กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนจาง ๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในห้องรับรองชั้นใต้ดินของเซฟเฮาส์ร้าง แสงไฟนีออนกะพริบติด ๆ ดับ ๆ ส่องกระทบโครงหน้าคมคายของศิลาที่กำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดบริเวณมุมปากใหม่อย่างเบามือ แม้การกระทำจะดูอ่อนโยนขัดกับใบหน้าบึ้งตึง แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝากหยักนั้นกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ถ้าคุณยังทำตัวเป็นภาระและกวนประสาทผมแบบนี้อีกรอบ ผมจะมัดคุณโยนใส่ท้ายรถแล้วขับพุ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยาจริง ๆ ด้วยนะคะ คุณรวินทร์"
ศิลาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด ขณะที่ดวงตาคมปลาบกวาดมองสำรวจร่องรอยกระสุนที่เจาะทะลุกรอบหน้าต่าง ทว่าคนถูกขู่กลับไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย รวินทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย ร่างเพรียวบางขยับเข้าไปใกล้บอดี้การ์ดหนุ่มจนแผ่นอกเกือบชิดกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกจนศิลาต้องเผลอกลั้นหายใจ
"ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่ได้ใช้ริมฝากปากพูดคำอื่นอีกนอกจากคำว่ารักนะคะ บอดี้การ์ดศิลา" รวินทร์กระซิบเสียงพร่า ปลายนิ้วเรียวแกล้งไล้ผ่านปกเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนฝุ่นของอีกฝ่ายอย่างจงใจ "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้เป็นภาระเสียหน่อย ฉันแค่วางแผนให้เราได้มีเวลาส่วนตัวใต้แสงจันทร์กระสุนปืนต่างหาก โรแมนติกออกจะตายไป"
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายต่อหัวใจที่เต้นรัวเกินความจำเป็นยิ่งกว่ากระสุนปืนของกวินเสียอีก เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังซุกซนนั้นไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะหยุดการคุกคามทางสายตาและสัมผัส
"อย่าเล่นกับไฟ ถ้านไม่อยากมอดไหม้ไปพร้อมกับผม... จำไว้ว่าตอนนี้เรากำลังหนีตาย ไม่ใช่มาฮันนีมูน" ศิลาเตือนเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดรดแก้มเนียนทำเอาหัวใจของนายแบบหนุ่มกระตุกวาบไปชั่วขณะ รวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มยั่วเย้าจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความระแวดระวังที่ฉายชัดขึ้นในแววตา
แต่ทว่า บรรยากาศตึงเครียดระหว่างทั้งคู่ก็ถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังแว่วมาจากทางระเบียงด้านนอก
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้เฉพาะคนวงในเท่านั้น ศิลาส่งสัญญาณให้รวินทร์ถอยไปหลบหลังมุมเสา ก่อนที่มือหนาจะกระชับปืนพกในมือแน่น ร่างสูงเคลื่อนตัวไปชิดบานประตูอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวเตรียมตะครุบเหยื่อ นิ้วชี้แตะเซฟตี้พร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อหากประตูเปิดออกแล้วพบกับกระสุนปืนของศัตรู
"ใคร" ศิลาเค้นเสียงถามลอดไรฟัน
"ผมเองครับ... พี่ศิลา เปิดประตูเถอะครับ ทางนี้ปลอดภัยแล้ว"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังลอดเข้ามาผ่านแผ่นไม้ผุพัง นั่นคือเสียงของ "กรณ์" มือขวาคนสนิทและเด็กปั้นที่รวินทร์ไว้ใจที่สุด การปรากฏตัวของอีกฝ่ายทำให้ความตึงเครียดในห้องคลายลงไปครึ่งหนึ่ง รวินทร์พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบก้าวเท้าออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับเอ่ยทัก
"กรณ์! นายรอดมาได้ยังไง แล้วรู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่?"
ศิลาลดปืนลงเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณดิบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษกลับส่งเสียงเตือนภัยดังลั่นในหัว ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องรอยแตกของประตูไปที่เงาร่างของกรณ์ ความผิดปกติบางอย่างสะกิดใจเขา... รอยยิ้มที่มุมปากของกรณ์ไม่ได้มีความโล่งอกเจือปนอยู่เลย มันคือรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉาบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์
ประตูบานเก่าถูกผลักให้เปิดออกอย่างไร้เสียง กรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ทว่าในมือข้างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง กลับถือกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังศีรษะของรวินทร์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
"ขอโทษทีนะครับคุณรวินทร์... แต่คุณกวินเขาสัญญาว่าจะให้ข้อเสนอที่ดีกว่าที่คุณให้ผมเป็นสิบเท่า"กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใด ๆ
"กรณ์! นาย..." รวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด ร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อตระหนักว่าคนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายปีตัดสินใจแปรพักตร์ในวินาทีเป็นตายนี้เอง
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่ไวเท่าความคิด ศิลาไม่ได้ตกใจกับภาพตรงหน้าแม้แต่น้อย ราวกับเขาระแวงเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว ร่างสูงพุ่งเข้าชาร์จตัวรวินทร์ให้ล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนที่เจาะฝังลงบนผนังด้านหลังเสียงดัง *ฉับ!*
ก่อนที่กรณ์จะได้ลั่นไกนัดที่สอง ศิลาก็ตวัดขาเตะกวาดพื้นจนร่างของคนทรยศเสียหลักล้มลง ปืนในมือกระเด็นหลุดออกนอกหน้าต่าง แต่ก่อนที่ศิลาจะได้กดล็อกตัวกรณ์ไว้ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังกระหึ่มขึ้นจากรอบด้าน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทุกบาน
"ฮ่า ๆๆ คิดเหรอว่าจะหนีพ้น ศิลา... แกมันก็แค่หมาตัวเดียว จะไปสู้ฝูงหมาป่าได้ยังไง" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศัตรูV.I.P. ดังแทรกความมืดเข้ามา
รวินทร์หอบหายใจรดต้นคอของศิลาที่ทาบทับปกป้องเขาอยู่บนพื้น ฝุ่นตลบอบอวลและเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาทุกทีทำให้รู้ว่าพวกเขากำลังจนมุมอย่างแท้จริง ดวงตาคู่สวยมองสบกับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางวงล้อมมรณะที่ปิดตายทุกเส้นทาง ศิลากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน กระซิบชิดริมฝากปากด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดุดันและท้าทาย
"เกาะผมไว้ให้แน่น ๆ นะคะ... เพราะต่อจากนี้ ผมจะพาคุณแหกนรกออกไปเอง"
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาเจอกันต่อในตอนหน้าว่าศิลาจะพา,รวินทร์ฝ่าวงล้อมมรณะนี้ไปได้อย่างไรนะคะ!
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 18
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!