"ถ้าคุณยังไม่ยอมหยุดทำตัวเหมือนกำลังไปเดินพรมแดงแทนการหนีตาย ผมสัญญาว่าคนที่จะส่งคุณลงหลุมก่อนกวิน ไม่ใช่ไอ้พวกปลายแถวนั่น แต่เป็นผมเอง"
ศิลาขว้างเสื้อแจ็กเก็ตสีดำสนิทลงบนเตียงเสียงดังปัง เขาจ้องมองรวินทร์ด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก มือหนาหยิบปืนพกขึ้นมาเช็กกระสุนด้วยท่าทางคล่องแคล่วจนน่ากลัว ในขณะที่รวินทร์ซึ่งนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่กำลังบรรจงทาลิปมันอย่างใจเย็น ราวกับสถานการณ์ตึงเครียดรอบตัวเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ
รวินทร์เหลือบมองคนในกระจก มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ดูยั่วยวนมากกว่าจะหวาดหวั่น "คุณศิลาคะ... การเป็นคนดังมันฝังอยู่ในสายเลือด ต่อให้ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ความดูดีก็คือเกราะคุ้มกันชั้นยอด ใครจะอยากฆ่าคนหน้าตาดีขนาดนี้ลงล่ะคะ จริงไหม?"
"ไร้สาระ" ศิลาเดินเข้ามาประชิดตัว ใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะเครื่องแป้งกักขังร่างเพรียวเอาไว้ในวงแขน กลิ่นอายความดิบเถื่อนจากตัวบอดี้การ์ดหนุ่มปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของนายแบบชื่อดัง "ในโลกของผม คนตายที่หน้าตาดีมีถมไป และผมไม่สนหรอกว่าศพของคุณจะหล่อเหลาแค่ไหน ถ้ามันจะทำให้ผมเสียเวลาไปจัดการความสะอาด"
รวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา สองสายตาปะทะกันอย่างดุเดือด แววตาของรวินทร์ไม่ได้มีความกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับขยับตัวเข้าหาความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างแกร่งจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการจงใจยั่วยุ
"ปากร้ายแบบนี้ ระวังเถอะค่ะ... ถ้าเกิดวันหนึ่งผมรอดไปได้ และดันอยากลองดีเอาคืนคุณด้วยวิธีอื่นขึ้นมา คุณจะหาทางหนีไม่ทันนะ"
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่งกับความกล้าของอีกฝ่าย แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งแต้มสีระเรื่อ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "เก็บความมั่นหน้าของคุณไว้ใช้ตอนเราฝ่าวงล้อมออกไปได้ก่อนเถอะ ตอนนี้... เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เรามีเวลาไม่ถึงสิบนาที ก่อนที่พวกของกวินจะรู้ตัวว่าเซฟเฮาส์นี้ไม่ใช่ที่ที่คุณอยู่แล้ว"
การเคลื่อนไหวในห้องพักเป็นไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ศิลาจัดแจงปิดม่านทึบแสงและตรวจสอบเส้นทางหนีทางประตูหลังของโรงแรมม่านรูดโทรมๆ ที่พวกเขาใช้หลบซ่อน รวินทร์สวมเสื้อฮู้ดสีเข้มดึงหมวกขึ้นคลุมปิดบังใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ เขาไม่ได้ทักท้วงอะไรอีก เพราะความฉลาดของเขารู้ดีว่าหากศิลาทำหน้าเครียดระดับนี้ หมายความว่าสถานการณ์กำลังวิกฤตถึงขีดสุด
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นถนนเปียกชื้นดังแว่วมาจากฝั่งตรงข้าม ศิลาดึงตัวรวินทร์ให้หมอบลงหลังกำแพงเตี้ย หัวใจของนายแบบหนุ่มเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสัมผัสแข็งแกร่งจากฝ่ามือของบอดี้การ์ดที่บีบต้นแขนเขาไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เขาโผล่หัวออกไป
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด" ศิลากระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทแต่มั่นคง "ฟังนะ พอผมให้สัญญาณ ให้คุณวิ่งไปที่รถสีเทาที่จอดอยู่หลังถังขยะ อย่าหันหลังกลับมา อย่าสนใจเสียงอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหม?"
