คราบเลือดแห้งกรังบนเนื้อผ้าสีอ่อนคือหลักฐานชั้นดีว่ากระสุนนัดนั้นไม่ได้เฉียดไปแค่ผิวเผินอย่างที่รวินทร์พยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์เมื่อชั่วโมงก่อน
เซฟเฮาส์หลังเล็กกลางป่าทึบไร้ซึ่งเสียงอื่นใดนอกจากเสียงหยãดน้ำจากก๊อกในห้องน้ำและเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างระมัดระวังของศิลา อดีตทหารหน่วยรบพิเศษร่างสูงใหญ่กำลังยืนค้ำโต๊ะไม้ตัวเก่า แววตาคมกริบใต้ร่มเงาไฟสลัวจับจ้องแผ่นหลังบอบบางของนายแบบดังที่กำลังพยายามแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตชุ่มเลือดด้วยมือที่สั่นเทา
"อย่าฝืนเลยน่า คุณรวินทร์ ถ้าไม่อยากให้แขนข้างนั้นใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต"
เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญใจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ศิลาสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธปัดมือเรียวที่กำลังพยายามดึงรั้งเนื้อผ้าออกอย่างไร้ทิศทางออกไปอย่างไร้ความปรานี
"มือหนักเป็นบ้า... เบาหน่อยสิคุณ ฉันเจ็บนะ" รวินทร์สูปากด้วยความแสบระคายเมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างปัดโดนรอยแผลสด แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความท้าทายที่ไหวระริกอยู่ภายใต้แพขนตายาว "หรือว่าคุณกลัวว่าเห็นเรือนร่างฉันแล้วจะอดใจไม่ไหวกันล่ะ ถึงได้รีบเข้ามาประชิดซะขนาดนี้"
"เลิกพูดจาไร้สาระแล้วหุบปากสักนาทีเถอะครับ ถ้าไม่อยากให้ผมหมดความอดทนแล้วใช้มีดตัดเสื้อคุณทิ้งแทน"
ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบกลับดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขากระชากเนื้อผ้าเปื้อนเลือดออกจากไหล่เนียนอย่างเด็ดขาด เผยให้เห็นรอยแผลฉีกขาดน่ากลัวและรอยช้ำวงกว้างบริเวณหัวไหล่ขวา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เริ่มจางหาย บรรยากาศรอบตัวแคบลงทันตาเมื่อร่างสูงโน้มตัวลงต่ำเพื่อสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่ออุปกรณ์ทำแผลถูกหยิบขึ้นมาเตรียมพร้อม ศิลาจัดการเทแอลกอฮอล์ลงบนสำลีด้วยท่าทางคล่องแคล่วราวกับผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก่อนที่ปลายสำลีชุ่มฤทธิ์ยาจะแตะลงบนปากแผล รวินทร์กลับเบี่ยงตัวหนີเล็กน้อย พร้อมกับริมฝีปากบางที่ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
"เดี๋ยวสิ... ไม่มีคำเตือนหน่อยเหรอ หรือว่าคุณตั้งใจจะแกล้งฉันให้เจ็บเล่นๆ เผื่อสะใจที่ฉันกวนประสาทคุณมาตลอดทาง"
"ถ้าเจ็บมากก็กัดปากตัวเองไว้ซะ หรือไม่ก็จับแขนผมไว้" ศิลาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "ผมเตือนแล้วนะ"
สิ้นเสียงทุ้ม ปลายสำลีเย็นเฉียบก็กดลงบนเนื้อเยื่อฉีกขาดทันที รวินทร์สะดุ้งสุดตัว เผลอเปล่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความเจ็บแปลบจนต้องคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนแกร่งของบอดี้การ์ดหนุ่มโดยอัตโนมัติ เล็บคมจิกเกร็งลงบนเนื้อแน่นผ่านเนื้อผ้าเพื่อระบายความปวดร้าว ขณะที่ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่กว้างอย่างไร้การป้องกัน กลิ่นกายสะอาดเจือจางของศิลาโชยเข้าจมูกท่ามกลางความตึงเครียด
ศิลาชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่แนบชิด แรงสั่นสะเทือนจากร่างบางที่พยายามอดกลั้นความเจ็บทำให้หัวใจที่ด้านชามานานเกิดอาการกระตุกแปลกๆ เขายังคงมือหนึ่งถือสำลีทำความสะอาดแผลอย่างระมัดระวัง ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นโอบประคองแผ่นหลังลาดกว้างเพื่อพยุงไม่ให้อีกฝ่ายทรุดลงไปกองกับพื้น โดยลืมตัวไปชั่วขณะว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ใกล้กันเกินกว่าความจำเป็นของเจ้านายและผู้คุ้มกัน
"อดทนหน่อย... ใกล้เสร็จแล้ว"
น้ำเสียงของศิลาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนเก่า มันทุ้มต่ำและนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด รวินทร์ที่ซบหน้าอยู่กับลาดไหล่กว้างเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดจากบาดแผลค่อยๆ เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนดังแข่งกับเสียงหยดน้ำ ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างนี้ทำให้เกราะป้องกันตัวที่นายแบบหนุ่มสร้างขึ้นมาตลอดเริ่มสั่นคลอน
มือเรียวที่เคยจิกเกร็งอยู่บนแขนแกร่งค่อยๆคลายออก เปลี่ยนเป็นลูบไล้แผ่วเบาไปตามกล้ามเนื้อแน่นบริเวณหัวไหล่ ไล้ขึ้นมาจนถึงต้นคอแกร่งอย่างจงใจยั่วเย้า รวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาบอดี้การ์ดหนุ่มในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันจนรู้สึกได้
"คุณนี่นะ... ปากบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามทุกทีเลยนะศิลา" รวินทร์กระซิบแผ่วเบาริมฝีปากแทบจะชนกัน แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยากจะปฏิเสธ
ศิลาจ้องมองนัยน์ตากลมโตที่สะท้อนภาพเงาของตนเอง มือที่กำลังพันผ้าพันแผลหยุดชะงักลงทันที ความอดทนที่สะสมมานานนับสัปดาห์กำลังจะพังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความยั่วยวนที่ไร้การปรุงแต่งนี้
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมเพื่อทำลายระยะห่างอันตราย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวที่มาพร้อมกับเสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมของลูกน้องกวินที่ตามแกะรอยมาเจอเร็วกว่าคาด!
ศิลาผละออกจากร่างบางในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มพิกัด มือหนาคว้าปืนพกคู่ใจขึ้นมาปลดเซฟพร้อมหันไปมองประตูด้วยแววตาวาวโรจน์ ขณะที่รวินทร์หน้าถอดสีลงทันทีเมื่อตระหนักว่าความปลอดภัยของพวกเขากำลังถูกคุกคามอีกครั้งบนเส้นด้ายที่ขาดรอมร่อ
แบล็กเวลเวตหวังว่ารี้ดจะชอบตอนนี้ Nะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 10
บาดแผลที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!