เสียงโลหะกระทบกันดังเฉือนประสาทท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้าง รวินทร์หอบหายใจจนอกกระเพื่อม แผ่นหลังบางแนบชิดกับเสาปูนเย็นเยียบขณะที่สายตาสั่นระริกมองร่างสูงของบอดี้การ์ดส่วนตัวที่ยืนขวางหน้าอยู่ กลิ่นคาวเลือดจางๆ เริ่มลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นคลั่ง ศิลาในยามนี้ไม่มีคราบของความกวนประสาทหรือคำพูดคมคายรaระอาใจอย่างเคย มีเพียงแววตาดุดันราcatป่าที่พร้อมฉีกกระชากใครก็ตามที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาใกล้คนด้านหลัง
"คุณรวินทร์ หมอบลง"
เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนแทบเป็นคำสั่ง ศิลาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังรัศมีกระสุนจากมุมมืด ทว่าวินาทีนั้นเอง เสียงแหวกอากาศของคมมีดพับก็พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะตั้งตัวทัน
รวินทร์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สัญชาตญาณความเอาตัวรอดกรีดร้องให้เขาถอยหนี แต่ขากลับหนักอึ้งราวก้าวไม่ออก เมื่อเห็นเงาดำทะมัดทะแมงของลูกน้องกวินพุ่งเข้าประชิดพร้อมอาวุธในมือ
"ศิลา!"
เสียงหวานตะโกนสุดเสียงโดยไม่ทันคิดอะไรทั้งสิ้น รวินทร์พุ่งมือไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตหนังของบอดี้การ์ดหนุ่มเพื่อกระชากให้หลบวิถีคมมีด แต่ทว่า... ศิลากลับเลือกที่จะหมุนตัวสลับตำแหน่งอย่างรวดเร็วเพื่อใช้ร่างกายของตัวเองเป็นโล่มนุษย์รับคมมีดแทน
*ฉึก!*
เสียงเนื้อกระทบกับใบมีดคมกริบดังชัดเจนในความเงียบ ร่างหนาชะงักกึก เลือดสีแดงสดซึมทะลุเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกมาย้อมแผ่นหลังในพริบตา รวินทร์อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อความอุ่นร้อนของหยาด1โลหิตกระเด็นมาโดนข้างแก้มเนียน
"คุณ... บ้าหรือเปล่า!" รวินทร์หวีดร้อง มือเรียวสั่นเทาระ2อุบเข้าประคองร่างของอีกฝ่ายที่เซถลินเข้าหา กลิ่นเลือดเข้มข้นตีรวนขึ้นมาจนน่าคลื่นไส้ ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก ร่างสูงใหญ่ที่เคยแข็งแกร่งราวกำแพงเหล็กในตอนนี้กลับทิ้งน้ำหนักลงมาพิงเขาอย่างคนหมดแรง
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วหัวไหล่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาหัวเสียยิ่งกว่าแผลฉีกขาดคือสายตาตื่นตระหนกแกมสำนึกผิดของคนตรงหน้า ร่างสูงฝืนความเจ็บปวด เอื้อมมือหนาขึ้นไปกุมข้อมือบางที่กำลังสั่นเทาอยู่บนอกเสื้อของตน แรงบีบแม้จะแผ่วเบากว่าปกติแต่ก็หนักแน่นพอจะสื่อความหมาย
"ผม... ถูกจ้างมาปกป้องคุณ... ไม่ใช่ให้มายืนบื้อให้คนอื่นแทง..." ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าซีดเซียวลงเล็กน้อยแต่แววตายังคงดุดันไม่เปลี่ยน "ถ้าคุณเป็นอะไรไป... งานของผมก็ล่มหมดพอดี"
ปากร้ายไม่มีเปลี่ยน... แม้กระทั่งในวินาทีที่เลือดกำลังไหลริน!
รวินทร์เกือบจะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา มืออีกข้างรีบยกขึ้นกดแผลที่หลังให้แน่นเพื่อห้ามเลือด ดวงตาสวยคมคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มกำลังตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหน้าระรื่น เจ้าสำราญ และไม่เคยแคร์ใครอย่างเขา ในวินาทีนี้กลับหัวใจแทบสลายเพียงเพราะเห็นบาดแผลของบอดี้การ์ดปากจัดคนนี้
"เงียบปากไปเลยนะ! คนเจ็บยังจะมีปากมาสั่งอีกเหรอ" รวินทร์แหวใส่เสียงสั่น เผลอใช้น้ำเสียงตัดพ้อที่เจือความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด "ถ้าคุณตายขึ้นมา... ฉันจะไปหาบอดี้การ์ดปากเสียแบบนี้จากไหนอีกเล่า"
ศิลามองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบฝุ่นและหยาดน้ำตาโดยไม่ละสายตา มุมปากหยักกระตุกยิ้มฝืนๆ ออกมาเล็กน้อย ราวกับต้องการหยอกเย้าแม้ในสถานการณ์วิกฤต "เป็นห่วงผม... ขนาดนั้นเลย?"
"ใช่! ฉันห่วง! พอใจหรือยังล่ะ!" รวินทร์สวนกลับทันควันโดยไม่ทันคิดฟอร์มใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธปนความกลัวทำให้เขาหลุดปากยอมรับความรู้สึกออกไปอย่างง่ายดาย
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สายตาของคนทั้งคู่สบประสานกันอย่างมีความหมาย เคมีร้อนแรงและดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้งตลอดหลายวันที่ผ่านมาปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม ศิลาดึงร่างบางเข้ามาแนบชิดอกตัวเองมากขึ้นจนแผ่นอกแนบสนิท แม้จะมีบาดแผลฉgรกขวางกั้น แต่ความอุ่นร้อนจากร่างกายของกันและกันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในความมืด
"ถ้างั้น..." ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนายแบบหนุ่ม เสียงทุ้มแหบพร่าชวนสั่นสะท้าน "ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้... คุณต้องให้รางวัลผมมากกว่าแค่คำบ่นแล้วล่ะครับ"
รวินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากอก เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบโต้ที่เผ็ดร้อนกลับไปตามนิสัยเดิม ทว่า...
*ปัง!*
เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงถีบประตูเหล็กพังกระเด็นเข้ามา พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ เงาร่างสูงใหญ่ของกวินปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือกในมือถือปืนเล็งตรงมาที่ศีรษะของทั้งคู่
"เล่นละครรักกันพอหรือยังครับ... คุณรวินทร์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้ยหยันขณะก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว "น่าประทับใจจริงๆ บอดี้การ์ดจอมอวดดีคนนี้คงปกป้องคุณได้จนวินาทีสุดท้ายสินะ"
ศิลาขยับตัวบังรวินทร์ไว้มิดชิดอีกครั้ง แม้บาดแผลที่หลังจะร้องเตือนด้วยความเจ็บปวด สายตาคมกราบกวาดมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปจับปืนพกข้างเอวเตรียมลั่นไกสวนกลับในเสี้ยววินาที
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วของศิลาจะเหนี่ยวไก เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังสนั่นก้องมาจากด้านหลังของกวิน พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นที่ทำให้เกมกระดานนี้พลิกคว่ำในพริบตา
"ตำรวจหลวง! วางอาวุธซะ!"
แบล็กเวลเวตขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความเดือดระอุในตอนนี้นะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 25
เลือดกับความเย็นชา
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!