กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างย่านท่าเรือเก่า คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับรินในยามที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมา
ความเจ็บแปลบบริเวณท้ายทอยยังคงเล่นงานทุกครั้งที่พยายามขยับศีรษะ มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยเคเบิลไทร์พลาสติกเนื้อเหนียวจนบาดลึกเข้าไปถึงผิวเนื้อ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มปากจัดอย่างเขาใส่ใจมากที่สุด... ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลสถานการณ์ด้วยความฉับไว ความเงียบงัดข้อกับเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นคอนกรีตบอกให้รู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่เซฟเฮียบลับของคิรากร และแน่นอนว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาควรจะเอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง
"ฟื้นแล้วเหรอครับ ตัวแสบ..."
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของโกดัง ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ปีกหมวก แต่รอยยิ้มเหี้ยมเกรดที่มุมปากนั้นชัดเจนเสียจนน่าสะพรึงกลัว มือหนาถือสมาร์ทโฟนเครื่องหรูที่หน้าจอกำลังสตรีมภาพวิดีโอคอลเอาไว้
รินแค่นหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะตกเป็นรอง แต่ศักดิ์ศรีและสันดานดื้อรั้นไม่เคยยอมให้ใครกดหัวลงง่ายๆ "จับเด็กมัธยมตัวแค่นี้... ฝีมือพวกแกคงกระจอกพอดูสินะ ถึงต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้ล่อเสือออกจากถ้ำ"
"ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับ..." ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาใกล้แล้วใช้ปลายรองเท้าหนังราคาแพงเชยคางรินให้เงยขึ้นสบตา "หวังว่าคุณชายคิรากรผู้ไร้พ่าย จะยังรักษาความเยือกเย็นนั้นไว้ได้ เมื่อเห็นภาพคนสำคัญของเขากำลังจะหมดลมหายใจ"
หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือถูกพลิกมาตรงหน้า รินเห็นภาพใบหน้าคมคายของคิรากรที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางห้องทำงานส่วนตัว แววตานัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นดุดันและเย็นชาจนน่ากลัว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลกระตุกวูบ คือภาพสะท้อนของเขาผ่านกล้องวงจรปิดที่ถูกแฮกเข้ามาในโกดังกักตัว
*(ที่ไหน...)* คิรากรคิดในใจ ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความสุขุมนุ่มลึกที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นรอยเลือดซึมที่ขมับของเด็กหนุ่ม
"ต้องการอะไร..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านโทรศัพท์มือถือราតกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในกรงขัง มันเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งทะลุจอจนชายฉกรรจ์ในโกดังถึงกับผะเผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ง่ายมากครับคุณคิรากร..." ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทถูกยกขึ้นมาจ่อขมับของรินทันที นิ้วชี้แตะอยู่บนไกปืนพร้อมเหนี่ยวได้ทุกเมื่อ "โอนหุ้นทั้งหมดของตระกูลลงในบัญชีที่ผมส่งให้ แล้วเดินทางมาที่นี่คนเดียว... ภายในสามสิบนาที ไม่อย่างนั้น ผมจะส่งศพเด็กนี่กลับไปให้คุณแทนคำตอบ"
รินเหลือบมองปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ข้างขมับอย่างไม่ยسเกรงกลัวแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางยกยิ้มหยันทั้งที่เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า "อย่าไปเชื่อมันนะ... ตาบ้านั่น! ถ้าแกมา ฉันจะเกลียดแกไปตลอดชีวิต!"
"หุบปาก!" เสียงตบะแตกของคนร้ายดังลั่น พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ฟาดลงบนข้างแก้มเนียนของรินจนหน้าหัน รอยแดงประทับเด่นชัด เลิอดซอกมุมปากสีสดไหลรินลงมาตัดกับผิวขาวซีด
ภาพนั้น... คือฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึงในอกของคิรากร
ดวงตานัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ขึ้นด้วยความคลั่งแค้นที่ระงับไม่อยู่ ความลับตระกูลที่ต้องปกปิด อำนาจ หรือผลประโยชน์ใดๆ ในโลกนี้ ล้วนไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับหยดเลือดที่มุมปากของเด็กหนุ่มคนนั้น
"แกเตรียมตัวตายได้เลย..." คิรากรเอ่ยกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องทะลุผ่านเลนส์กล้องด้วยความเหี้ยมเกรดขั้นสุดยอด "ถ้ามันเจ็บแม้แต่ปลายเล็บ... ฉันจะควักหัวใจแกออกมาดูว่ามันทำด้วยอะไร"
สายตัดไปทันทีพร้อมกับเสียงคำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของมาเฟียหนุ่มที่ดังสะท้อนก้องห้องทำงาน รินสูดหายใจเข้าลึก รสชาติเค็มปร่าของเลือดในปากไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... แววตาซุกซนเป็นประกายกลับทอแสงขึ้นในความมืด
"แกพลาดแล้วล่ะ..." รินกระซิบเบาๆ ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ทำให้คนร้ายขมวดคิ้วด้วยความฉงน "เพราะไอ้บ้านั่น... ไม่เคยยอมให้ใครมาแย่งของของตัวเองไปหรอกนะ"
ทว่า ก่อนที่คนร้ายจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังของโกดัง แรงอัดอากาศมหาศาลทำให้ประตูเหล็กหนาน้ำหนักหลายตันพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของบุรุษในชุดสูทร่วมสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง
และผู้นำทัพนั้น... คือคิรากร
ในมือหนาไม่ได้ถือเพียงแค่ปืนพกสั้นธรรมดา แต่เป็นปืนกลออโตเมติกที่ยังคงมีควันจางๆ ลอยกรุ่น นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองสภาพของรินที่สะินสะอื้นเล็กน้อยจากแรงกระแทก ก่อนที่ความเย็นยะเยือกจะแปรเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่งที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งเป็นชิ้นๆ
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในเวลาไม่ถึงพริบตาเดียว ปลายกระบอกปืนของคนร้ายถูกมือหนาของคิรากรปัดทิ้งด้วยความเร็วราวกระสุนปืน ก่อนที่หมัดหนักๆ จะซัดเข้าที่ใบหน้าของศัตรูจนสลบเหมือดคาที่ในหมัดเดียว
ความเงียบเข้าปกคลุมโกดังร้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจและฝุ่นควันจางๆ คิรากรทิ้งอาวุธในมือลงพื้นอย่างไร้ความหมาย ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กหนุ่ม มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปสัมผัสรอยเลือดที่มุมปากของรินอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้า
"เจ็บมากไหม..." เสียงทุ้มที่เคยดุดันและเยือกเย็น บัดนี้กลับสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใน
รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแววตาคลั่งรักที่ปิดไม่มิดของคนตรงหน้าต่างหากที่กำลังแผดเผาหัวใจเขาจนแทบละลาย... ทว่า ในวินาทีที่คิรากรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะสำรวจรอยแผลให้ชัดเจนขึ้นนั้นเอง
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงจากด้านนอกก็สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างแตกละเอียด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น และเงาดำปริศนาอีกร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่กรอบประตู พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
"เกมยังไม่จบหรอกครับ... คุณคิรากร"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความคลั่งรักแบบจัดเต็มในตอนนี้นะครับ
นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 20
ความปลอดภัยที่ไม่มีจริง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!