"บอกฉันมาตามตรง... คุณแอบซ่อนเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่ไหน, รวินทร์"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของศิลาไม่ได้เจือแววหยอกเย้าแม้แต่น้อย มันคือเสียงของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ถูกต้อนจนมุม และในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความอดทนของเขากำลังจะขาดผึ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบางของนายแบบหนุ่มต้องแนบติดกับบานกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบของเซฟเฮาส์ชั้นสอง
รวินทร์ไม่แม้แต่จะสะดุ้ง เขายังคงคลี่ยิ้มพราย ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความท้าทาย ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามปกเสื้อทหารของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหยุดอยู่ที่กระดุมเม็ดบนสุดแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ศิลาต้องโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก
"ถ้าผมมีของอันตรายแบบนั้นจริง... ป่านนี้กวินคงยกพวกมาเป่าหัวเรากระเด็นไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะค่ะ, คุณบอดี้การ์ด" รวินทร์กระซิบตอบ น้ำเสียงทุ้มหวานเจือความยั่วยวนจงใจปั่นป่วนประสาท "หรือว่า... คุณแค่อยากหาข้ออ้างมาประชิดตัวผมกันแน่ หึ?"
"อย่ามาเล่นลิ้น" ศิรากดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของคนตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง หลังจากเมื่อครู่เขาเพิ่งตรวจพบความผิดปกติบางอย่างจากคลื่นวิทยุความถี่ต่ำที่สะท้อนผ่านหน้าจอเรดาร์ขนาดพกพา ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้คาดคั้นอะไรต่อ เสียงก๊อกแก๊กแผ่วเบาจากมุมมืดบริเวณช่องลมปรับอากาศก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดทางอารมณ์ กลายเป็นความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียงในเสี้ยววินาที
ศิลาไวกว่าความคิด มือหนาคว้าท้ายทอยของรวินทร์แล้วกดลงให้หมอบราบไปกับพื้นทันที พร้อมๆ กับที่กระสุนเจาะเกราะนัดหนึ่งพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาฝังจมลงในผนังปูนด้านหลังด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"หมอบ!" ศิลาคำรามลั่น ร่างหนาโถมเข้าปกป้องร่างของนายแบบชื่อดังไว้ใต้ร่างเพื่อรับแรงกระแทก กลิ่นอายความเป็นอันตรายและควันดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เซฟเฮาส์ที่พวกเขาเคยคิดว่าปลอดภัยไร้ร่องรอย กลับกลายเป็นกรงขังมรณะในชั่วพริบตา
รวินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่การขู่เตือน แต่มันคือการลอบสังหารแบบมืออาชีพ
"มันรู้พิกัดเราได้ยังไง..." รวินทร์พึมพำเสียงเครียด สีหน้าเจ้าสำราญเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความฉลาดเฉลียวและแววตาดุดันของคนที่ผ่านโลกมาโชกโชนไม่แพ้กัน
"เพราะไอ้เครื่องส่งสัญญาณบ้านี่ไง!" ศิลาสวนกลับทันควัน สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือดีไซน์เก๋ทำจากโลหะผสมไทเทเนียมข้อมือของรวินทร์ ซึ่งกำลังกะพริบไฟสีแดงระเรื่อความถี่สูงอย่างเงียบเชียบ "นายถูกฝังตัวรับสัญญาณไว้ตั้งแต่ออกจากสนามบินแล้ว... รวินทร์"
นายแบบหนุ่มก้มมองสร้อยข้อมือเส้นนั้น ใบหน้าหวานชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวנסออกมาเบาๆ ในลำคอ "ให้ตายสิ... ฉันประเมินความรอบคอบของกวินต่ำเกินไปจริงๆ ด้วย"
ไม่มีเวลาให้ต่อunคำหรือหาคนรับผิดชอบ ศิลาผุดลุกขึ้นในท่าคุกเข่าพร้อมกับดึงอาวุธปืนพกประจำกายออกมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดไม้ด้านนอก ประตูห้องพักกำลังถูกถีบด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก
"ทางออกสำรองอยู่ตรงไหน!" ศิลาหันมาถามเสียงเฉียบขาด
"ระเบียงด้านหลัง... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่ามันสูงจากพื้นดินเกือบสิบเมตร และข้างล่างนั่นอาจจะมีทีมดักรออยู่แล้ว" รวินทร์ตอบกลับโดยไม่มีอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายันตัวลุกขึ้นยืนเคียงข้างบอดี้การ์ดหนุ่ม หยิบแจ็คเก็ตหนังมาสวมทับอย่างรวดเร็ว
"สิบเมตรก็ยังดีกว่าตายห่าอยู่ตรงนี้" ศิลาคว้าข้อมือรวินทร์ให้วิ่งตามไปยังระเบียงด้านหลังทันที ทว่าก่อนที่มือหนาจะทันได้ผลักประตูออก แรงระเบิดมหาศาลก็พังประตูหน้าห้องเข้ามาจนเศษปูนและควันไฟตลบอบอวล
ร่างเงาสีดำทึบของชายฉกรรจ์สวมหน้ากากอนามัยและถือปืนกลอัดแน่นเต็มพิกัดก้าวเข้ามาพร้อมกันสามคน สายตาของหัวหน้าทีมมือสังหารจ้องตรงมาที่พวกเขาด้วยรังสีอำมหิต
ศิลาผลักรวินทร์ไปหลบหลังเสาปูนหนา พร้อมกับสาดกระสุนสวนกลับไปสามนัดซ้อนจนมือสังหารคนแรกหงายหลังร่วงลงไปนอนกองกับพื้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกมันชะงัก กระสุนปืนกลนับสิบนัดเริ่มระดมยิงทะลุกำแพงและข้าวของในห้องจนพังยับเยิน
"จับเป็นไอ้นายแบบนั่น ส่วนไอ้บอดี้การ์ดฆ่าทิ้งได้!" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากสั่งการด้วยความเหี้ยมเกรียม
ศิลาหันมาสบตากับรวินทร์ในระยะประชิด ท่ามกลางเสียงกระสุนและเศษปูนที่โปรยปรายลงมาดั่งห่าฝน ไม่มีคำพูดหวานเลี่ยนหรือบทสนทนาเชิงหยอกล้อใดๆ เหลืออยู่ มีเพียงความไว้วางใจขั้นสุดยอดที่สะท้อนผ่านนัยน์ตาของคนทั้งคู่
"เกาะฉันให้แน่น... รวินทร์" ศิลาเอ่ยเสียงกร้าว พลางกระชับปืนในมือแน่น
รวินทร์แย้มยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปคว้าชายเสื้อทหารของศิลาไว้มั่น ดวงตาคู่สวยทอประกายระยับท้าทายความตาย "อย่าพาฉันไปตายก่อนจะได้เคลียร์เรื่องของเราก็แล้วกันค่ะ... ที่รัก"
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นไปกับความเดือดและปมปริศนาที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนนี้กันนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 13
ก่อนพายุใหญ่
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!