เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 11

เกมการเมืองในวงการ

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
“นายคิดว่าการเอาตัวรอดในวงการบันเทิงมันอาศัยแค่หน้าตาหล่อๆ กับจริตจะก้านอย่างนั้นเหรอ ศิลา?” รวินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์หรูที่ถูกปิดตายม่านทึบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าเรียวสวยของนายแบบหนุ่มดูคมคายและเยือกเย็นเกินกว่าภาพลักษณ์ร่าเริงที่สื่อมวลชนคุ้นเคย เขาโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษปะทะพื้นผิวแก้วดังกังวานบาดหู ศิลาที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องขยับกายเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษกวาดมองเอกสารเหล่านั้นด้วยท่าทีนิ่งเฉย “ถ้ามันไม่มีดีอะไรเลย คนอย่างคุณคงโดนเก็บไปตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าวงการแล้วล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่านิสัยปากหวานก้นเปรี้ยวแบบคุณมันคงเป็นเกราะป้องกันชั้นดี” รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เขาเดินนวยนาดเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับศิลาเหลือน้อยลงทุกที กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวรวินทร์ปะทะกับกลิ่นยาสูบจางๆ และความดิบเถื่อนจากตัวบอดี้การ์ดหนุ่มจนเกิดเป็นบรรยากาศที่ชวนให้หายใจติดขัด “ปากดีนักนะ” รวินทร์กระซิบ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความกรุ่นโกรธที่เจือปนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวยังไม่อยากนิยาม “แต่นายควรรู้ไว้ว่า กวินไม่ใช่แค่มาเฟียกะโหลกกะลาที่นายเคยรับมือในภารกิจตื้นๆ ของนาย หมอนั่นควบคุมทุกอย่าง... ตั้งแต่นักข่าวที่เขียนข่าวบิดเบือน ไปจนถึงหุ้นส่วนช่องโทรทัศน์ที่กำลังจะแบนฉัน” ศิลาไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ความเคร่งขรึมในแววตาเปลี่ยนไปเป็นความจริงจังที่กดดันยิ่งกว่าเดิม “ผมไม่ได้ถูกจ้างมาให้กลัวมาเฟียครับ ผมถูกจ้างมาเพื่อให้คุณรอด... และถ้าคุณคิดว่าไอ้เอกสารรายชื่อหุ้นส่วนพวกนี้จะทำให้ผมตกใจ คุณก็ประเมินค่าความโง่ของผมต่ำไปหน่อย” “นายไม่ได้โง่หรอกศิลา” รวินทร์ใช้นิ้วเรียวสวยลากไล้ตามแนวสันกรามของอีกฝ่ายอย่างถือดี “แต่นายกำลังประมาท... กวินไม่ใช่นักธุรกิจที่ใช้เงินแก้ปัญหา แต่มันคือสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่หลังสูทสั่งตัด มันรู้ว่าฉันถือไฟล์อะไรอยู่ และมันรู้ด้วยว่าตอนนี้... ฉันซ่อนตัวอยู่กับใคร” ศิลาชะงักไปเล็กน้อย สัญชาตญาณนักรบที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักร้องเตือนถึงความผิดปกติบางอย่าง ภายในบ้านที่ควรจะเงียบสงัด กลับมีความเคลื่อนไหวที่ไม่ควรจะมี เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางเบาจากพื้นไม้เบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงลม หรือเสียงรถยนต์ที่ผ่านไปมา แต่มันคือจังหวะก้าวเดินที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี “คุณบอกว่ามันรู้ว่าคุณอยู่กับใคร” ศิลาถามเสียงต่ำ พลางเอื้อมมือไปคว้าปืนพกกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว “ใช่” รวินทร์ตอบ แววตาที่เคยยั่วยวนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่แฝงไปด้วยความสำนึกผิด “และดูเหมือนว่าของขวัญต้อนรับของมัน... จะมาถึงเร็วกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก” ฉับพลันนั้น ไฟในเซฟเฮาส์ทั้งหลังก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ศิลาไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือของรวินทร์ลากให้ถอยเข้ามุมห้องที่ปลอดภัยที่สุดทันที ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่พังประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ในความมืดที่มองไม่เห็นอะไรเลย ศิลาสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของรวินทร์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม บอดี้การ์ดหนุ่มกระซิบที่ข้างหูของนายแบบคนสวยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “อย่าส่งเสียง... กวินไม่ได้ส่งลูกน้องกระจอกมา นี่มันหน่วยล่าสังหารของแท้” รวินทร์กำชายเสื้อของศิลาแน่น หัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะความรู้สึกผิดที่ลากศิลาเข้ามาพัวพันกับเกมการเมืองที่สกปรกโสมมเกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับมือได้ เสียงกระจกหน้าต่างแตกละเอียดดังเพล้ง! แสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนผนังห้องก่อนจะกวาดผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว ศิลากดตัวรวินทร์ลงต่ำกว่าเดิมก่อนจะคว้ามีดพกขึ้นมาเตรียมพร้อม เขาตัดสินใจก้าวออกจากเงามืดเพื่อดึงความสนใจของศัตรู แต่มือของรวินทร์กลับรั้งเขาไว้ “เดี๋ยวก่อน!” รวินทร์กระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือ “ถ้านายออกไป... นายตายแน่ พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ฉัน พวกมันต้องการกำจัดพยานทุกคนที่รู้เรื่องนี้” ศิลาหันไปมองรวินทร์ในความมืด ดวงตาของเขาสะท้อนความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ผมบอกแล้วไงว่าผมจะปกป้องคุณ... ต่อให้ต้องลากพวกมันลงนรกไปกับผม ผมก็จะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด” ทันใดนั้น เสียงประตูห้องรับรองก็ถูกพังเข้ามาโดยแรงพร้อมกับร่างของชายชุดดำห้าคนที่พุ่งตรงเข้ามายังทิศทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ ศิลาผลักรวินทร์ไปด้านหลังก่อนจะสวนกลับด้วยทักษะการต่อสู้ระดับพระกาฬ เสียงปืนเก็บเสียงรัวดังขึ้นไม่กี่นัดแต่แม่นยำทุกนัดที่ลั่นไก ท่ามกลางความโกลาหล ศิลาเสียหลักเล็กน้อยเมื่อถูกกระแทกเข้าที่หัวไหล่ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดและคว้าตัวรวินทร์วิ่งฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงหลังบ้าน ทว่าเมื่อพวกเขาพ้นเขตประตูออกมา สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของศิลาหยุดชะงัก รถยนต์สีดำสนิทสามคันจอดขวางทางหนีไว้สนิท และชายชุดสูทสีเทาที่ยืนพิงรถอยู่คนนั้น... กวิน... กำลังถือไฟแช็กหมุนเล่นไปมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูใจดีจนน่าขนลุก “ยินดีที่ได้พบกันนะ ศิลา” กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนคนกำลังทักทายเพื่อนเก่า “ฉันไม่นึกว่านายจะเป็นคนเก่งขนาดที่ทำให้งานของฉันล่าช้าไปได้ถึงสิบนาที” รวินทร์ตัวแข็งทื่อในอ้อมแขนของศิลา ขณะที่กวินค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับปืนที่จ่อมาที่พวกเขาทั้งคู่ ศิลากระชับปืนในมือแน่น เลือดที่ไหลซึมจากหัวไหล่เปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตจนเป็นรอยด่าง แต่เขายังคงจ้องมองศัตรูด้วยสายตาที่ไม่ยอมก้มหัว “เกมเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น กวิน” ศิลาพูดเสียงกร้าว ทว่าก่อนที่การปะทะครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของศิลาก็สั่นรัวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน มันไม่ใช่สายเรียกเข้าธรรมดา แต่เป็นข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิด... ข้อความที่ทำให้ศิลาถึงกับหน้าถอดสีเมื่ออ่านจบ ‘อย่าขยับ... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้ ไม่ใช่แก และไม่ใช่กวิน’ แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นไปกับความเดือดของตอนนี้กันนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%