัว อาศัยจังหวะที่มือสังหารเผลอพุ่งเข้าประชิดตัวคนซ้ายสุดอย่างรวดเร็ว สัมผัสพิเศษที่ตื่นตัวถึงขีดสุดทำให้เขามองเห็น 'จุดอ่อน' และ 'จังหวะการเคลื่อนไหว' ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนราวกับภาพสโลว์โมชั่น รินหมุนตัวหลบวิถีกระสุนที่เฉียดแก้มไปเพียงเส้นยาแดง ก่อนจะเตะตัดขาเข้าที่ข้อพับของมือสังหารคนนั้นอย่างแม่นยำ เสียงกระดูกกระทบกันดังกร๊อบ พร้อมกับปืนในมือที่ร่วงหล่นลงพื้น
"ไอ้เด็กเวรนี่!" มือสังหารอีกสองคนคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว นิ้วเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนเจาะอากาศทันที
"ริน!"
คิรากรคำรามลั่นด้วยความตกใจ ขีดจำกัดความอดทนของมาเฟียผู้เยือกเย็นขาดผึ่ง ร่างสูงพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางของรินแล้วดึงเข้าหาตัวจนแนบชิด หมุนตัวหลบหามุมอับของเสาปูนหนาทึบในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเจาะเข้าใส่ผนังคอนกรีตจนฝุ่นตลบอบอวล
เศษปูนและฝุ่นผงกระจายไปทั่วบริเวณ กลิ่นดินปืนฉุนกึกจนแสบจมูก ทว่าในความโกลาหลและกลิ่นอายแห่งความตายนั้น ระยะห่างระหว่างพวกเขากลับเหลือเพียงศูนย์
รินซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ คิรากรโอบกอดร่างบางไว้แน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน แขนแกร่งสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธและ... ความหวาดกลัวที่เกือบจะสูญเสียคนในอ้อมแขนไปตลอดกาล ซึ่งเป็นสิ่งที่มาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่างเขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
"คุณ... บ้าหรือเปล่า!" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีรัตติกาลดุดันจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนฝุ่นดิน "ใครใช้ให้คุณเอาตัวเข้ามารับกระสุน! ถ้าเมื่อกี้คุณพลาดขึ้นมาจริงๆ ผมจะทำยังไง!"
รินเงยหน้าขึ้นสบตา ถึงสถานการณ์จะคับขันและเฉียดตายแค่ไหน แต่ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงความกวนประสาทไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มุมปากบางยกยิ้มหยันทั้งที่เนื้อตัวมอมแมม
"เป็นห่วงผมเหรอครับคุณมาเฟีย? เสียงดังเชียวนะ ใจเย็นๆ สิครับ หัวใจคุณเต้นแรงจนจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้วนะเนี่ย" รินกระเซ้าเย้าแหย่แม้สถานการณ์จะไม่เป็นใจ มือเรียวยังคงแนบอยู่กับอกเสื้อของอีกฝ่าย รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นที่รัวเร็วผิดมนุษย์ของคิรากร
คิรากรกัดกรามแน่น ความโกรธระคนความโล่งใจตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออก เขาจ้องมองริมฝีปากที่ยังคงเจรจาพาทีท้าทายความตายได้อย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่รินคาดไม่ถึง
มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเรียวไว้มั่น ไม่เปิดโอกาสให้คนอวดดีได้ทันตั้งตัว คิรากรโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบปิดริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงนั้นทันที เป็นจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเจือไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชามานาน รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงปะทะจากจูบที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจทำให้เขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีที่วงแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายรั้งเอวเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
เสียงปืนและเสียงฝีเท้าของมือสังหารที่กำลังบุกเข้ามาใกล้ถูกตัดขาดออกไปจากโลกใบนี้ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและสัมผัสวาบหวามที่แผดเผาความรู้สึกจนแทบละลาย
เมื่อคิรากรยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าหวานของรินก็แดงก่ำ หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความตื่นตระหนกและ... ความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"คุณมัน..." รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนเสียอีก
"ถ้าเรายังรอดไปจากที่นี่ได้ ผมจะลงโทษคุณให้เข็ดเลยที่กล้าหาญชาญชัยเกินหน้าเกินตาแบบนี้" คิรากรกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยความดุดันอันตรายที่ทำเอาสติของรินกระเจิง
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้โต้เถียงอะไรกันต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"นายใหญ่! อยู่ทางนี้นั้นเองครับ!"
เสียงของลูกน้องคนสนิทของคิรากรดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือกรูกันเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมดในพริบตา มือสังหารทั้งสามคนชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้พวกมันตกเป็นฝ่ายถูกล้อมเสียเอง
คิรากรค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก ร่างสูงตระหง่านลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาสีรัตติกาลเย็นเยียบกวาดมองมือสังหารที่กำลังถอยร่นด้วยความหวาดกลัว
"จับเป็นพวกมันทั้งหมด" คิรากรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งประกาศิต "กูอยากรู้นักว่า... ใครเป็นคนส่งพวกมันมาตายในอาณาเขตของกู"
รินยันกายลุกขึ้นยืนตาม ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองลวกๆ พลางเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งจะฉวยโอกาสจูบเขาไปหมาดๆ มุมปากบางยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงชั่วคราว แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่เท่านั้น
ทว่า ในจังหวะที่ลูกน้องคนสนิทกำลังเดินเข้าไปใส่กุญแจมือมือสังหารคนกลาง ดวงตาคมกริบของรินก็บังเอิญเหลือบไปเห็นรอยสักรูปสัญลักษณ์ประหลาดที่ต้นคอของมือสังหารคนที่เพิ่งถูกจับกุม ซึ่งโผล่พ้นปกเสื้อขึ้นมาในเสี้ยววินาทีที่อีกฝ่ายดิ้นรนขัดขืน
รินชะงักกุนซือในหัวสมองประมวลผลทันที รอยสักนั้น... มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของแก๊งคู่อริหน้าไหนเลย แต่มันคือตราประทับประจำตระกูลเก่าแก่ที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่เหตุการณ์นองเลือดเมื่อสิบปีก่อน!
หัวใจของรินกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่สันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ได้อยู่ข้างนอก... แต่อาจจะอยู่ใกล้ตัวเสียจนน่ากลัว
"คุณคิรากร... ระวัง!"
รินพุ่งตัวเข้าไปหมายจะผลักคิรากรให้พ้นวิถีของอะไรบางอย่าง แต่ทว่า... มันช้าเกินไปเสียแล้ว
*ปัง!*
เสียงปืนเก็บเสียงนัดเดียวดังขึ้นจากมุมมืดที่ไม่มีใครคาดคิด กระสุนปริศนาพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง และเป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 25
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!