เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 4

พื้นที่ส่วนตัว

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
ความมืดมิดในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเงียบแม้แต่น้อย มันคือความกดดันระดับสูงสุดที่บีบให้ปอดต้องทำงานหนักขึ้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ลากผ่านพื้นกระจกบริเวณระเบียงด้านนอกหยุดลงพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่บานประตูกระจกเลื่อน แกร็ก... เสียงกลอนประตูระเบียงถูกงัดเปิดออกอย่างง่ายดายราวกับว่าระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงไม่ได้มีความหมายอะไรเลยในสถานการณ์นี้ รวินทร์ซึ่งยืนอยู่กลางความมืดกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่มีมากกว่าทำให้เขาไม่ยอมก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ทว่าก่อนที่เงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูกระจกเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของศުރาก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่ซุ่มรอจังหวะ หมัป! ฝ่ามือหนาตะปบเข้าที่เอวคอดของนายแบบหนุ่มก่อนจะกระชากลากถอยหลังเข้ามุมอับสายตาหลังเสาหินอ่อนเนื้อดี กลิ่นกายเฉพาะตัวของบอดี้การ์ดหนุ่ม ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ เจือความเย็นเฉียบของเหงื่อและกลิ่นอายความเป็นชายชาตรีปะทะเข้ากับจมูกของรวินทร์ในระยะประชิดจนแทบหายใจไม่ออก "เงียบ" เสียงทุ้มต่ำต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ถ้าไม่อยากตายศพไม่สวย ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ" "ปล่อยนะ คุณศิลา ฉันหายใจไม่ออก..." รวินทร์กระซิบตอบเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดตัวหนีสัมผัสแนบชิดที่ร้อนรุ่มเกินความจำเป็นในสถานการณ์คับขันนี้ แต่ยิ่งดิ้น ศิลากยิ่งกดน้ำหนักลงมาแนบแน่นขึ้นจนหน้าอกของพวกเขาสัมผัสกันผ่านเนื้อผ้า ที่ระเบียง... เงาร่างของชายฉقรรจ์คนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องรับแขก พร้อมกับแสงไฟฉายคาดหัวที่สาดส่องกวาดไปทั่วห้อง ความสว่างวาบกวาดผ่านมุมเสาที่พวกเขายืนอยู่ห่างไปเพียงคืบเดียว ศิลาใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะของรวินทร์ให้ซบลงกับแผงอกกว้างของตัวเองเพื่อบังคับให้ซ่อนตัว ส่วนมืออีกข้างดึงอาวุธปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากซองสะพายข้างอย่างคล่องแคล่ว แววตาของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษฉายประกายอำมหิตและจริงจังจนน่ากลัว รวินทร์นิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าของเขาแนบชิดติดกับอกเสื้อที่กระดุมหลุดลุ่ยของศิลา หัวใจของบอดี้การ์ดเต้นรัวเร็วจนเขารู้สึกได้ผ่านเนื้อผ้า แต่มันไม่ใช่ความกลัว มันคือความตื่นตัวของนักล่า "มันหายไปไหนวะ... นายใหญ่บอกว่าเห็นมันอยู่แถวนี้" เสียงทุ้มห้าวของชายชุดดำคนแรกดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยปะปนกับอากาศเย็นเฉียบในห้อง ศิลากัดกรามแน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ หากพวกมันก้าวเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว กระสุนเก็บเสียงในรังเพลิงคงได้ทักทายกบาลใครสักคนเป็นแน่ แต่ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด รวินทร์กลับขยับริมฝีปากขึ้นกระซิบข้างหูของคนตัวโตกว่าด้วยน้ำเสียงที่เจือแววยั่วเย้าทั้งๆ ที่สถานการณ์เป็นตายเท่ากัน "ถ้าเราตายด้วยกันตรงนี้... คุณจะเสียดายไหม ที่ยังไม่ได้จูบฉันสักครั้ง" ศิลาหันขวับมามองคนพูดด้วยสายตาค้อนขวิดที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ "นายมันบ้าไปแล้วรวินทร์ ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?" "ก็เพราะมันเป็นสถานการณ์แบบนี้น่ะสิ คนเราถึงควรทำตามใจตัวเองก่อนจะไม่มีโอกาส" รวินทร์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับท้าทายความอดทนของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างจงใจ ก่อนที่ศิลาจะได้เอאะอะหรือด่าทออะไรกลับไป เสียงฝีเท้าข้างนอกก็ถอยห่างออกไปทางประตูระเบียง พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแกร็กกรากรายงานว่าภารกิจค้นหาล้มเหลวและต้องถอนกำลังออกก่อนที่ตำรวจจะมาถึง แสงไฟฉายที่สาดส่องไปมาจึงดับลง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมเพนต์เฮาส์อีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความมืดและเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนทั้งคู่ เมื่อแน่ใจว่าพวกมันถอยกลับไปหมดแล้ว ศิลาจึงผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะผลักร่างของนายแบบหนุ่มให้ออกห่างจากตัวอย่างไม่ใยดี "เกมจบแล้วครับคุณรวินทร์ เลิกเล่นเป็นเด็กไร้สาระสักที" ศิลาเก็บปืนเข้าซองด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปที่แผงควบคุมระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อสับคันโยกให้ไฟกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง แสงไฟสีส้มอบอุ่นสาดส่องทั่วห้องรับแขกเผยให้เห็นความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ และคราบฝุ่นรอยเท้าที่เลอะเทอะ แต่รวินทร์ไม่ได้สนใจความสกปรกนั้น เขายืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน มองตามแผ่นหลังกว้างของบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "กฎเหล็กข้อแรกของฉันคือ ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว และห้ามทำตัวรุ่มร่ามโดยไม่จำเป็น" ศิลาหันกลับมาประกาศเสียงกร้าว สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่นายแบบตัวแสบ "ส่วนเหตุการณ์เมื่อกี้ ถือเป็นอุบัติเหตุเฉพาะหน้า ห้ามเอาไปพูดเพ้อเจ้อที่ไหนอีก และนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณต้องอยู่ในสายตาของผมตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามออกห่างจากระยะสองเมตร ห้ามเปิดประตูให้ใคร และที่สำคัญ... ห้ามทำอะไรโง่ๆ ตามอำเภอใจเด็ดขาด" รวินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เดินนดย่างสามขุมเข้าไปหาบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยท่าทางเย้ายวน รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏบนริมฝีปากที่เคลือบด้วยความท้าทาย "ถ้าฉันไม่ทำตามล่ะคะ คุณบอดี้การ์ดปากจัด คุณจะทำอะไรฉัน? จะอุ้มฉันพาดบ่า หรือจะจูบปิดปากฉันให้เลิกพูดเหมือนในหนังโรแมนติกเกรด B ล่ะ?" ศิลาขยับเข้าไปประชิดตัวรวินทร์อย่างรวดเร็ว ปิดระยะห่างระหว่างกันจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าที่เงີยหน้าสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวของอดีตทหารหนุ่มจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น "ผมไม่ได้ใจดีพอจะเล่นหนังรักกับคุณหรอกนะรวินทร์" ศิลาพูดลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและอันตราย "ถ้าคุณยังดื้อด้านและไม่ยอมทำตามกฎที่ผมวางไว้ ผมมีวิธีลงโทษเด็กดื้อที่เจ็บปวดกว่าการจูบเยอะ... อยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ?" รวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบกับแววตาจริงจังที่ซ่อนความร้อนรุ่มเอาไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา แต่นายแบบหนุ่มก็ยังคงรักษารอยยิ้มกวนประสาทไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดเย้าแหย่กลับไปเพื่อเอาชนะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องเพนต์เฮาส์ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสนิทของยามวิกาล เสียงนั้นดังชัดเจนเสียจนบาดแก้วหู รวินทร์และศิลาหันขวับไปมองที่บานประตูหน้าห้องพร้อมกันในทันที ไม่มีใครควรจะอยู่ที่หน้าประตูนี้... ระบบรักษาความปลอดภัยของตึกถูกตัดขาด และกวินเพิ่งจะส่งคนมาลอบบุกรุกทางระเบียงเมื่อครู่นี้เอง ศิลาส่งสัญญาณมือให้รวินทร์ถอยไปหลบหลังโซฟา ก่อนที่เขาจะดึงอาวุธปืนออกมาถือกระชับไว้ในมืออีกครั้งอย่างระแวดระวัง ฝ่ายบอดี้การ์ดหนุ่มเดินย่องไปชิดบานประตู ชำเลืองมองผ่านตาแมวเพื่อตรวจสอบแขกยามวิกาล ทว่า ทันทีที่ดวงตาคู่คมมองทะลุผ่านเลนส์ตาแมวออกไป สีหน้าเคร่งขรึมและมั่นใจของศิลาก็เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงพรึงเพริด ร่างกายของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษแข็งค้างไปชั่วขณะ ราวกับเห็นผีสางในเวลากลางวัน รวินทร์ที่แอบมองอยู่ด้านหลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติของบอดี้การ์ดหนุ่ม เขาจึงเอ่ยกระซิบถามเสียงเบา "ใคร... ใครมา?" ศิลาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนที่เสียงเคาะประตูชุดเดิมจะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหวานใสเย็นยะเยือกที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามา... เสียงที่ทำให้ศิลาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงปืนนัดไหนๆ ในชีวิต "เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ... ลูกชายตัวดี" แบล็กเวลเวต บันทึกไว้ค่ะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%