เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 3

มื้อค่ำที่ไร้ความสุข

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องเพนต์เฮาส์หรู คือเครื่องเตือนสติชั้นดีว่าปาร์ตี้สังสรรค์เมื่อครู่ไม่ได้จบลงด้วยเสียงปรบมือ รวินทร์ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ กระดกไวน์แดงลงคออึกใหญ่เพื่อกดความสั่นเทาปลอมๆ ไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็น ขณะที่ศิลา—บอดี้การ์ดหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่เพิ่งพังประตูเข้ามาเคลียร์พื้นที่—กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเช็ดคราบเลือดบนสันนิ้วมืออย่างใจเย็น แววตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองนายแบบชื่อดังราวกับกำลังประเมินราคาสินค้ามีตำหนิที่น่ารำคาญใจ "คุณควรหัดคัดกรองแขกเหรื่อให้ดีกว่านี้, คุณรวินทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทว่ากลับบาดลึกในความรู้สึก ศิลาโยนปืนพกกระบอกเล็กที่เพิ่งปลดชนวนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอก ผู้ชายคนนี้คือเป้าหมายที่เขาถูกจ้างมาคุ้มครอง แต่อีกฝ่ายก็ขยันหาเรื่องใส่ตัวด้วยการพาตัวเองไปพัวพันกับพวกมาเฟียปลายแถวอย่างกวินได้ทุกวี่ทุกวัน "อ้าว ถือว่าฉันทำแต้มให้คุณมีงานทำก็แล้วกันนะคะ, คุณบอดี้การ์ด" รวินทร์แค่นหัวเราะ วางแก้วไวน์กระแทกกระจกเสียงดังจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอก เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉาบด้วยประกายท้าทาย เมินเฉยต่อบรรยากาศมาคุรอบตัว "ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้คุณคงนั่งเหงาหาวนอนอยู่ในเซฟเฮาส์จนรากงอก ไม่ได้มาโชว์ลีลาบู๊ล้างผลาญเท่ๆ แบบเมื่อกี้หรอก" ศิลาถอนหายใจพรวดใหญ่อย่างเหลืออด เขาก้าวขายาวๆ เข้าประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วชนิดที่รวินทร์ไม่ทันตั้งตัว ความสูงและแผงอกกว้างที่กดดันทำให้รวินทร์ต้องผถอยหลังจนสะโพชนิดติดขอบเคาน์เตอร์บาร์ ปลายจมูกคมสันห่างจากแก้มเนียนใสเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดผสมความดิบเถื่อนเฉพาะตัวของทหารหน่วยรบพิเศษโชยเข้าแตะจมูกจนรวินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ผมไม่ได้ถูกจ้างมาเป็นพระเอกลิเก, คุณรวินทร์" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มแหบพร่าพ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอขาวผ่อง "หน้าที่ของผมคือการพาคุณไปตายช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้... ดังนั้น เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วเก็บกระเป๋าซะ เราต้องย้ายที่กบDภัยเดี๋ยวนี้" รวินทร์ใจกระตุกวูบกับระยะห่างที่อันตรายเกินความจำเป็น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ริมฝีปากอิบอิ่มกลับยังคงยกยิ้มเย้าแหย่ตามนิสัย "อุ๊ย พูดจาแบบนี้หมายความว่า เป็นห่วงฉันเหรอคะ? ใจอ่อนกับคนสวยเข้าแล้วล่ะสิ" "ปากดีแบบนี้ คอยดูเถอะว่าไปถึงเซฟเฮาส์ใหม่ ผมจะหาเทปกาวมาปิดปากคุณไว้ตลอดสามสัปดาห์" ศิลาตอบกลับเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโต คู่นั้นนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงประกายบางอย่างที่วับวามอยู่ในแววตาของบอดี้การ์ดหนุ่ม มันไม่ใช่ความรำคาญอย่างที่ชอบแสดงออก แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและควบคุมได้ยากยิ่งกว่า ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะในอกของคนทั้งคู่ รวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย้ายวนที่เขาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดชีพกลับใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายคนนี้ ตรงกันข้าม มันกลับดึงดูดให้ศิลาก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่พวกเขาต่างก็ไม่อาจถอนตัว ทว่า ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์อันเปราะบาง เสียงกริ่งหน้าประตูเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ สามครั้ง... สั้น หนักแน่น และเต็มไปด้วยคุกคาม ศิลาผละออกจากตัวรวินทร์ในเสี้ยววินาที ร่างหนาพลิกตัวกลับไปหยิบปืนพกขึ้นมาปลดเซฟอย่างไร้เสียง สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันอำมหิตทันที รวินทร์หน้าถอดสี มือเรียวคว้าชายเสื้อสูทของบอดี้การ์ดไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ หน้าจออินเตอร์คอมที่ผนังห้องสว่างวาบขึ้น ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท กำลังยืนล้อมกรอบหน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นยะเยือกของกวินที่โบกมือทักทายกล้องด้วยท่าทางเย้ยหยัน... ทั้งที่ประตูห้องถูกล็อกหนาแน่น แต่จู่ๆ ไฟทั่วทั้งเพนต์เฮาส์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง และเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังลอดมาจากระเบียงด้านนอก... ที่ซึ่งไม่ควรมีใครปีนขึ้นมาได้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%