รวินทร์กลืนน้ำลายลงคอ พยักหน้าเบาๆ "แล้วคุณล่ะ?"
ศิลาไม่ตอบ เขากระชับปืนในมือแน่น แววตาดุดันฉายประกายความเป็นนักล่า "ผมจะเคลียร์ทางให้เอง"
เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นถนนดังเป็นจังหวะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รวินทร์สังเกตเห็นเงาของชายฉกรรจ์สามคนถืออาวุธครบมือเดินอ้อมมาทางด้านหลังของตึก ศิลากำลังจะขยับตัวออกไปเผชิญหน้า แต่ทว่า... จู่ๆ มือถือในกระเป๋ากางเกงของรวินทร์ก็สั่นเตือนขึ้นมาหน้าจอสว่างวาบเผยให้เห็นข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมา
*‘รวินทร์... ออกมาซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิตบอดี้การ์ดของเธอ’* – จาก กวิน
รวินทร์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่ใช่เพราะคำขู่ แต่เพราะเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... พวกเขาไม่เคยเปลี่ยนซิมการ์ด และกวินคงตามรอยสัญญาณโทรศัพท์ของเขามาตั้งแต่วินาทีที่เปิดเครื่อง
"ศิลา... หยุด!" รวินทร์คว้าแขนศิลาไว้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะโผล่ออกไป "มันรู้แล้ว มันไม่ได้มาแค่สามคน แต่มันมาเพื่อปิดล้อมเราทั้งซอย!"
ศิลาหันกลับมามองด้วยความตกใจก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ เขาคว้าโทรศัพท์จากมือรวินทร์มาดู ก่อนจะขยี้มันจนแตกละเอียดกับพื้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่ทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ขยับตัว เสียงนกหวีดดังลั่นมาจากสองฝั่งของซอยแคบ พร้อมกับแสงไฟหน้ารถยนต์หลายคันที่สาดส่องเข้ามาจนตาพร่า
เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นทำลายความเงียบของค่ำคืน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระจกแตกกระจาย!
ศิลาตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาคว้าตัวรวินทร์มาโอบกอดไว้แน่นแล้วกระโดดหลบเข้าหลังเสาไฟ ขณะที่กระสุนนัดหนึ่งถากผ่านไหล่ของเขาไปอย่างหวุดหวิด รวินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเลือดสีสดซึมออกมาจากชุดดำของศิลา
"คุณโดนยิง!"
ศิลาไม่ได้สนใจบาดแผล เขากดหัวรวินทร์ให้แนบอกแน่นขึ้น แววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่น่าสะพรึงกลัว "หุบปากซะ แล้วฟังนะรวินทร์... ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปไม่ได้ ผมมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกคุณ"
เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบข้างหูในจังหวะที่หัวใจทั้งสองดวงเต้นกระชั้นชิด ท่ามกลางเสียงกระสุนที่ยังคงโถมกระหน่ำเข้ามาไม่หยุดยั้ง
"รวินทร์... ที่ผมยอมทำทุกอย่างขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่มันเป็นเพราะ..."
ปัง! เสียงกระสุนปืนขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนเสาไฟที่พวกเขาหลบอยู่จนปูนแตกกระจาย เศษคอนกรีตกระเด็นเข้าใส่ใบหน้าของทั้งคู่ และในจังหวะที่รวินทร์กำลังจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของคนที่กอดเขาไว้ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็หยุดลงตรงหน้าเสาไฟต้นนั้น
"เกมจบแล้วรวินทร์... ส่งไอ้นั่นมา แล้วฉันจะปล่อยแกไป... พร้อมกับศพของมัน"
เสียงคุ้นหูของกวินดังขึ้น พร้อมกับการขยับตัวของศิลาที่เตรียมจะสวนกลับด้วยอาวุธชิ้นสุดท้ายที่เขามี!
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นไปกับจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาเจอกันต่อในตอนหน้าว่ารวินทร์จะเลือกทางไหนนะคะ!
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 14
แผนการหลบหนี
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!