เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 15

ในรถคันแคบ

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เกียร์รถยนต์สับเปลี่ยนเสียงดังครืดคราดท่ามกลางความมืดมิดในเบาะหลังของรถตู้กันกระสุนคันเก่ง ที่ตอนนี้ถูกลดพื้นที่ความเป็นส่วนตัวลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบาให้หายใจร่วมกัน รวินทร์ขยับตัวหนีแรงเหวี่ยงจากการหักเลี้ยวหลบกระสุนนัดล่าสุดที่เพิ่งเฉี่ยวชนกระจกข้างจนเกิดรอยร้าวเป็นใยแมงมุม หัวใจของนายแบบหนุ่มเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะไหล่กว้างของศิลาที่แนบชิดติดกับเขาชนิดที่ไม่มีช่องว่างเหลือให้แม้แต่ปลายนิ้วแทรก กลิ่นอายเฉพาะตัวของดินปืน เหงื่อจาง ๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยอบอวลอยู่รอบตัว บดบังกลิ่นอับของเซฟเฮาส์เก่า ๆ ที่พวกเขาเพิ่งหนีออกมาได้อย่างสิ้นเชิง "ถ้าคุณยังเอาแต่ขยับตัวยุกยิกแบบนี้ กระสุนนัดต่อไปคงไม่ต้องรอให้กวินสั่ง มันคงเจาะทะลุหัวใจคุณคาอกผมก่อนพอดี" เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดกระซิบอยู่ข้างใบหู ศิลาไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ สายตาคมกริบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษยังคงจดจ้องความเคลื่อนไหวผ่านกระจกมองข้าง มือหนาข้างหนึ่งกำด้ามปืนพกแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ขณะที่มืออีกข้างถูกใช้ยันเบาะหนังสีดำเพื่อตรึงร่างตัวเองไม่ให้ล้มทับคนข้าง ๆ แต่ยิ่งเขาพยายามเว้นระยะ รวินทร์กลับยิ่งจงใจแกล้งเอนน้ำหนักเข้าหามากกว่าเดิม "อุ๊ย มือหนักจังนะคะ คุณบอดี้การ์ดปากจัด" รวินทร์แสร้งอุทานเบา ๆ ริมฝีปากอิ่มเคลือบรอยยิ้มเย้ายวนแม้ในยามคับขัน ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "กลัวว่าตัวฉันจะไปกวนใจคุณ หรือว่า... กลัวใจตัวเองกันแน่ที่ต้องมานั่งเบียดกับฉันในพื้นที่แคบ ๆ แบบนี้" ศิลาหันขวับมามองทันที ดวงตาดุดันคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธผสมความปรารถนาที่พยายามกดขี่ไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย ร่างหนาขยับเข้าประชิดโดยไม่ทันตั้งตัว จนรวินทร์ต้องเผลอกลั้นหายใจเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับประตูรถฝั่งตรงข้ามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรวินทร์" ศิลาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มใส "สถานการณ์ข้างนอกกำลังไล่ล่าพวกเราจนมุม แต่ดูเหมือนคุณจะสนุกกับการเล่นกับไฟซะเหลือเกิน" "ไฟน่ะมันร้อนนะคะ... แต่ถ้าอยู่ใกล้คุณ ฉันยอมโดนเผาให้ตายดีกว่าต้องไปตายด้วยน้ำมือกวิน" รวินทร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น ความเย้ายวนที่อีกฝ่ายมักใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเริ่มสั่นคลอนอย่างแท้จริง เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของศิลาเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสและสายตาที่พร้อมจะกลืนกินทุกคำพูดอวดดีให้หมดสิ้น ความเงียบภายในรถคันแคบยิ่งโหมกระพือความรู้สึกแปลกประหลาดให้โถมเข้าใส่ ทั้งความดิบเถื่อนของโลกภายนอกที่ไล่ล่า และความเย้ายวนเร้าอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหอบหายใจที่เริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกัน และสายตาที่เว้าวอนแต่ก็ดึงดูดเข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล ศิลาชะงักค้าง ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังปล่อยให้ความรู้สึกเหนือกว่าเหตุผล แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ถอนตัวออกห่าง รวินทร์กลับเป็นฝ่ายยื่นมือเรียวขึ้นไปแตะต้นคอแกร่ง รั้งให้อีกฝ่ายโน้มลงมาใกล้กว่าเดิม พร้อมรอยยิ้มท้าทายที่ซ่อนความสั่นไหวไว้ไม่มิด "แน่จริงก็ทำสิคะ... พิสูจน์ให้ดูหน่อยว่าคุณกล้าพอจะปิดปากฉันด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่คำพูด" ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อข้ามเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์อันตราย เสียงเบรกมือถูกดึงกระชากอย่างแรงจนรถตู้สะดุ้งเฮือกใหญ่ พร้อมกับแสงไฟหน้ารถคันอื่นที่สาดส่องทะลุกระจกเข้ามาสว่างวาบจนแสบตา ศิลารีบผละตัวออกจากร่างบางทันทีด้วยสัญชาตญาณดิบ เขายกปืนขึ้นเล็งตรงไปที่ประตูรถด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ทว่า... เสียงเคาะกระจกรัวเร็วจากภายนอก พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่สะท้อนผ่านกระจกเงา กลับทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก รวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างนอกรถชัดเจน แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาเจอกันต่อในตอนหน้าว่าใครคือผู้มาเยือนที่ขัดจังหวะความเป็นความตายนี้กันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%