คราบเลือดสีเข้มบนพรมเปอร์เซียราคาแพงระยับไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยยิ้มเยาะที่มุมปากของรวินทร์ในยามนี้
เซฟเฮาส์หลังน้อยซ่อนตัวอยู่หลังม่านต้นไม้รกครึ้ม ทว่าความเงียบงันภายในกลับถูกกรีดร้องด้วยความจริงที่เพิ่งถูกกระชากออกมาจากหลุมศพแห่งอดีต ศิลาทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือหนายังคงกำด้ามปืนพกแน่นจนข้อต่อปูดโปน ดวงตาคมกริบทอประกายความกรุ่นโกรธผสมผสานกับความตื่นตะลึงระลอกใหญ่ที่ยากจะควบคุม ขณะที่ร่างโปร่งของนายแบบหนุ่มพิงสะโพกเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังแนบชิดกับกองเอกสารลับที่เพิ่งถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย
"คิดว่าฉันเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันราคาแพงที่รอวันเหี่ยวเฉาหรือไงคะ คุณบอดี้การ์ด"
เสียงทุ้มหวานเอ่ยเย้า แต่ดวงตาคู่สวยกลับไร้ซึ่งความขบขัน มันว่างเปล่า เยียบเย็น และสะท้อนร่องรอยของไฟสงครามที่เคยแผดเผาชีวิตเขามาแล้วครั้งหนึ่ง รวินทร์ปาดหยาดเหงื่อปนคราบเขม่าดินปืนออกจากข้างแก้มอย่างไม่ยี่หระ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งหลุดลุ่ยเผยให้เห็นไหปลาร้าเนียนและรอยแผลเป็นทางยาว—รอยแผลที่ศิลาเคยคิดมาตลอดว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุจากกองถ่ายละคร
"นายไม่ได้เป็นแค่นักแสดงเกรดเอที่มีข่าวฉาวรายวัน..." ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันกราดมองเอกสารราชการลับและภาพถ่ายในอดีตที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น "แต่รวินทร์คนนี้คือลูกชายคนเดียวของนายพลกรณฑ์ อดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่ถูกป้ายสีว่าเป็นกบฏเมื่อสิบปีก่อน... คนที่ทรยศองค์กรและหอบเอาบัญชีลับหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย"
รวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเย้ยหยันโชคชะตา นายแบบหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ รองเท้าหนังกระทบพื้นไม้เกิดเสียงก้องกังวาน ทว่าไม่มีความตื่นกลัวเจืออยู่ในอากัปกิริยาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงช้าๆ จนสายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับศิลา ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปแตะลงบนปลายกระบอกปืนที่ศิลาถืออยู่ ก่อนจะดันมันลงเบาๆ อย่างไม่เกรงกลัวความตาย
"ฉลาดสมกับเป็นหัวหน้าหน่วยบอดี้การ์ดมือหนึ่งค่ะ... แต่เสียดายที่รู้ช้าไปหน่อย" รวินทร์กระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่งในระยะประชิด "สิบปีที่ผ่านมา ฉันต้องสวมหน้ากากเป็นดาราเจ้าสำราญ วิ่งเต้นอยู่ในวงการบันเทิงที่เน่าเฟะ เพื่อแลกกับการตามหาตัวหนอนบ่อนไส้ที่ฆ่าพ่อฉัน... และไอ้กวินก็คือหนึ่งในคนที่ถือเอกสารชุดนั้นในคืนที่ครอบครัวฉันพังพินาศ"
ศิลาชะงัก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดและฝุ่นผงจางๆ จากภายนอกตีรวนอยู่ในความรู้สึก หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดชีวิตทหารรับจ้างกลับกระหน่ำเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์ซับซ้อน เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแวววับโรจน์ด้วยความแค้นสุมอก รวินทร์ไม่ได้เป็นแค่เหยื่อที่กวินไล่ล่า... แต่คือผู้ล่าที่จงใจเดินเข้าสู่ถ้ำเสือเพื่อรอเวลาขย้ำเหยื่อคืน
"นายมันบ้า..." ศิลาเค้นเสียงดุ ดึงข้อมือเรียวของอีกฝ่ายเข้าหาตัวอย่างแรงจนรวินทร์เซถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง "รู้ไหมว่าถ้ากวินจับได้ นายไม่ได้ตายดีแน่! ทำไมไม่หนีไปตั้งแต่แรก ทำไมต้องเอาชีวิตตัวเองมาแขวนไว้บนเส้นด้ายแบบนี้!"
"แล้วถ้าฉันหนี... ใครจะลากคอมันมาลงโทษล่ะคะ?" รวินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ไม่ยอมแพ้ ร่างโปร่งดันอกแกร่งออกเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "อีกอย่าง ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันคงไม่ได้เห็นมุมที่ร้อนรนเป็นบ้าของคุณบอดี้การ์ดมาดขรึมคนนี้หรอก... จริงไหมคะ?"
น้ำเสียงยั่วยวนและรอยยิ้มร้ายกาจนั้นเกือบทำให้ศิลาหลุดการควบคุม มือหนาบีบเข้าที่เอวบางของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง อุณหภูมิในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน เคมีที่ห้ำหั่นกันด้วยความดุดันและรสสัมผัสที่เย้ายวนแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ศิลาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะนิยาม—ระหว่างอยากจะจัดการปิดปากคนอวดดีด้วยจูบคาดโทษ กับการอยากปกป้องร่างระหงนี้ให้พ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช
"อย่ามาเล่นเกมกับฉัน รวินทร์..." ศิลาขู่เสียงต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มลงไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนกลีบปากนุ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างประหม่า "เกมนี้มันอันตรายเกินกว่าที่นายจะรับไหว และถ้ายังดื้อดึงอีก... ฉันอาจจะใช้วิธีลงโทษในแบบที่นายไม่มีวันได้ลุกหนีไปไหนอีกเลย"
รวินทร์ชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นประกายความเอาจริงเอาจังในดวงตาคมกริบคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับกระสุนปืนเสียอีก ความท้าทายที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหววูบวาบที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง นายแบบหนุ่มเม้มปากแน่น เสี้ยวหน้าที่มักจะเหนือกว่าเสมอในยามนี้กลับขึ้นสีเรื่อจางๆ อย่างปิดไม่มิด
แต่ทว่า—
*ปัง!*
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษกระสุนปืนที่เจาะทะลุผนังไม้เฉียดใบหูของศิลาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร!
สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา ศิลาไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าโถมชนรวินทร์ให้ล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนที่สาดเข้ามาจากด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเซฟเฮาส์แห่งนี้จากทุกสารทิศ และก่อนที่ศิลาจะทันได้ลั่นไกตอบโต้ ประตูไม้บานหนาหน้าห้องก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล!
ร่างสูงทقมึนของชายในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก กวินยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มมือปืนนับสิบ พร้อมกับปืนยาวติดลำกล้องในมือที่ยังคงมีควันจางๆ ลอยกรุ่น
"เกมสนุกจบลงแค่นี้แหละครับ คุณนายแบบคนสวย... และคุณบอดี้การ์ดผู้ซื่อสัตย์"
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาเจอกันต่อในตอนหน้าว่าศิลาจะพา,รวินทร์ฝ่าวงล้อมมรณะนี้ไปได้อย่างไรนะคะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนแบล็กเวลเวตเสมอนะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 17
เบื้องหลังม่านมายา
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!