ปลายกระบอกเก็บเสียงสีดำด้านถูกปลดเซฟด้วยเสียงคลิเบาหวิว แต่มันดังชัดเจนจนบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส รวินทร์ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาคู่คมกริบที่มักฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เวลานี้กลับพินิจมองรอยแผลเป็นบนสันจมูกของชายฉกรรจ์ตรงหน้าอย่างท้าทาย ความตายกำลังยืนหายใจรดต้นคออยู่ห่างไปไม่ถึงสามเมตร แต่หัวใจของนายแบบหนุ่มกลับเต้นเป็นจังหวะเร้าใจประหลาด... อาจเป็นเพราะเขามี 'เกราะคุ้ม ภัย' ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและฝีมือระห่ำเป็นอันดับหนึ่งยืนขวางอยู่เบื้องหน้า
"เจอตัวสักทีนะ... พยานคนสำคัญ"
เสียงแหบพร่าของลูกน้องคนสนิทของกวินดังลอดไรฟัน มันคือประกาศิตแห่งความตายที่ถูกส่งตรงมาจากเบื้องบน แต่ก่อนที่นิ้วชี้บนไกปืนจะทันได้ออกแรงเหนี่ยว ศิลาพุ่งตัวเข้าใส่ราวกับเสือดาวที่หลุดจากกรงข้ามผ่านความมืดมิดในห้องพักอับทึบของเซฟเฮาส์ ร่างหนาและกำยำกระแทกเข้ากับร่างของมือปืนจนล้มกลิ้งไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือ เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะและเศษข้าวของกระจายเกลื่อนพื้นกลบเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทั้งคู่
"ไอ้บ้าเอ๊ย! ช้ากว่านี้อีกนิดเดียวฉันคงได้ไปยมโลกสลอนกับบรรพบุรุษนายแล้วนะศิลา!" รวินทร์ตะโกนแซรกเสียงการต่อสู้ มือเรียวยาวคว้าแจกันเซรามิกใกล้มือปาใส่สมุนมือปืนอีกคนที่พุ่งเข้ามาทางหน้าต่างจนมันต้องยกแขนขึ้นปัดป้อง
ศิลาไม่ตอบคำถาม เขามีสมาธิอยู่กับการบิดข้อมือของคนใต้ร่างจนเสียงกระดูกลั่นกรอบ ความดิบเถื่อนและดุดันฉายชัดในแววตาคมกลาดเกรี้ยวที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากด้านนอก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทพลิกตัวกลับอย่างรวดเร็ว ศอกกระแทกเข้าที่กกหูของศัตรูจนแน่นิ่งไปในพริบตา แต่ความตึงเครียดไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ อีกหลายคู่กำลังวิ่งขึ้นบันไดไม้มาทางห้องนี้
"มันมากันยกใหญ่ เกมโอเวอร์แล้วมั้งบอดี้การ์ด" รวินทร์ย่อตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูของศิลา น้ำเสียงแม้จะเจือแววหยอกเย้าแต่แววตากลับจริงจังจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่ศิลาพยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายสัปดาห์
ศิลาหันขวับมามองคนพูด ดวงตาคู่ดุวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใย "หุบปากแล้วไปยืนหลบหลังตู้เหล็กซะ รวินทร์... ถ้าไม่อยากตายคาอกฉันตรงนี้"
"ปากร้ายชะมัด... แต่ชอบนะ" รวินทร์ยิ้มมุมปาก ยอมถอยไปหลบตามคำสั่งแต่โดยดี เพราะเขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาต่อรอง
เปรี้ยง! กระสุนนัดแรกเจาะทะลุกรอบประตูไม้เข้ามา เศษปูนและไม้ชิ้นเล็กๆ กระเด็นว่อน บอดี้การ์ดหนุ่มไม่รอช้า เขาคว้าปืนพกสั้นขึ้นมาเล็งลอดช่องว่างของประตูที่พังเสียหาย เหนี่ยวไกสองนัดซ้อนอย่างแม่นยำจนเสียงร้องโหยหวนดังลอดออกมาจากทางเดินด้านนอก ความเงียบสงบของเซฟเฮาส์ถูกฉีกกระชากจนยับเยิน เหลือเพียงกลิ่นดินปืนและควันจางๆ ที่ลอยคลุ้งในอากาศ
แต่กระสุนในแมกกาซีนของศิลากำลังจะหมดลง ขณะที่กลุ่มสมุนของกวินที่เหลือยังคงระดมยิงกดดันเข้ามาไม่ขาดสาย สถานการณ์เริ่มบีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออก ทางหนีไฟฝั่งตะวันตกถูกปิดตายด้วยระเบิดเวลาขนาดย่อมที่พวกมันวางดักไว้ก่อนหน้า ทางเลือกเดียวคือการฝ่าวงล้อมออกไปทางประตูหน้าซึ่งมีมือปืนไม่ต่ำกว่าสี่คนรออยู่
ศิลาหันกลับมามองรวินทร์ที่ยืนพิงผนังตู้เหล็ก สายตาของทั้งคู่ประสานกันในเสี้ยววินาทีที่ทุกอย่างรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง รวินทร์เห็นความลังเลเพียงชั่วพริบตาในแววตาของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ—ความลังเลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดการทำงานร่วมกัน
"ออกไปทางช่องระบายอากาศด้านบนสิ นายตัวเล็กพอจะมุดไปได้" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองเพื่อขยับตัวให้คล่องตัวขึ้น
"แล้วนายล่ะ?" รวินทร์ถามสวนทันควัน คิ้วเรียวขมวดมุ่น "จะให้ฉันหนีเอาตัวรอดคนเดียวหรือไง อย่าลืมสัญญาจ้างสิ นายต้องคุ้มครองฉันจนกว่าคดีจะจบ"
"ฉันบอกให้ไปไง!" ศิลาตวาดลั่น ประชิดตัวเข้ามาจนอกแกร่งแทบชิดกับร่างโปร่ง มือใหญ่ดันไหล่บางให้หันไปทางช่องลม "ฉันจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง นายต้องไปส่งหลักฐานให้ตำรวจเซ็ตสุดท้ายให้ได้ ไม่งั้นที่ฉันเหนื่อยมาทั้งหมดมันจะสูญเปล่า"
รวินทร์นิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายปากจัด เยชาชา และน่ารำคาญคนนี้ จะเอาชีวิตเข้ามาเดิมพันเพื่อปกป้องเขาได้ถึงขนาดนี้
"ฉันไม่ไป..." รวินทร์ดึงมือศิลาไว้แน่น ดวงตาสั่นระริก "ถ้าไม่มีนาย ฉันก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"รวินทร์! อย่าดื้อตอนนี้!"
"ไม่ได้ดื้อ!" นายแบบหนุ่มตะโกนกลับเสียงแข็ง แววตาฉายความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเจ้าสำราญมานาน "ถ้าฉันรอด นายก็ต้องรอดด้วยกัน!"
ยังไม่ทันที่ศิลาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ประตูห้องพักก็ถูกพังกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงถีบมหาศาล กวินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบในความมืด ด้านหลังมีลูกน้องถือปืนกลมือพร้อมลั่นไก รัศมีความกดดันแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
ศิลาผลักรวินทร์ไปไว้ด้านหลังสุดแรง พร้อมกับกระโจนเข้าประจันหน้ากับเงากระสุนที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา—!
แบล็กเวลเวตขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตในบทนี้นะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 21
ความไว้วางใจคือเดิมพัน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!