นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 19

สารภาพรักหรือคำด่า

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของเอกสารโบราณในห้องทำงานใต้ดิน แทบจะจางหายไปทันทีเมื่อปลายนิ้วเรียวของคิรากรกดล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* รินผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือ ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับไม่ปล่อยให้มีช่องว่างแม้แต่เซนติเมตรเดียว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดตายทุกทางหนี ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยประกายไฟที่อ่านยาก ราวกับสัตว์ป่ากำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม แต่แววตากลับเจือความโหยหาบางอย่างที่ทำเอาคนปากเก่งอย่างรินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ถอยไปนะคุณคิรากร ห้องตั้งกว้างทำไมต้องมาเบียดผมขนาดนี้ด้วยเล่า" รินเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล "ห้องกว้าง... แต่พื้นที่ในใจฉันมันแคบ" คิรากรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอดไรฟัน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำเอาผิวเนื้อของรินร้อนผ่าว "และที่สำคัญ... นายเป็นคนก้าวเข้ามาเองนะ ริน" "ผมไม่ได้ก้าวเข้ามา ผมแค่มาตามสืบเรื่องบ้าๆ ของตระกูลคุณต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดนักเลยครับ" รินเถียงกลับทันควัน พยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงปะทะระหว่างความเย่อหยิ่งและพละกำลังที่เหนือกว่าทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่ชวนให้หายใจติดขัด "ปากดีแบบนี้... น่าจับปิดปากด้วยวิธีอื่นจริงๆ" คิรากรพึมพำ สายตากวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ความอดทนที่เขาสสะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ในการปกปิดความรู้สึกพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มผู้มองทะลุความลับของทุกคน ยกเว้นก็แต่... ความลับในหัวใจของมาเฟียไร้เงาอย่างเขา รินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นประกายความจริงจังที่วาดผ่านดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของการขู่ "คุณ... หมายความว่ายังไง" "หมายความว่า..." คิรากรเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของริน ราวกับต้องการดึงเอาความจริงทุกอย่างออกมาจากวิญญาณของเด็กหนุ่ม "ฉันเบื่อเต็มทีแล้วกับการต้องมาคอยปกป้องนายในฐานะเป้าหมาย หรือในฐานะคนนอก... ริน ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่นายจ้าง ไม่ได้อยากเป็นแค่คนที่นายต้องมาคอยต่อปากต่อคำด้วย" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันอย่างแนบแน่น รินเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว กลับตื้อตันขึ้นมาดื้อๆ คำพูดที่เตรียมไว้จะปะทะหายไปอย่างไร้ร่องรอย "นี่คุณ..." "ใช่..." คิรากรตัดบทด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งจากมาเฟียผู้เยือกเย็น "ฉันกำลังสารภาพ... หรือจะเรียกว่าคำด่าที่ฉันด่าตัวเองทุกคืนที่ห้ามใจไม่ให้เข้าหานายดีล่ะ ริน นายมันเด็กแสบที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตฉันจนพังไม่เป็นท่า... และฉันก็เกลียดตัวเองชะมัดที่ดันคลั่งรักเด็กเหลือขออย่างนายเข้าจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาคนที่ตั้งรับความกวนประสาทมาตลอดถึงกับนิ่งค้าง สมองขาวโพลน ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน รินเม้มปากแน่น พยายามจะหาคำพูดสักคำมาโต้เถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังกัดกินหัวใจ แต่ทว่า... ไดอะล็อกคมคายที่เคยมีติดตัวกลับหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ "อะ... อะไรของคุณ อยู่ๆ ก็มาพูดบ้าอะไรเนี่ย ใครคลั่งรักใครกัน ปล่อยผมนะ!" รินหลบสายตา พยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น "ไม่ปล่อย จนกว่าจะได้ยินคำตอบ..." คิรากรกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นไหวด้วยความจริงจังที่ซ่อนอยู่ใต้ความร้ายกาจ "นายจะปฏิเสธคนอย่างฉัน หรือจะรับความรับผิดชอบที่เข้ามาขโมยหัวใจของมาเฟียไร้เงาคนนี้... เลือกเอา, ริน" รินเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันในระยะประชิด ความลังเลฉายชัดในแววตากลมโต ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตามที "ถ้าผมบอกว่าไม่รับล่ะ..." รินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน "คุณจะทำอะไรผม... ยิงผมทิ้งเหรอครับ คุณมาเฟีย?" คิรากรหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของมาเฟียหนุ่มถูกจุดขึ้นอย่างอันตราย "ยิงไม่ทิ้งหاردหรอก... แต่คงต้องกักขังไว้ในห้องนี้ทั้งชีวิต เพื่อไม่ให้ไปอวดเก่งใส่ใครที่ไหนอีก" พูดจบ คิรากรก็โน้มใบหน้าลงมาหาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้รินได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงบนกลีบปากนิ่มอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะเริ่มรุกรานลึกซึ้งขึ้นตามแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่าเมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนมาประคองท้ายทอยบังคับให้อนุญาต ความต่อต้านทั้งหมดก็ละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่ดึงสติให้หลุดลอย ทว่า ในวินาทีที่รินกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันตรรกะพังทลาย เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "คุณคิรากรครับ! แย่แล้วครับ! ระบบความปลอดภัยชั้นใต้ดินถูกแฮก และตอนนี้... มีคนบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์แล้วครับ!" เสียงตะโกนรายงานจากลูกน้องคนสนิทดังทะลุผ่านบานไม้เข้ามา ทำเอาทั้งสองคนที่กำลังแนบชิดกันถึงกับผงะถอยออกจากกันทันที คิรากรสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด ดวงตาสีรัตติกาลฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขากวาดสายตากลับมามองเด็กหนุ่มที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจ "ดูเหมือนว่าความลับของเรา... จะต้องพักไว้แค่นี้ก่อนนะ, ริน" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำพร้อมกับคว้าปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาซ่อนไว้ที่เอว "แต่อย่าเพิ่งคิดจะหนีไปไหน... เพราะฉันยังทวงคำตอบจากนายไม่จบ" ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความลึกลับนี้ด้วยกันนะครับ --- *ประตูมิติที่แปด*
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%