เสียงกระแทกของรองเท้าบูทหลายคู่กระทบพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าในโกดังร้างดังสนั่นสะท้อนก้อง พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องผ่านรอยแตกของผนังปูนเข้ามาอย่างไร้ความปรานี
"ตำรวจหลวง! วางอาวุธซะ!"
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความเด็ดขาดดังตัดผ่านความเงียบงันของค่ำคืนอันมืดมิด ศิลาไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่ในชุดบอดี้การ์ดสีดำสนิทพุ่งตัวเข้าประชิดตัวรวินทร์ที่กำลังยืนหายใจหอบกระชั้นชิดในมุมอับของตึก ร่างกายของนายแบบชื่อดังสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะพิษไข้จากแผลถลอกและรอยกระสุนเฉี่ยวที่ต้นแขนซึ่งเลือดสีสดซึมเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนจนเป็นวงกว้าง
"อยู่นิ่งๆ" ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน มือแกร่งกระชากข้อมือบางให้หลบเข้าหลังเสาคอนกรีตหนาอย่างแม่นยำ ปืนพกในมือถูกขึ้นลำพร้อมยิง ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันและระแวดระวังทุกฝีก้าว
"คุณ... เจ็บแผลหรือเปล่า" รวินทร์กระซิบถาม เสียงแหบพร่า ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าควัน
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ คุณรวินทร์ ปากเก่งนักไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนลูกแมวตกน้ำแบบนี้ล่ะ" ศิลาสวนกลับทันควันตามนิสัยปากร้าย แต่ทว่า... สัมผัสที่มือใหญ่ซึ่งกำลังฉีกชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาพันแผลให้รวินทร์กลับอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด
รวินทร์เม้มปากแน่น มองการกระทำที่สวนทางกับคำพูดนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในโพรงหัวใจท่ามกลางบรรยากาศที่หนתเหน็บและอันตรายรอบด้าน ร่างสูงของบอดี้การ์ดหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงตะโกนสั่งการของตำรวจด้านนอกเลยแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดถูกทุ่มเทให้กับบาดแผลที่ต้นแขนของเขา แววตาเคร่งขรึมคู่นั้นสะท้อนความห่วงใยออกมาอย่างไม่ปิดบัง แม้เจ้าตัวจะพยายามตีหน้ายักษ์กลบเกลื่อนก็ตาม
"ถ้าผมตายไป คุณจะคิดถึงผมไหม ศิลา" รวินทร์เอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที น้ำเสียงนั้นเจือความเย้าหยวนตามสัญชาตญาณ แต่แววตากลับจริงจังจนน่าใจหาย
ศิลาชะงักมือที่กำลังผูกผ้าพันแผลให้ ปลายจ้วงและสันจมูกโด่งคมสันอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงคืบเดียว กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของนายแบบคนดังผสมผสานกับกลิ่นดินปืนและเหงื่อไคลสร้างเคมีที่ดึงดูดใจจนอันตราย บอดี้การ์ดหนุ่มขบกรามแน่น หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะไม่ใช่เพราะกลัวตำรวจฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่เกือบจะละลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต
"อย่าพูดจาไร้สาระน่า... ผมรับงานคุ้มครองคุณ ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณตาย" ศิลาตอบเสียงพร่า สายตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดึงให้ช้าลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นตรงกันในระยะประชิด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็หยุดลงตรงหน้าทางเข้ามุมเสาที่พวกเขานั่งหลบอยู่ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาเต็มๆ ตา
"เจอตัวแล้ว! อยาขยับ!"
ศิลาไม่รอช้า คว้าตัวรวินทร์ให้ก้มต่ำลงพร้อมกับใช้อีกมือยิงสวนขึ้นเพดานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เศษปูนร่วงหล่นลงมาท่ามกลางควันโขมง แต่ก่อนที่ศิลาจะทันได้พาคนเจ็บฝ่าวงล้อมนี้ออกไป เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังกลุ่มตำรวจเหล่านั้น
"ใจเย็นๆ ครับผู้กอง... คนของผม ผมจัดการเอง"
ร่างสูงโปรดของ 'กวิน' ก้าวออกมาจากเงานั้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงแววอำมหิต ดวงตาคมปลาบกวาดมองรวินทร์ที่อยู่ในอ้อมแขนของศิลาด้วยความสมเพชเวทนา
ศิลาชะงักค้าง มือที่โอบเอวรวินทร์อยู่กระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ รวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของศัตรูตัวฉกาจมายืนอยู่ตรงหน้าในยามวิกาลเช่นนี้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบขาดใจ เมื่อกวินยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่ศิลาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะ
"คิดเหรอวะ ว่าหมาเฝ้าบ้านตัวเดียวจะปกป้องเหยื่อข้ามคืนนี้ไปได้?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนแบล็กเวลเวตมาโดยตลอดนะคะ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 26
ความรู้สึกที่หลั่งไหล
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!