เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวจากกลอนประตูด้านนอกดังขึ้นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย รวินทร์กลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างเพรียวบางถูกดึงกระชากด้วยแรงมหาศาลจนแผ่นหลังแนบชิดกับอกแกร่งของศิลา กลิ่นกายเฉพาะตัวของชายหนุ่มอดีตหน่วยรบพิเศษ—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของอะดรีนาลีน—โอบล้อมเขาไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างชั้นวางหนังสือบิวต์อินกับตัวศิลา
ศิลาส่งสัญญาณมือห้ามปรามเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองผ่านรอยแง้มของบานประตูที่เปิดออกทีละน้อย
เงาร่างในความมืดก้าวเข้ามา ความกดอากาศในห้องเซฟเฮาส์ลดฮวบทันทีเมื่อแสงไฟสลัวจากด้านนอกสะท้อนให้เห็นโครงหน้าคมคายและรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของ "กวิน"
มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังวงการบันเทิงไม่ได้มาคนเดียว ลูกน้องร่างยמתสองคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก แต่มือเรียวยาวที่ถือปืนเก็บเสียงกระบอกโปรดกำลังหมุนควงมันเล่นอย่างใจเย็น แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวรู้ดีอยู่แล้วว่าเหยื่อยังซ่อนตัวอยู่
"ออกมารabเถอะครับ รวินทร์... เล่นซ่อนหาแบบนี้มันเสียเวลาเปล่าๆ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงด้วยความเหี้ยมเกรียมดังขึ้น กวินกวาดสายตามองไปรอบห้องราวกับสัตว์ล่าเนื้อที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม "รู้ไหมว่าฉันเกลียดที่สุดคืออะไร... คือการที่คนสวยดื้อรั้นแล้วทำให้ของเล่นมันพังคามือ"
รวินทร์กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธและสัญชาตญาณเอาตัวรอดตีรวนกันอยู่ในอก นายแบบหนุ่มเหลือบมองศิลาที่ยืนบังร่างเขาอยู่ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมของบอดี้การ์ดหนุ่มไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบที่น่ากลัวและการคำนวณจังหวะเวลาในหัวอย่างรวดเร็ว
นิ้วแกร่งของศิลาแตะเบาๆ ที่ต้นแขนของรวินทร์ เป็นสัญญาณเตือนไร้เสียงว่า *เตรียมตัว*
แต่กวินกลับเดินตรงมายังมุมห้องที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับ ปลายกระบอกปืนชี้ตรงมายังทิศทางนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่มขยายกว้างขึ้นเมื่อเงาของพวกเขาทาบลงบนผนัง
"เจอตัวแล้ว"
สิ้นเสียง กวินก็ยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่รอยแง้มของประตูทันที!
"หมอบลง!"
ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่พุ่งสวนออกไปจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ปลายกระบอกปืนของศิลาตวัดขึ้นปัดปืนในมือของกวินจนกระเด็นหลุดจากมือ เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่น ตามด้วยเสียงหมัดหนักหน่วงที่กระแทกเข้ากับใบหน้าของลูกน้องมาเฟียที่พุ่งเข้ามาสมทบพอดี
ความโกลาหลระเบิดขึ้นในพื้นที่ปิดตาย เซฟเฮาส์ที่เคยเงียบสงบกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม รวินทร์ไม่ยอมเป็นภาระ เขารemember บทเรียนการต่อสู้ระยะประชิดที่ศิลาเคยเคี่ยวเข็ญให้ทันที เมื่อลูกน้องอีกคนปรี่เข้ามาหา รวินทร์หมุนตัวหลบอย่างคล่องแคล่วก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง จนร่างนั้นทรุดฮวบคราบลงไปกองกับพื้น
ทว่า กวินที่ตั้งหลักได้แล้วกลับหัวเราะในลำคอ แม้ริมฝีปากจะมีรอยเลือดซึมจากการโดนหมัดของศิลาเมื่อครู่ แต่แววตากลับยิ่งฉายความโรคจิตและคลุ้มคลั่งมากขึ้น
"เก่งสมกับที่เป็นอดีตหมาล่าเนื้อของกองทัพนี่ศิลา..." กวินพุ่งเข้าประชิดตัวบอดี้การ์ดหนุ่ม หมัดหนักๆ สกัดกั้นการเคลื่อนไหวของศิลาจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น ทั้งสองฝ่ายแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใครในระยะประชิด แรงปะทะทำให้ชั้นวางหนังสือล้มระเนระนาด เอกสารลับปลิวว่อนไปทั่วห้อง
รวินทร์พยายามจะเข้าไปช่วย แต่กวินกลับเหลือบเห็นช่องว่าง มือหนาคว้าแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะข้างๆ ปาใส่รวินทร์อย่างแรงเพื่อตัดกำลัง
"ระวัง!" ศิลาตะโกนลั่น ร่างแกร่งผละจากการต่อสู้กับกวิน พุ่งเข้ามาคว้าตัวรวินทร์ให้หลบพ้นวิถีของเศษแก้วที่กระจายเกลวได้อย่างหวุดหวิด แต่จังหวะนั้นเองที่เปิดช่องโหว่ให้กวินชักมีดพับเล่มเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูท และพุ่งเข้าประชิดตัวศิลาจากด้านหลัง!
