นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา•ตอนที่ 7

กับดักความลับที่เริ่มเผย

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"เอกสารพวกนี้... ไม่ได้ถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของกรมตำรวจสากลด้วยซ้ำ คุณเป็นใครกันแน่ครับ คุณคิรากร" เสียงของรินดังแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของคฤหาสน์ตระกูลคิราการันต์ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มในมือเด็กหนุ่ม ปลายนิ้วเรียวที่ถือกระดาษแผ่นนั้นสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าตกใจที่เพิ่งปรากฏแก่สายตา เบื้องหน้าของเขาคือโต๊ะทำงานไม้ฮอกกานีเนื้อดี คิรากรผู้เป็นเจ้าของสถานที่กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลักจากประติมากรรมชั้นยอดประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยประกายบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา "รู้เร็วเกินคาดนะ... เด็กดื้อ" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม หูได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินอย่างเชื่องช้า ทว่าไร้ซึ่งเสียงสะท้อน ราวกับร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายเป็นเพียงเงาที่เคลื่อนไหวได้ในความมืด รินถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แต่ดวงตากลมโตกลับไม่หลบเลี่ยง เขายังคงเชิดหน้าขึ้นสบตากับมาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะเริ่มตระหนักแล้วว่า แฟ้มลับที่เขาบังเอิญเจอในลิ้นชักลับหลังภาพวาดสีน้ำมันนั้น กำลังเปิดประตูพาเขาไปสู่โลกใต้ดินที่อันตรายเกินกว่าจะจินตนาการ ในเอกสารแผ่นนั้น... มีชื่อของคิรากรเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติระดับโลกที่แม้แต่ตำรวจสากลยังต้องปิดแฟ้มหนี แถมยังมีตราประทับลับขององค์กรไร้เงาที่รินเคยได้ยินแต่คำร่ำลือ "ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องของคุณเลยสักนิด ถ้าคุณไม่ทิ้งมันไว้ให้ผมสะดุดตา" รินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ปากเรียวหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด "ตระกูลคิราการันต์เบื้องหน้าคือพ่อค้าอัญมณีผู้ทรงเกียรติ แต่เบื้องหลัง... คุณคือผู้ชักใยตลาดมืดทั้งหมดสินะครับ" "แล้วถ้าใช่... เธอจะทำยังไงล่ะ" คิรากรโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากแก้มเนียนของรินเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงโชยปะทะปลายจมูกจนเด็กหนุ่มต้องกลั้นหายใจ "จะเอาความลับนี้ไปบอกใคร? หรือจะเอามาใช้ต่อรองกับผม... หืม?" รินเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อย แต่ฝ่ามือหนากลับเอื้อมมาตรึงคางสลักเสลาของเขาไว้บังคับให้หันกลับมาสบตา ปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้กรอบหน้าของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนทว่าหนักแน่นจนรินรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น "ปล่อยผมนะ... อย่ามาแตะต้องตัวผมเด็ดขาด" รินปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความพยศ "คุณคิดว่าตัวเองกุมความลับไว้คนเดียวหรือไง คุณคิรากร? อย่าลืมว่าผมมองเห็น... ผมเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นของคุณ ว่ามันไม่ได้มีแค่ความเย็นชา แต่มันเต็มไปด้วยคำสาปที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง!" ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับอุณหติลดดิ่งลงหลายองศา รอยยิ้มบนใบหน้าของคิรากรจางหายไปในพริบตา นัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำคู่นั้นไหววับด้วยความตกใจชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยประกายความคลั่ง มือหนาที่เคยลูบไล้กรอบหน้าเปลี่ยนเป็นรวบเอวบางของรินเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนร่างของเด็กหนุ่มกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของรินสะดุด กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้โอบล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง "เธอกล้าดียังไง... พูดคำนั้นออกมา" น้ำเสียงของคิรากรเปลี่ยนเป็นพร่าต่ำและจริงจังอย่างน่ากลัว มันไม่ใช่เสียงขู่ของนักล่า แต่เป็นเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องสิ่งที่หวงแหนที่สุด "ทำไมล่ะครับ? กลัวว่าความลับเรื่องคำสาปตระกูลจะถูกเปิดเผย หรือกลัวว่าผมจะรู้ว่าคุณ... คอยปกป้องผมมาจากเงาตลอดเวลากันแน่!" รินสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกเชือดเฉือนพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ คิรากรชะงัก นัยน์ตาดำสนิทคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความลับที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต บัดนี้ถูกเด็กหนุ่มปากเก่งคนนี้อ่านทะลุปรุโปร่งผ่านเพียงแค่การสบตาชั่วเสี้ยววินาที ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นรัวแข่งกันท่ามกลางความตึงเครียด รินแหงนมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เคมีอันตรายระหว่างทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะเผาไหม้อากาศรอบตัว คิรากรก้มหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับใบหูของเด็กหนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนรินต้องหลับตาปี๋ด้วยความสั่นสะท้าน "ฉลาดเกินไปแล้วนะ... ริน" เสียงกระซิบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของมาเฟียหนุ่ม "และเพราะความฉลาดของเธอนี่แหละ ที่ทำให้ผม... ปล่อยเธอไปไม่ได้อีกแล้ว" ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของคิรากรจะทันได้สัมผัสกับกลีบปากนุ่มเพื่อปิดกั้นคำพูดทั้งหมด... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศอันร้อนระอุลงทันที "นายครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงตะโกนจากลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอกประตู พร้อมกับเสียงฝีเท้าอลหม่าน "ทางตอนเหนือถูกบุกรุก ระบบความปลอดภัยถูกเจาะ และ... คนพวกนั้นกำลังมุ่งหน้ามาที่คฤหาสน์ครับ!" คิรากรผละออกจากตัวรินอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความนิ่งสนิทเยือกเย็นดังเดิม นัยน์ตาสีรัตติกาลหันกลับไปมองประตูห้องสลับกับเด็กหนุ่มที่ยืนหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนก รินก้มลงมองเอกสารในมือที่ยับย่นจากการยื้อยุด ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับชื่อสุดท้ายที่เพิ่งปรากฏขึ้นที่มุมกระดาษแผ่นล่างสุด... ชื่อของบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในตอนนี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุดเมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูที่กำลังพังประตูเข้ามา ไม่ใช่คนนอกที่ไหนเลย ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมก้าวเข้าสู่ความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตาสีรัตติกาลกับพันธสัญญาเลือดคุณชายไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%