"ถ้าคุณยังมองด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังขอร้องให้ฉันจูบเพื่อปิดปาก... และบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่ได้ใจดีขนาดจะทำฟรีๆ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นของเซฟเฮาส์ ม่านทึบแสงสีเข้มถูกปิดสนิทเพื่อป้องกันสายตาจากภายนอก มีเพียงแสงไฟส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นสไตล์โมเดิร์นที่สาดกระทบโครงหน้าคมคายของศิลา บอดี้การ์ดหนุ่มอดีตหน่วยรบพิเศษกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีคุกคาม แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความกรุ่นโกรธผสมความปรารถนาที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเคร่งขรึม
รวินทร์ไม่สะทกสะท้าน นายแบบหนุ่มชื่อดังทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังแท้สีชาด เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวตัวบางถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและไฝเม็ดเล็กบริเวณไหปลาร้าที่ชวนให้คนมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นจิบรสชาติเข้มข้นช้าๆ ก่อนจะริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มร้ายกาจออกมา
"ปากเก่งจังนะ, คุณบอดี้การ์ด... ไหนตอนแรกบอกว่าเกลียดความวุ่นวายนักหนา ทำไมตอนนี้ถึงมายืนจ้องผมตาไม่กระพริบในระยะประชิดแบบนี้ล่ะครับ หรือว่ากลัวว่าผมจะหายตัวไปจากเซฟเฮาส์แคบๆ นี่?"
"ผมไม่ได้กลัวคุณหายไปไหน... ผมแค่รำคาญเสียงพูดจาโอ้อวดไร้สาระของคุณต่างหาก" ศิลาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดบ่งบอกความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่ขายาวๆ ของเขาก็ยอมก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงนั่งยองๆ ตรงหน้าโซฟา บังคับให้นายแบบหนุ่มต้องสบตาเขาตรงๆ ในระยะห่างที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน "เลิกเล่นเกมประสาทเสียกับผมสักที รวินทร์... กวินไม่ใช่พวกเด็กฝึกหัดในวงการบันเทิงที่คุณจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ หลอกลวงได้ มันคือนักฆ่ามืออาชีพที่พร้อมจะเป่าหัวคุณได้ทุกเมื่อ ถ้าคุณยังเก็บ 'ไอ้สิ่งนั้น' ไว้กับตัวแบบไม่ยอมบอกอะไรผมเลย"
บรรยากาศรอบตัวพลินลดอุณหภูมิลดฮวบ ความสนุกสนานจอมปลอมมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตึงเครียดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
รวินทร์ชะงัก รอยยิ้มเย้ายวนบนเรียวปากสวยค่อยๆ เลือนหายไป แววตาคมกริบที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนยากจะคาดเดา เขาวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อของศิลาอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วเรียวยาวลากไล้ผ่านแผงอกกว้างภายใต้เนื้อผ้าอย่างจงใจยั่วยวน ทว่าดวงตากลับจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณคิดว่าผมสนุกเหรอ... ศิลา?" เสียงของรวินทร์แผ่วเบาลง เจือความเหนื่อยล้าที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเสมอ "คุณคิดว่าการต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวง และรู้ว่ามีคนนับร้อยอยากได้ยินเสียงกรีดร้องก่อนตายของผมมันสนุกมากนักหรือไง?"
ศิลาไม่ขยับหนี ปลายนิ้วอุ่นจัดที่สัมผัสอยู่ตรงอกทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาตื่นตัว แต่นัยน์ตาคมกริมยังคงจับจ้องอีกฝ่ายนิ่งงัน "ถ้าไม่สนุก แล้วทำไมถึงยังเก็บมันไว้? ทำไมไม่ทำลายมันทิ้ง หรือเอาไปแลกกับความปลอดภัยของตัวเองซะตั้งแต่แรก?"
"เพราะถ้าผมทำแบบนั้น... คนพวกนั้นก็จะชนะนะสิคะ" รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยประกายความแค้นที่ถูกเก็บกดมานาน "หลักฐานในแฟลชไดรฟ์ดร็อปเปอร์อันนั้นไม่ได้มีแค่บัญชีลับฟอกเงินหรือคลิปเสียงซื้อขายยาเสพติดของกวินหรอกนะ... แต่มันคือรายชื่อของคนใหญ่คนโตครึ่งค่อนประเทศที่หนุนหลังมันอยู่ ถ้าผมส่งมันให้ตำรวจตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าผมคง 'อุบัติเหตุรถคว่ำตาย' ก่อนที่คดีจะไปถึงศาลเสียด้วยซ้ำ"
คำสารภาพนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงกลับคืนมา ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของบอดี้การ์ดหนุ่ม น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"แต่กับคุณ... ศิลา... ฉันคิดว่าฉันอาจจะยอมไว้ใจเป็นคนสุดท้าย"
ศิลาหัวใจกระตุกวูบ เคมีที่พวยพุ่งระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นบีบปลายคางมนของนายแบบจอมพยศให้เชิดขึ้นบังคับรับจูบทางสายตาที่ดุดันและลึกล้ำ "อย่ามาเล่นคำกับผม รวินทร์... คุณไว้ใจผม หรือคุณแค่กำลังหาคนมารับกระสุนแทนคุณกันแน่?"
"อยากรู้ไหมล่ะคะว่าฉันคิดยังไง..." รวินทร์กระซิบตอบ ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเฉียดผ่านมุมปากของศิลาไปเพียงนิดเดียว สร้างความรัญจวนใจจนบอดี้การ์ดหนุ่มแทบจะสูญเสียการควบคุม
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปถึงจุดเปราะบางที่สุด—
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกรหัสประตูนิรภัยหน้าห้องดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ที่กำลังก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต!
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ร่างกายตอบสนองด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน มือแกร่งคว้าปืนพกสั้นออกจากซองพกซ่อนใต้รนร่มผ้าขึ้นมาปลดเซฟพร้อมยิงอย่างไร้ความลังเล ดวงตาดุดันหันขวับไปมองที่ประตูห้องนั่งเล่นที่กำลังเปิดผางออกเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือ
และก่อนที่ศิลาจะได้ลั่นไก รวินทร์ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดชัดเจน—
"พี่... เป็นไปไม่ได้!"
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะชอบตอนนี้นะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 7
คำสารภาพของนายแบบ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!