กลิ่นอายของดินปืนและหยาดฝนที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นถนนด้านนอก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับบีบเค้นให้อากาศรอบตัวเจือความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
รินยืนพิงแผ่นหลังติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้า แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลด้วยความตกใจปนระอา แต่ใบหน้าหวานกลับเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ รอยยิ้มหยันที่มุมปากถูกส่งให้ผู้ชายตัวโตที่เพิ่งพังประตูเข้ามาด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไงครับคุณคิรากร... พังประตูห้องเช่าชาวบ้านแบบนี้ เดี๋ยวผมก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายหรอก"
เสียงใสเอ่ยกลั้วหัวเราะเยาะ แต่ทว่าดวงตาคมกริบที่จ้องมองกลับมานั้นไม่มีวแววขบขันเลยสักนิด
คิรากรในยามนี้ไม่ได้มีมาดของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลผู้เยือกเย็นและสุขุมนุ่มลึกอย่างที่ใครต่อใครเกรงกลัวอีกต่อไป เสื้อสูทราคาแพงยับย่น ปลายแขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่แขนแกร่งจากความเหนื่อยล้าและการเดินทางด้วยความเร็วนรก เส้นผมสีรัตติกาลลู่ปรกลงมาเคลียหน้าผาก หยาดน้ำฝนผสมกับเหงื่อกาฬไหลย้อยตามกรอบหน้าคมคาย ยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคมดุคู่นั้นดูดุดันและร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
"ค่าเสียหายเหรอครับริน..." คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น "คุณคิดว่าเงินในบัญชีผมทั้งหมด จะซื้อเศษเสี้ยวความปลอดภัยที่คุณเพิ่งเอาไปทิ้งขว้างเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนได้หรือไง"
ก้าวเท้าเพียงสองก้าว ร่างสูงใหญ่ก็ปิดระยะห่างระหว่างเขากับเด็กหนุ่มจนหมดสิ้น มือหนาเอื้อมพรวดมากระชากต้นแขนเรียวรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีความรุนแรงเจือปนในน้ำหนักมือนั้น มีเพียงแรงสั่นเทาเล็กๆ ที่หลุดรอดออกมาจากฝ่ามือที่กอบกุมร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
รินสะดุ้งเฮือกยามเมื่อแผ่นอกกว้างปะทะเข้ากับร่างของตนเอง กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของสายฝนและกลิ่นอายอันตราย—โอบล้อมเขาไว้จนแทบ
"ปล่อยนะ... ผมเจ็บ" รินนิหน้า พยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุม แต่แรงของอีกฝ่ายในตอนนี้มีมหาศาลเสียจนเขาคาดไม่ถึง คิรากรไม่ได้ปล่อย เขากลับยิ่งออกแรงรั้งเอวบางให้แนบชิดเข้าไปอีกจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
ดวงตาสีรัตติกาลของมาเฟียหนุ่มจ้องมองสำรวจใบหน้าหวานและร่องรอยฟกช้ำจางๆ ที่มุมปากของรินอย่างละเอียด ทุกตารางนิ้วที่บกพร่องบนร่างกายของเด็กดื้อคนนี้ ทำให้หัวใจของคิรากรกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความนิ่งสงบที่เคยเป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความคลั่งไคล้และหวาดกลัว... หวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปชั่วนิรันดร์
"รู้ตัวไหมครับว่าคุณทำผมประสาทกินไปถึงไหนแล้ว" คิรากรโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับขอบใบหู น้ำเสียงที่กระซิบแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความตัดพ้อและความโหยหาที่ปิดไม่มิด "ผมสั่งให้คุณรอผมที่คฤหาสน์... ผมสั่งให้คุณอยู่เฉยๆ แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อยเลยฮะริน"
"ก็ผมไม่ใช่ตุ๊กตาในตู้กระจกของคุณนี่ครับ!" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมลดสายตาหลบหนีความกดดันจากอีกฝ่าย "ผมมีขา มีความคิด มีหน้าที่ที่ต้องสะสาง เรื่องในตึกร้างนั้นมันธุระของผม ทำไมผมต้องรอให้คุณมาปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวด้วยเล่า!"
