“ถ้ามึงยังไม่หยุดพ่นคำพูดดูถูกออกมาอีกล่ะก็ กูก็ไม่รับประกันนะว่าปืนในมือมันจะลั่นใส่เท้าใครเข้า”
เสียงทุ้มต่ำของศิลาเย็นเยียบพอๆ กับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของชายชุดดำที่บุกเข้ามาในเซฟเฮาส์ชั้นบน รวินทร์ที่ยืนหลบอยู่หลังโซฟาหนังตัวหนาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง มือเรียวสวยที่เคยใช้จับแก้วไวน์ราคาแพง บัดนี้กระชับมีดพกขนาดเล็กไว้แน่นจนนิ้วซีดขาว
รวินทร์พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก “ใจเย็นหน่อยคุณบอดี้การ์ด... ถ้าเขาสองคนนี้ตายไป เราก็ขาดเบาะแสเรื่องกวินไปสิ”
ศิลาตวัดสายตาดุดันกลับมามอง “ถอยไปรวินทร์ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของนาย”
“หน้าที่เหรอ?” รวินทร์ก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาคู่สวยที่เคยแพรวพราวด้วยจริตเจ้าสำราญบัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยว “หน้าที่ของฉันคือการรอดชีวิต และถ้าต้องแลกด้วยการที่นายเลือดตกยางออก ฉันไม่ยอมหรอกนะ”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของความเดือดพล่านในอากาศดูจะลดลงทันทีเมื่อร่างสูงจ้องลึกลงไปในดวงตาของนายแบบหนุ่ม เขาพบว่าแววตาที่รวินทร์ใช้มองเขามันไม่ใช่ความฉาบฉวยเหมือนวันวาน แต่มันคือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แสนร้ายกาจ
เพล้ง!
กระจกหน้าต่างแตกกระจายพร้อมกับเสียงปืนที่ดังลั่นจากด้านนอก ศิลารีบคว้าเอวสอบของรวินทร์แล้วกดลงกับพื้นทันที ร่างกายกำยำของบอดี้การ์ดทาบทับปกป้องนายจ้างไว้ใต้ร่างอย่างแน่นหนา กลิ่นสบู่จางๆ ปนกลิ่นดินปืนที่ติดอยู่บนตัวศิลาทำให้หัวใจของรวินทร์เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“เจ็บตรงไหนไหม” ศิลาถาม เสียงนั้นห้วนสั้นแต่แฝงด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
รวินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันน้อยเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่หอบถี่ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวของเขาพังทลายลงในวินาทีนั้น มือเรียวเลื่อนขึ้นสัมผัสสันกรามของศิลาอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มที่เคยยั่วยวนกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและจริงใจอย่างที่คนตรงหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน
“ฉันไม่เป็นไร... ศิลา ขอบคุณนะที่ปกป้องฉัน”
ศิลาขมวดคิ้วแน่น มือหนาคว้าข้อมือรวินทร์ไว้ “อย่าทำหน้าแบบนั้น...”
“ทำไมล่ะ?”
“มันทำให้กู... อยากทำอะไรที่มันไม่สมควรทำ” ศิลาพึมพำ ก่อนจะประทับจูบหนักหน่วงลงบนริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกของคนใต้ร่าง มันไม่ใช่จูบที่เต็มไปด้วยการหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือการแลกเปลี่ยนความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน ความดิบเถื่อนถูกหลอมรวมด้วยความลุ่มลึกที่รวินทร์เองก็ไม่คิดว่าจะได้สัมผัสจากผู้ชายสายซึนคนนี้
รวินทร์จูบตอบอย่างดูดดื่ม เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาที่เคยเต้นเป็นจังหวะแห่งการเอาตัวรอด บัดนี้กำลังเต้นไปพร้อมกับผู้ชายที่เขาเคยหมั่นไส้ที่สุดในโลก
ทว่า... ช่วงเวลาที่แสนหวานกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นบริเวณโถงทางเดินด้านนอก ประตูบานใหญ่ถูกเตะผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายชุดดำอีกนับสิบที่กรูเข้ามา แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชายร่างสูงใหญ่ที่เดินตามหลังมาติดๆ กวินยืนกอดอกพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือรีโมทบางอย่างไว้
“ซีนรักหวานชื่นน่ะ จบลงตรงนี้แล้วล่ะครับคุณรวินทร์” กวินหัวเราะร่วน “เซฟเฮาส์หลังนี้มีระเบิดเวลาติดตั้งไว้ทุกจุด... และดูเหมือนว่าอีกไม่ถึงหนึ่งนาทีข้างหน้า มันคงจะกลายเป็นที่ฝังศพของพวกมึงสองคน!”
ศิลารีบลุกขึ้นคว้าตัวรวินทร์ให้วิ่งไปที่ทางออกฉุกเฉิน แต่ทว่าเส้นทางนั้นกลับถูกปิดตายด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกแฮกไปแล้ว ทั้งสองยืนจ้องหน้ากัน ท่ามกลางความเงียบที่กดดันและเสียงติ๊กของนาฬิกานับถอยหลังที่ดังสะท้อนอยู่ในผนังห้อง
“ศิลา...” รวินทร์เรียกชื่อเขา เสียงสั่นเครือแต่แววตายังคงแน่วแน่ “ถ้าต้องจบแบบนี้... ฉันก็ดีใจนะที่ได้อยู่กับนาย”
ศิลาหยิบปืนขึ้นมาประทับบ่า เล็งไปที่แผงวงจรไฟฟ้าเหนือประตู “กูจะไม่ยอมให้มึงตายวันนี้ เพราะใจกู... มันอยู่ที่มึงไปแล้ว”
เขาลั่นไกใส่แผงวงจรจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แต่แทนที่ประตูจะเปิดออก กลับมีเสียงเตือนภัยดังลั่นไปทั่วห้อง พร้อมกับหน้าจอที่แสดงภาพถ่ายของใครบางคนที่ทั้งคู่รู้จักดีปรากฏขึ้นมาบนจอทีวี...
ความหวังที่กำลังก่อตัวถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อรวินทร์เห็นใบหน้าของคนในภาพถ่ายนั้น มือของเขาหลุดร่วงจากแขนของศิลาทันที
“นั่นมัน... แม่ของฉัน?”
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นไปกับความเดือดและปมปริศนาที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนนี้กันนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 12
รอยยิ้มที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!