เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 6

จังหวะปะทะ

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เศษกระจกใสที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่รองเท้าหนังคอมแบตเหยียบย่ำลงไป ความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาฉับพลันหลังสิ้นเสียงปืนนัดนั้น ไม่ได้ทำให้ศิลารู้สึกตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประสาทสัมผัสทุกส่วนของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษกลับตื่นตัวถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกให้ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของรวินทร์แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาเต็มรัก “โอ๊ย! เบาหน่อยสิคุณบอดี้การ์ด จะรีบพาผมไปเข้าพิธีวิวาห์ในความมืดหรือไง” เสียงกระซิบกระซอท1ลอดไรฟันของนายแบบคนดังไม่ได้เจือแววหวาดกลัวเลยสักนิด แม้ว่าในวินาทีนี้ ชีวิตของพวกเขาทั้งคู่เพิ่งจะเฉียดความตายไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร รวินทร์ยังคงมีอารมณ์มาหยอกล้อในสถานการณ์ที่แม้แต่ลมหายใจยังต้องผ่อนอย่างระมัดระวัง “หุบปากแล้วหมอบลงต่ำ รวินทร์” ศิฟากคำรามเสียงต่ำลอดไรฟัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอของคนในอ้อมแขนไม่ได้เกิดจากความเสน่หา แต่เป็นเพราะอะดรีนาลีนที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาดึงตัวรวินทร์ให้ทรุดฮวบลงหลบหลังโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ที่พอจะใช้เป็นโล่กำบังกระสุนวิถีโค้งได้ชั่วคราว ความมืดภายในเซฟเฮาส์ถูกขับเน้นให้ดูอันตรายยิ่งขึ้นด้วยเงาตะคุ่มของเฟอร์นิเจอร์ ศิลาหรี่ตาปรับโฟกัสในความมืด มือข้างหนึ่งปลดล็อกซองปืนพกข้างลำตัวอย่างเงียบเชียบ เสียงเหล็กกระทบกันเบาหวิวแต่ชัดเจนในความเงียบงัดเอาความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ทว่า ในจังหวะที่ศิลากำลังประเมินวิถีการยิงและทิศทางของมือปืน นิ้วเรียวเย็นเฉียบของรวินทร์กลับแตะลงบนหลังมือของเขาที่กำลังกำด้ามปืนไว้แน่นสัมผัสนั้นแผ่วเบา ทว่าจงใจลูบไล้ผ่านผิวเนื้อหยาบกร้านอย่างยั่วยวนจนศิลาต้องขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด “คุณกำลังทำบ้าอะไร” ศิลาถามเสียงลอดไรฟัน ขยับตัวขยับเข้าใกล้จนแผ่นหลังของรวินทร์แนบชิดกับอกแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อบังกระสุนให้มิดชิดที่สุด “เปล่าหรอก แค่จะบอกว่า…” รวินทร์จงใจเว้นจังหวะ ใบหน้าสวยคมเอียงซองกระซิบชิดใบหูของบอดี้การ์ดหนุ่มจนปลายจมูกเฉียดผ่านแก้มสาก “เวลาที่คุณดุ… เซ็กซี่เป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม” ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ทำด้วยอะไร! ในสถานการณ์ที่กระสุนอาจเจาะทะลุหัวใจได้ทุกเมื่อ รวินทร์กลับยังมีอารมณ์มาขายอ่อยเขาเนี่ยนะ! ศิลาอยากจะฟาดย้อนสักป้าบให้หายหมั่นไส้ แต่ก่อนที่เขาจะได้สวนคำพูดจิกกัดอะไรกลับไป สายตาคมกริบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษก็บังเอิญเหลือบไปเห็น ‘ความผิดปกติ’ บางอย่างเข้าเสียก่อน ความมืดที่ควรจะปกคลุมทั่วห้องรับแขก กลับมีเงาสะท้อนจาง ๆ จากหน้าต่างบานที่ยังไม่แตก ส่องกระทบเข้ากับกรอบรูปบนผนังฝั่งตรงข้าม รอยกระสุนนัดแรกไม่ได้เจาะทะลุกระจกเข้ามาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า… แต่มันถูกคำนวณมุมองศามาอย่างแม่นยำจากตึกร้างฝั่งตรงข้ามถนน และที่สำคัญที่สุดคือ วงจรปิดตัวจิ๋วที่มุมห้องกำลังกะพริบแสงสีแดงจาง ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามันถูกเปิดใช้งาน ทั้งที่ระบบไฟหลักเพิ่งจะตัดขาดไปเมื่อกี้! ศิลาขมวดคิ้วมุ่น หัวสมองประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยความระแวง ไฟฟ้าดับกะทันหัน กระสุนนัดเดียวที่เจาะจงเป้าหมาย และกล้องวงจรปิดที่ยังทำงานอยู่... นี่ไม่ใช่การลอบสังหารแบบสุ่มเดี่ยวจากแก๊งข้างถนนแน่นอน แต่มันคือ ‘การดักฟังและต้อนเหยื่อ’ เข้ามุม มือหนาเลื่อนขึ้นปิดปากรวินทร์ที่กำลังจะอ้าปากแซวเขาต่อทันที สัมผัสจากฝ่ามือหนาทำให้นายแบบหนุ่มชะงัก ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบ ๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเห็นแววตาเคร่งเครียดจริงจังของศิลา ศิลาไม่ได้มองรวินทร์ด้วยสายตาหงุดหงิดรำคาญใจแบบทุกทีแล้ว ทว่าแววตาคู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของรวินทร์อย่างละเอียดถี่ถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้เสื้อผ้าเนื้อนุ่มตัวนั้น “ศิลา… คุณมองผมแบบนั้นหมายความว่ายังไง” รวินทร์ขยับปากพูดใต้ฝ่ามือหนา น้ำเสียงเจือความระแวงเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ศิลาค่อย ๆ เลื่อนมือออกช้า ๆ แต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าสวยคม เขาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นน้อย ๆ “รวินทร์… คุณมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกผมกันแน่” เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นจริงจัง ไม่มีเค้าลางของการหยอกล้อ “เพราะไอ้กระสุนเมื่อกี้… มันไม่ได้ต้องการเอาชีวิตคุณ แต่มมันยิงมาเพื่อ ‘เช็กตำแหน่ง’ ของเราต่างหาก” นายแบบหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เป็นพิรุธเพียงน้อยนิดที่รอดพ้นจากสายตาคนทั่วไปไม่ได้ แต่กลับไม่รอดพ้นสายตาของนักล่าอย่างศิลา ก่อนที่รวินทร์จะได้ทันอ้าปากแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันของแม่กลอนประตูที่กำลังถูกงัดด้วยชะแลงเหล็ก! ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดในห้องมืดทึบ ศิลาคว้าข้อมือเรียวของรวินทร์ให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกันในเสี้ยววินาที เขาดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง พร้อมกับขึ้นลำกล้องปืนในมือเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะที่กำลังจะระเบิดขึ้นหลังบานประตูนั้น และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว กลอนประตูหน้าห้องก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ! แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะชอบตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%