*ฉับ!*
คมมีดกรีดผ่านเสื้อเชิร์ตเนื้อดีของบอดี้การ์ดหนุ่มจนขาดวิ่น เลือดสีสดซึมออกมาอาบแผ่นหลังกว้าง รวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจของนายแบบหนุ่มกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่าความกลัวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก—ความโกรธเกรี้ยวที่เห็นศิลาบาดเจ็บเพื่อปกป้องเขา
"ไอ้สารเลว!"
รวินทร์พุ่งเข้าใส่กวินด้วยความขาดสติ มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารหนาฟาดเข้าที่ใบหน้าของมาเฟียหนุ่มเต็มแรงจนเซถอยหลัง เปิดโอกาสให้ศิลาสะบัดศอกกลับหลังกระแทกเข้าที่คางของกวินอย่างจังจนร่างนั้นล้มคว่ำลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
เสียงหอบหายใจดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องที่ตอนนี้เงียบสงบลงแล้ว ศิลายกมือขึ้นแตะแผลที่หลัง เลือดสีเข้มติดปลายนิ้วออกมา แต่เจ้าตัวกลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจมากกว่าความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบหันมามองรวินทร์ที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธและตกใจ
"บอกให้หมอบ... ทำไมไม่ฟัง?" ศิลาเอਡเสียงดุ เจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนไว้อย่างไม่เนียนเอาเสียเลย
"นายอยากตายรึไงถึงเอาตัวมาบังให้ฉัน!" รวินทร์สวนกลับเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น "ถ้าตายนายจะรับผิดชอบยังไงฮ๊ะ!"
ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะมีรอยช้ำและเลือดซึม "ถ้าฉันตาย... นายก็คงไม่มีใครคอยกวนประสาทไปตลอดชีวิตแน่ๆ รวินทร์"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วพริบตา เหลือเพียงระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยลงทุกที รวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้บอดี้การ์ดหนุ่ม มือเรียวยื่นออกไปหมายจะสำรวจบาดแผลที่หลังให้ แต่อีกฝ่ายกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างเพรียวบางเซเข้าไปชนกับแผงอกแกร่งจนลมหายใจปะทะกัน
กลิ่นเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นกายเร่าร้อนทำให้เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก
"เป็นห่วงฉันเหรอครับ... คุณนายแบบคนสวย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาล้อเลียนแต่จริงจังจนรวินทร์ใจกระตุกวูบ
ทว่า ก่อนที่รวินทร์จะได้ทันอ้าปากตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ จำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่แค่คนสองคน แต่เป็นกองกำลังเสริมชุดใหญ่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้อย่างรวดเร็ว!
ดวงตาของศิลาและรวินทร์เบิกกว้างขึ้นพร้อมกันเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาไม่ได้ติดอยู่กับแค่กวิน... แต่พวกมันล้อมเซฟเฮาส์ไว้หมดแล้ว และประตูห้องกำลังถูกกระแทกเปิดออกด้วยชะแลงเหล็กเสียงดังโครมคราม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้เสมอนะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 23
กลางวงล้อม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!