เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 16

ใครกันแน่ที่คุมเกม

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
ความเงียบในห้องครัวเซฟเฮาส์คับแคบนั้นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย—มันคือความตึงเครียดที่ถูกบีบอัดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ "ถอยไป ศิลา" เสียงของรวินทร์ไม่ได้สั่นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าแผ่นหลังบอบบางของเขาจะแนบชิดอยู่กับเคาน์เตอร์ครัวเย็นเฉียบ และเบื้องหน้าคือร่างหนาตึงเครียดของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ขนาบกั้นทางหนที, ไว้ทุกทางด้วยลำแขนแกร่ง ศิลาไม่ขยับ นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองใบหน้าเนียนใสของซูเปอร์สตาร์หนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไอความร้อนจากร่างกายของทั้งสองปะทะกันจนอากาศรอบตัวแทบจะละลาย รวินทร์เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความท้าทายกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังจนน่าอาย "คุณกำลังทำให้งานของเราพัง รวินทร์" ศิรากดเสียงต่ำ รอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดที่ผสมปนเปอยู่กับความกระวนกระวายใจแปลกประหลาด "เราตกลงกันแล้วว่าจะอยู่ให้ห่างจากรัศมีอันตราย แต่คุณกลับเดินเข้ามาหาเรื่องเองทุกครั้งที่มีโอกาส" "ผมไม่ได้หาเรื่อง ผมแค่... เบื่อที่จะต้องทำตัวเป็นเหยื่อในกรงขังของคุณต่างหาก" รวินทร์กระซิบตอบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของอีกฝ่ายเมื่อเขาจงใจเอียงคอมองเล็กน้อย "หรือว่าคุณกลัว... ศิลา?" คำพูดท้าทายนั้นทำเอาศิลาถึงกับกรามกระตุก ชายหนุ่มขยับเข้าไปประชิดอีกนิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบลงบนเคาน์เตอร์ข้างสะโพกมน กักขังร่างโปร่งไว้ให้อยู่ในอาณัติของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ นัยน์ตาดุดันฉายแววคุกรุ่นไปด้วยเปลวไฟที่ถูกจุดขึ้นจากความถือดีของคนตรงหน้า "ผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะคนอวดดีอย่างคุณ" "งั้นก็พิสูจน์สิคะ" รวินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความซุกซนและท้าทายในคราวเดียวกัน "ปากเก่งนัก ทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่าล่ะ บอดี้การ์ดมือหนึ่ง" บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกจุดชนวนด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ศิลานิ่งง้ำไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มเยาะเย้ยเขานั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความดิบเถื่อนในสัญชาตญาณดิบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษถูกกระตุ้นขึ้นด้วยความเย้ายวนที่อีกฝ่ายจงใจโปรยปราย มือหนาที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขยับเปลี่ยนเป้าหมาย ปลายนิ้วกร้านแดดเอื้อมขึ้นไปแตะเบา ๆ ที่คางมน บังคับให้รวินทร์ต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นรับสัมผัส ความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความดุดันทำให้รอยยิ้มท้าทายบนเรียวปากของนายแบบหนุ่มชะงักไปชั่ววินาที "อย่าเล่นกับไฟ รวินทร์" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนน่ากลัว "คุณไม่รู้หรอกว่าผมอดทนมานานแค่ไหนแล้ว" "ถ้าไฟมันจะแผดเผาเราทั้งคู่... ก็น่าลองดูไม่ใช่เหรอคะ?" รวินทร์กระซิบตอบ เสียงหวานหยดที่จงใจล้อเลียนสรรพนามและน้ำเสียงนั้นทำให้ศิลาแทบคลั่ง ความยับยั้งชั่งใจที่สั่งสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในเสี้ยววินาที ศิลาไม่รอช้าที่จะปิดระยะห่างที่เหลืออยู่ ริมฝีปากหยักประทับลงบนเรียวปากนุ่มนวลอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ เป็นการรุกรานที่ไม่มีการบอกกล่าว ลิดรอนลมหายใจของคนใต้ร่างจนรวินทร์ต้องเผลอครางแผ่วในลำคอด้วยความตื่นตระหนก รสสัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนอย่างรวดเร็วเมื่อรวินทร์ไม่ได้ผลักไส กลับเลือกที่จะตอบโต้ด้วยสัญชาตญาณความแพรวพราว มือเรียวบาวยกขึ้นคล้องลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้าหาตัวแน่นขึ้น ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเกมนี้ไม่ได้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้คุมแต่เพียงผู้เดียว เคมีที่ฟุ้งกระจายระหว่างความดิบเถื่อนของบอดี้การ์ดหนุ่มกับความเย้ายวนของนายแบบปากกล้าหลอมรวมกันจนเกิดเป็นประกายไฟที่แผดเผาทุกกฎเกณฑ์ที่เคยตั้งไว้ หัวใจของศิลาเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความหอมหวานที่ได้สัมผัสทำให้เขาหลงลืมภารกิจ หลงลืมความอันตรายรอบตัว หลงลืมแม้กระทั่งโลกภายนอก มีเพียงร่างอุ่นนุ่มในอ้อมแขนและรสชาติหวานล้ำที่เขาอยากจะกลืนกินให้หมดสิ้น ทว่า... ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปถึงจุดที่ร้อนแรงที่สุด เสียงบางอย่างก็ทำลายมนต์สะกดนั้นลง *กริ๊ก!* เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากทางหน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังห้องครัว เป็นสัญญาณอันตรายที่สัญชาตญาณของอดีตหน่วยรบพิเศษคุ้นเคยดี ศิลาผละออกจากเรียวปากนุ่มอย่างรวดเร็ว แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในพริบตา ร่างหนาขยับตัวบังรวินทร์ไว้ด้านหลังทันที มือขวาควักปืนพกสั้นออกจากซองใต้ร่มผ้าขึ้นมาขึ้นลำอย่างคล่องแคล่ว รวินทร์หอบหายใจเบา ๆ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบเมื่อครู่ แต่สติสัมปชัญญะกลับคืนมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของบอดี้การ์ดหนุ่ม ทั้งคู่ยืนนิ่งสนิท เงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายนอกที่เงียบเชียบรากกับป่าช้า ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงพูดคุย มีเพียงสายลมอ่อนที่พัดผ่านโครงสร้างบ้านเก่า ๆ ทว่า... บนกระจกหน้าต่างบานนั้น กลับมีรอยเปื้อนสีแดงฉานของหยดเลือดสด ๆ ค่อย ๆ ไหลย้อยลงมาอย่างช้า ๆ ต่อหน้าต่อตาของทั้งคู่! แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาเจอกันต่อในตอนหน้าว่าใครคือผู้มาเยือนที่ขัดจังหวะความเป็นความตายนี้กันนะคะ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนแบล็กเวลเวตเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%