กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นไอฝนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องรับแขกของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราکتขั้วโลก เมื่อศิลายืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองลงไปยังท้องถนนเบื้องล่างที่สายฝนเพิ่งซาลง ถนนเส้นนั้นว่างเปล่า แต่สัญชาตญาณดิบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษบอกเขาชัดเจนว่า... มีบางอย่างผิดปกติ
"มองอะไรอยู่คะคุณบอดี้การ์ด หรือว่าหลงเสน่ห์วิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเข้าแล้ว?"
เสียงทุ้มหวานเจือความยวนเย้าดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อนุ่มที่เดินเข้ามาใกล้ รวินทร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้
ไขว่ห้างอย่างไม่ี่อส y แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความท้าทายที่มักจะทำให้เส้นประสาทในสมองของศิลาตึงเปรี๊ยะได้เสมอ
"ผมไม่ได้ว่างพอกล่าวสุนทรีย์กับวิวหรอกครับ... เอ๊ย... หรอกค่ะ" ศิลาเผลอขบกรามแน่นเมื่อเกือบหลุดปากพูดสำนวนผู้ชายออกมา รีบปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ "ผมกำลังมองหามือปืนที่กำลังเล็งเป้ามาที่คุณต่างหาก รวินทร์"
รวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเซ็กซี่แต่บาดลึก เขาขยับตัวเข้าใกล้รินกาแฟใส่ถ้วยด้วยท่าทางอ้อยอิ่ง "พูดจาน่ากลัวชะมัด ใครจะกล้ามาลอบยิงฉันบนตึกสูงระบบความปลอดภัยแน่นหนาขนาดนี้... หรือว่าคุณกลัวว่าฉันจะโดนเก็บแล้วไม่มีคนให้แกล้งคะ?"
"หลงตัวเองไม่เปลี่ยน" ศิลาแค่นเสียงลอดไรฟัน เขาส้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาประชิดโซฟา ก้มตัวลงใช้มือข้างหนึ่งค้ำพนักพิงเหนือศีรษะของนายแบบหนุ่ม บังคับให้อีกฝ่ายต้องแหงนเงยขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ "จำสัญญาที่เราตกลงกันไว้ไม่ได้หรือไง? ชีวิตคุณตอนนี้อยู่ในการดูแลของผม ห้ามออกนอกลู่นอกทาง และที่สำคัญ... เลิกทำตัวเป็นเป้านิ่งให้อีกฝ่ายตามรอยสักที"
รวินทร์ไม่แม้แต่จะหลบสายตา รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก เรียวลิ้นเล็กแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ อย่างจงใจยั่วเย้า "ถ้าฉันไม่ออกนอกลู่นอกทาง แล้วคุณจะได้มีข้ออ้างมาประชิดตัวฉันแบบนี้เหรอคะ... ศิลา?"
หัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง เคมีที่พวยพุ่งระหว่างกันมันร้อนแรงเสียจนแอร์ในห้องแทบไร้ความหมาย ศิลาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วด้วยความรู้สึกที่ตีรวน ทั้งอยากจะดุให้เข็ดหลาบและอยากจะ... ปิดปากช่างเจรจานั่นด้วยวิธีของตัวเอง
แต่ก่อนที่บรรยากาศจะเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยเบา ๆ จากระบบเซนเซอร์ที่ระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้น
ฉับพลัน รอยยิ้มเย้ายวนบนใบหน้าของรวินทร์ก็แข็งค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเจ้าสำราญหลุด뢰ลอดออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที
ศิลาผละออกจากร่างบางทันที ความเป็นมืออาชีพกลับเข้าครอบงำในพริบตา เขาดึงรวินทร์ให้ลุกขึ้นแล้วดันไปหลบหลังเสาปูนหนาทึบ พร้อมกับชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงออกจากซองพกใต้ร่มผ้าอย่างคล่องแคล่ว
"ซ่อนอยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" ศิลาสั่งเสียงเข้ม แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบามากดังมาจากระเบียงด้านนอกห้องนอน ซึ่งเป็นจุดอับสายตา ศิลากลั้นหายใจ ขยับเท้าก้าวไปตามเงาของเฟอร์นิเจอร์อย่างเงียบเชียบราวก้าวของแมวป่า มือข้างหนึ่งกระชับปืนแน่น นิ้วชี้ทาบบนโครงปืนพร้อมยิงทุกเมื่อ
ทว่า เมื่อเขาถีบประตูระเบียงเปิดออกและพุ่งตัวออกไปพร้อมเล็งเป้า... กลับพบเพียงความว่างเปล่า
มีเพียง "บางสิ่ง" ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกตัวเล็ก
ศิลาขมวดคิ้วแน่น เดินเข้าไปใกล้ด้วยความระแวดระวัง บนโต๊ะนั้นมีซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ ข้าง ๆ กันคือกล่องดนตรีไขลานโบราณที่กำลังบรรเลงเพลงกล่อมเด็กหลอนหู เสียงดนตรีดัง ก๊องแก๊ง ในความเงียบสงัด มันชวนขนลุกเกรียว
รวินทร์เดินตามออกมาจากมุมห้อง สายตาเหลือบไปเห็นซองเอกสารบนโต๊ะ สีหน้าของนายแบบหนุ่มซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นออกไปหยิบมันขึ้นมา
"มัน... มาได้ยังไง" รวินทร์พึมพำเสียงสั่น ความมั่นใจทั้งหมดก่อนหน้านี้มลายหาย
ศิลาคว้าซองเอกสารนั้นมาเปิดดูเอง ข้างในมีรูปถ่ายโพลารอยด์หลายใบ ทุกใบคือภาพของรวินทร์ในมุมเผลอขณะอยู่ในเพนต์เฮาส์แห่งนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน และภาพสุดท้าย... คือภาพใบหน้าของศิลาเองที่ยืนอยู่หน้ากระจกเมื่อคืนนี้
หมายความว่า... มีคนแอบถ่ายพวกเขามาตลอด และมันรู้ทุกความเคลื่อนไหวในเซฟเฮาส์ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด
ศิลาหันขวับไปมองรวินทร์ แววตาเต็มไปด้วยคำถามที่คาดคั้น "คุณปิดบังอะไรผมอยู่ รวินทร์? นี่ไม่ใช่แค่เรื่องมาเฟียตามทวงหนี้หรือขู่กรรโชกธรรมดาแล้ว คน ๆ นี้... รู้จักแม้กระทั่งจุดบอดของระบบรักษาความปลอดภัยที่เราเพิ่งเซ็ตอัพเมื่อวาน"
รวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาที่เคยพราวระยับตอนนี้ไหวระริก เขาเม้มริมฝีปากแน่นราวกับชั่งใจว่าจะพูดความจริงดีหรือไม่
"ฉัน..." รวินทร์อ้าปากจะเอ่ยบางอย่าง ดวงตาคู่นั้นฉายแววความลับดำมืดที่ถูกเก็บงำมานาน
แต่ทว่า... ก่อนที่คำสารภาพนั้นจะหลุดออกจากริมฝีปากของนายแบบหนุ่ม
*ปัง!*
เสียงกระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างห้องรับแขกแตกกระจายเสียงดังสนั่น เศษกระจกนับร้อยชิ้นร่วงกราวลงพื้น พร้อม ๆ กับที่ไฟทั้งห้องดับวูบลงสนิทในเสี้ยววินาทีเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับความระทึกขวัญนี้นะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 5
รอยร้าวในเงามืด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!