เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 24

ทักษะที่ถูกงัดมาใช้

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงเหล็กขูดกรีดกับวงกบประตูดังแสบแก้วหูจนขนลุกชัน ประหนึ่งเสียงกรีดร้องของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเคาะห้องนอน รวินทร์สะดุ้งสุดตัวโดยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวระหงที่ปกติมักเคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจและเย้ายวนกลับถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องนอนเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตภายใต้แสงไฟสลัวไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบปี แต่มือเรียวยังคงคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาถือไว้มั่น แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นแค่เครื่องประดับไร้ค่าต่อหน้ากระสุนปืนหรือคมมีด "พวกมันไม่ได้มาคนเดียว..." รวินทร์กระซิบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ยังพยายามคุมโทนให้หนักแน่น ขณะเหลียวมองบอดี้การ์ดส่วนตัวที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า ศิลาไม่ได้หันกลับมามองเขา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตสีเข้มที่ยับยู่ยี่จากการเคลื่อนไหวอย่างดุดันเมื่อครู่ ยืนหยัดนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มปักตรึงอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องไปยังบานประตูไม้เนื้อแข็งที่กำลังสั่นสะเทือนจากการกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยชะแลงเหล็ก บรรยากาศรอบตัวของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษคนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความกวนประสาทและวาจาเชือดเฉือนที่เคยใช้ต่อปากต่อคำกับนายแบบหนุ่มหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว แววตาดุดันคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนแม้แต่น้อย มีเพียงสัญชาตญาณนักล่าที่ตื่นเต็มที่ โครม! เสียงบานพับประตูหลุดกระเด็นออกจากวงกบ แรงกระแทกครั้งสุดท้ายทำให้ไม้หนาพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล เงาร่างทึบตันสามร่างในชุดดำสนิทและสวมไอ้โม่งอำพรางใบหน้าก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ คนแรกเงื้อปืนพกสั้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ทันทีโดยไม่เสียเวลาเอ่ยปากพูดอะไรสักคำ "ระวัง!" รวินทร์เผลอหลุดปากกรีดร้องด้วยความตกใจ ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียยิ่งกว่าความคิด ศิลาพุ่งตัวออกไปข้างหน้าราวกับเสือชีตาร์ที่หลุดจากกรง ไม่มีความลังเล ไม่มีความนุ่มนวล มีเพียงความรุนแรงและเด็ดขาดที่ถูกงัดออกมาใช้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มือแกร่งคว้าจับข้อมือของมือปืนคนแรกที่กำลังเหนี่ยวไก บิดหมุนด้วยมุมที่กระดูกแทบจะลั่นเปรี๊ยะจนปืนหลุดร่วงกระแทกพื้น เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นไม่ทันขาดคำ ศิลาก็ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างจังจนร่างหนาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นแบบหมดสภาพ "ไอ้เวรนี่..." มือปืนคนที่สองสบถลั่น พุ่งเข้าใส่พร้อมมีดพับเล่มยาวที่สะท้อนแสงไฟวับวับ ศิลาหมุนตัวหลบคมมีดที่เฉียดปลายจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ความยืดหยุ่นและทักษะการต่อสู้ระยะประชิด (Close Quarters Combat) ของอดีตทหารหาญถูกแสดงออกมาอย่างไร้ที่ติ มือข้างหนึ่งคว้าต้นแขนของศัตรู ใช้แรงเหวี่ยงจากน้ำหนักตัวของฝ่ายตรงข้ามเป็นอาวุธ ก่อนจะเตะตัดขาจนคนร้ายล้มคว่ำหน้ากระแทกขอบเตียงเสียงดังสนั่น ศิลาตามซ้ำด้วยการกดเข่าลงบนแผ่นหลัง พร้อมล็อกแขนไขว้หลังดึงจนสุดแรง เสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนห้องนอนแคบๆ รวินทร์ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวจากกลุ่มคนร้ายอีกต่อไป แต่เป็นความตื่นตะลึงและ... ความเร่าร้อนประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ศิลาในยามนี้ช่างดิบเถื่อน อันตราย และมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างเหลือเชื่อ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายและไรผม เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อลู่ลงแนบหน้าผาก กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าขยับไหวทุกครั้งที่ออกแรง เผยให้เห็นพละกำลังอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม คนร้ายคนที่สามที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด เห็นพรรคพวกพ่ายแพ้ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ก็หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดพร้อมควักปืนสำรองออกมาหวังจะยิงสวน แต่ศิลาไว and เด็ดขี่ยิ่งกว่า สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นแจกันเซรามิกที่รวินทร์ถือค้างไว้ด้วยความตกตะลึง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ระหว่างกัน ศิลากวาดสายตาส่งสัญญาณดุดัน รวินทร์เข้าใจความหมายทันทีอย่างน่าประหลาด นายแบบหนุ่มเหวี่ยงแจกันในมือขว้างออกไปสุดแรงไม่ลังเล! แจกันเซรามิกพุ่งแหวกอากาศเฉียดหัวคนร้ายไปเสี้ยววินาที แม้จะไม่ได้โดนเป้าหมายโดยตรง แต่มันก็เบี่ยงเบนความสนใจและทำให้คนร้ายชะงักไปชั่วพริบตาเดียว—และชั่วพริบตานั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับศิลา! ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวคนร้ายคนที่สามในพริบตา มือหนาคว้าข้อมือที่ถือปืนบิดขึ้นฟ้าอย่างรุนแรงจนปืนลั่นกระสุนเจาะเพดานเปรี้ยงใหญ่ ตามด้วยสันมือฟันเข้าที่ต้นคอของคนร้ายอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี ร่างนั้นหมดสติร่วงลงไปนอนกองกับพื้นตามเพื่อนๆ ของมันในเวลาไล่เลี่ยกัน ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นอายของฝุ่นผง ควันจางๆ จากกระสุนปืน และเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ ศิลายืนนิ่งอยู่กลางซากความวุ่นวาย ไหล่กว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ร่างกายเต็มไปด้วยพลังงานอันดุดันที่ยังค้างคา ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะหันกลับมามองรวินทร์ที่ยังคงยืนพิงผนังอยู่ "ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะครับคุณนายแบบ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดดังขึ้นทำลายความเงียบ แต่แววตาที่มองสำรวจรวินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากร้าย "ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้... คิดว่าเท่มากหรือไง" รวินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก เขาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปจัดปกเสื้อเชิร์ตที่ยับยู่ยี่ของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ทั้งที่เนื้อตัวยังสั่นน้อยๆ "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะคะ บอดี้การ์ดศิลา..." รวินทร์กระซิบเสียงพร่า ขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นเหยื่อจางๆ ของอีกฝ่ายลอยเข้าจมูก "เมื่อกี้... เกือบเท่แล้วเชียว ถ้าไม่ติดว่าพูดจากวนประสาทตอนท้าย" ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อร่างเพรียวขยับเข้าหาจนแทบแนบชิด ดวงตาคมกริบมองสบกับดวงตากลมโตที่พราวระยับด้วยความท้าทาย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน บรรยากาศตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่สั่นประสาท เสื้อผ้าที่เปียกชื้นและคราบเหงื่อยิ่งขับเน้นความใกล้ชิดให้ทวีความวาบหวาม นิ้วเรียวของรวินทร์ไล้เบาๆ บริเวณปกเสื้อของศิลาอย่างยั่วยวน ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่มีรอยขีดข่วนจางๆ จากการต่อสู้ "เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ... ฮึ?" ศิลาขบกรามแน่น หัวใจที่เต้นรัวจากการปะทะเมื่อครู่กลับเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมด้วยเหตุผลอื่น มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าจับข้อมือเรียวที่กำลังซุกซนเพื่อหยุดยั้งการยั่วยวนที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้ แต่ทว่า— กริ๊ก! เสียงปลดล็อกประตูห้องพักอีกด้านหนึ่งดังแผ่วเบาขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาเหยียบพื้นห้องนอนอย่างเงียบเชียบ โดยที่พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว! ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อหันขวับไปมอง รวินทร์เองก็ชะงักค้าง ร่างเพรียวหันขวับตามเสียงนั้นทันที และเมื่อแสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ รอยยิ้มเย้ายวนบนใบหน้าของนายแบบหนุ่มก็ถอดสีลงจนซีดเผือดในพริบตาเดียว! "ไม่คิดเลยนะ... ว่าหมาเฝ้าบ้านตัวนี้จะเก่งกาจขนาดนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่ยืนขวางทางออกอยู่ —กวินก้าวเข้ามาพร้อมปืนในมือ และรอยยิ้มที่บอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ลึกยิ่งกว่าเดิม! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความระทึกนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%