กลิ่นดินปืนยังไม่ทันจางหายไปจากปลายจมูก แรงปะทะจากการทิ้งตัวหลบกระสุนเมื่อครู่ก็ทำให้แผ่นหลังของรวินทร์แนบชิดติดกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบ หัวใจของนายแบบหนุ่มเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อมรณะที่เฉียดฉิวผ่านใบหูไปเมื่อเสี้ยววินาที แต่เป็นเพราะแผ่นอกกว้างของศิลาที่ทาบทับลงมาปกป้องเขาไว้จนมิดต่างหาก
ความใกล้ชิดที่ไร้ช่องว่างทำให้เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษยังคงทำงานเต็มพิกัด กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งแน่น สายตาดุดันกราดมองออกไปนอกช่องหน้าต่างที่แตกกระจายเพื่อเช็กความปลอดภัย ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงตรึงข้อมือของเขาไว้มั่น แน่นหนาจนแทบจะฝังรอยนิ้วมือลงบนผิวเนื้อ
"เลิกทำตัวเป็นภาระสักทีจะได้ไหมครับ คุณรวินทร์"
เสียงทุ้มต่ำต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนโล่งอก ศิลาไม่ได้หันมามองหน้าเขาในทันที ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจดจ่ออยู่กับความมืดมิดเบื้องนอก ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจตามมาอีกระลอก
รวินทร์กระตุกยิ้มมุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด ความเจ้าสำราญก็ไม่เคยจางหายไปจากนิสัย นายแบบหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย จงใจให้สะโพกและเรียวขาเบียดชิดเข้ากับสัดส่วนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายอย่างจงใจ ความยั่วยวนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเสมอมาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
"ภาระตรงไหนกันล่ะคะ คุณบอดี้การ์ด... เมื่อกี้ถ้าฉันไม่สะดุดขาตัวเองจนคุณต้องพุ่งเข้ามาคว้าไว้ ป่านนี้คุณคงไม่ได้มากอดฉันแน่นขนาดนี้หรอกนะ" เสียงหวานเอื้อonเย้าแหย่ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มจนเห็นศิลาขบกรามแน่นขึ้นกว่าเดิม
"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะครับ" ศิลาหันขวับกลับมามอง ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะกลายเป็นศูนย์ ความดุดันในแววตาของอดีตทหารหนุ่มฉายชัด ทว่ามันกลับเจือปนไปด้วยประกายบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดินปืน
รวินทร์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่สะท้อนเงาของตนเองอยู่ภายในนั้น ความเย็นชาและกำแพงหนาที่ศิลามักจะสร้างขึ้นเพื่อเว้นระยะห่าง ถูกเผาลาญจนแทบไม่เหลือซากในระยะประชิดนี้ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของนายแบบหนุ่มกลับกระหน่ำรัวจนน่ากลัวเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของอีกฝ่ายที่เคยจับปืน กลับเลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่กรอบหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
"คุณมันดื้อด้าน... และอันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา" ศิราบ่นพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลง ยิ่งยามที่ปลายนิ้วโป้งไล้ผ่านริมฝีปากอิ่มที่ยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย้าหยอกนั้น ความอดทนที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ก็ดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตา
"ชมกันเกินไปแล้วนะคะ... หรือว่าจริงๆ แล้วคุณแค่อยากหาข้ออ้างใกล้ชิดฉันกันแน่" รวินทร์ยังคงไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยความท้าทาย แม้ว่าแผ่นหลังจะเริ่มรู้สึกชาหนึบจากความเย็นของกำแพง แต่ความร้อนระอุที่แผ่มาจากร่างหนาของคนที่กักขังเขาไว้กลับทำให้ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น การกระทำกลับรวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาปิดกั้นทุกเส้นทางหนี มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเปลี่ยนเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบสนิท ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหาอย่างคุกคาม ทว่าแฝงไว้ด้วยความปรารถนาที่ถูกกดเก็บไว้นานเกินทน
รวินทร์สูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อเงาร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มทาบทับลงมา ปลายจมูกชนกันจนรับรู้ถึงสัมผัสอุ่นชื้น เคมีที่พวยพุ่งระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเจือจางลง ทุกจังหวะการหายใจประสานเป็นหนึ่งเดียว ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกันอย่างที่ใจปรารถนา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ทำลายบรรยากาศสีชมพูสลายหายไปในพริบตา
ศิลาผละออกอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณดิบ ร่างหนากลับมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมตั้งรับ มือแกร่งกระชับอาวุธในมือมั่น ดวงตาดุดันกลับมาเย็นชาและเฉียบคมเช่นเดิมในเสี้ยววินาที ทิ้งให้รวินทร์ยืนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความเสียดายแกแกมขัดใจเล็กน้อยที่จังหวะฟินต้องสะดุดลงกลางคัน
"อยู่ตรงนี้ อย่าส่งเสียง" ศิราสั่งด้วยเสียงกระซิบเด็ดขาด ก่อนจะพุ่งตัวหายลับไปหลังมุมกำแพงเพื่อเตรียมรับมือกับแขกไม่速เชิญที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
รวินทร์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความร้อนจากสัมผัสเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยอีกครั้งเมื่อตระหนักได้ว่า กำแพงน้ำแข็งที่บอดี้การ์ดปากจัดคนนี้สร้างขึ้น เริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่เกิดขึ้นเสียแล้ว
ทว่า ความเงียบงันที่ควรจะตามมาด้วยเสียงปะทะ กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าที่หยุดชะงักกะทันหันหน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ที่ไม่ได้มาจากฝั่งของศัตรู
รวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ขณะที่ศิลาซึ่งซ่อนตัวอยู่ส่งสัญญาณมือห้ามปรามให้เขาเงียบเสียงลง ร่างสูงของบอดี้การ์ดหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ประตู พร้อมกับที่กลอนประตูด้านนอกถูกหมุนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น—บุคคลที่พวกเขาไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนแบล็กเวลเวตมาโดยตลอดนะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 22
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!