"เพราะผมรักคุณไงครับ!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันทีราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา
รินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในโลกใต้ดิน ดวงตาสีรัตติกาลที่สบมองมาในตอนนี้ไม่มีคราบของความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางและความเว้าวอนที่รุนแรงจนน่าใจหาย
คิรากรหอบหายใจเบาๆ หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ เขากลั้นความรู้สึกนี้มานานเกินไป เกราะป้องกันที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตระกูลและตัวเอง พังทลายลงอย่างไร้ท่าทีต่อหน้าเด็กหนุ่มปากเก่งคนนี้
"คุณ... คุณว่าอะไรนะ..." รินกระซิบถามเสียงสั่น ความดื้อรั้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจและหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
"ผมบอกว่าผมรักคุณ..." คิรากรพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่หนักแน่นและจริงจังจนน่ากลัว มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นประคองข้างแก้มเนียนนุ่ม นิ้วโป้งเกลี่ยไล่รอยเปื้อนฝุ่นบนพวงแก้มใสอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย "ผมยอมรับก็ได้... ว่าผมมันบ้า ผมมันควบคุมตัวเองไม่ได้เวลาที่คุณเดินเข้าหาอันตราย ผมยอมทิ้งทุกอย่าง ทิ้งศักดิ์ศรี ทิ้งมาดบ้าบอพวกนั้น... แค่เพื่อให้มั่นใจว่าคุณยังปลอดภัยดี"
นี่น่ะเหรอ... คิรากร มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่คนครึ่งค่อนเมืองหวาดกลัว?
ผู้ชายที่ยอมกลายร่างเป็น 'หมาโบ้' วิ่งตามง้อเมียเด็กปากจัดอย่างไม่คิดชีวิต เพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
รินรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกจนพาลทำให้หายใจลำบาก ปากที่เคยต่อปากต่อคำเก่งกาจในตอนนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วง พูดไม่อציออกสักคำ ทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ มองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ
"ทีนี้..." คิรากรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม "เรามาตกลงกันให้รู้เรื่องดีกว่าครับ... ว่าหลังจากนี้ คุณจะยังกล้าดื้อกับผมอีกไหม... หืม?"
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนหูอื้ออึงไปหมด เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบจะจุดประกายไฟได้ในอากาศ ความซึนเดระของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งเปิดเผยตัวตนออกมาแบบหมดเปลือก ทำเอาคนพยศอย่างเขานั่งไม่ติดเก้าอี้... ไม่ส, ตอนนี้ยืนพิงผนังอยู่ต่างหาก
ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น สมองกำลังประมวลผลว่าจะหาคำพูดไหนมาสวนกลับเพื่อกู้หน้าดี แต่ทว่า... ก่อนที่รินจะได้อ้าปากเอื้อนเอ่ยประโยคกวนประสาทตามนิสัย
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูแก้มแดงปนความตึงเครียดเมื่อครู่อย่างไม่ไว้หน้าใคร
ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาจากนอกห้อง
"คุณชายครับ! แย่แล้วครับ! สายสืบรายงานมาว่าพวกของ 'มัน' กำลังเคลื่อนไหว มุ่งหน้ามาที่ตึกนี้แล้วครับ! พวกมันรู้ตัวแล้วว่าคุณชายอยู่ที่นี่!"
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองหน้ารินที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นความตึงเครียดทันที
และในจังหวะที่คิรากรกำลังจะหันไปสั่งการลูกน้องนอกประตูนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกกับกลอนประตูจนพังกระเด็นเข้ามารasร ร่างของชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากปีศาจสีเลือดปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือในความมืดมิดของทางเดิน
แต่ที่น่าตกใจที่สุด... คือเงาสนิทที่ทอดยาวมาจากด้านหลังของหนึ่งในมือปืนเหล่านั้น กลับปรากฏรูปร่างบิดเบี้ยวของสัตว์ประหลาดที่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่จ้องมองตรงมาที่คิรากรและรินด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู!
"เจอตัวแล้ว... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูล..." เสียงแหบพร่าประหลาดดังลอดออกมาจากใต้หน้ากากปีศาจ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังศีรษะของรินอย่างแม่นยำ!
"ริน! หลบไป!" คิรากรคำรามลั่น คว้าตัวรินเข้าสู่อ้อมอกแล้วหมุนตัวหลบกระสุนนัดแรกที่เจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจายในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้คิรากรกับน้องรินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 23
เปิดหน้ากากปีศาจ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!