กลิ่นอายความตายในตลาดมืด
ความเงียบงันในตรอกแคบเบื้องหลังโรงเตี๊ยมร้างอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตายอย่างแท้จริง ปลายปิ่นหยกสลักลายดอกโบตั๋นในพระหัตถ์ของเซียวจ้านถูกหมุนวนช้าๆ ราวกับเข็มนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังเดินถอยหลัง สุ้มเสียงทุ้มต่ำก้องกังวานบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของมู่หว่านชิง นางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สติปัญญาอันฉลาดเป็นกรดถูกระดมมาใช้ประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ร่างระหงที่ซ่อนตัวอยู่หลังกองลังไม้เก่าคร่ำคร่าค่อยๆ ขยับกายอย่างระมัดระวังที่สุด ทว่าในเมื่ออีกฝ่ายระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำปานตาเห็น การดึงดันจะซ่อนตัวต่อไปรังแต่จะเป็นการรนหาที่ตาย
ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบ มู่หว่านชิงสูดลมหายใจเข้าลึก Sลวดลายปักบนอาภรณ์สีเข้มกลมกลืนกับความมืดมิด นางก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวอย่างสง่างาม เงยหน้าสบพระพักตร์คมคายที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งอภิมหาสมุทรของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ยมทูตแห่งสนามรบ’
"หม่อมฉันไม่คิดว่ายามวิกาลเช่นนี้ ท่านอ๋องจะมีงานอดิเรกมาเดินตรวจตลาดมืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดเช่นนี้เพคะ" สุ้มเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ตกเป็นรองอย่างราบคาบ
เซียวจ้านมิได้ตรัสตอบทันที พระเนตรคมกลาบกวาดสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา ท่าทีเยือกเย็นและรัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมารอบวรกายจนบรรยากาศรอบข้างแทบหยุดนิ่ง พระองค์ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวที่มั่นคงและทรงพลังนั้นราวกับพญาเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม
"งานอดิเรกของเปิ่นหวางคือการตามหา 'ภรรยา' ที่ชอบทำตัวเป็นยอดกุนซือนอกจวนมากกว่าจะอยู่ปรนนิบัติสามีต่างหากเล่า ฮูหยินเอก... เจ้าว่ามันน่าขันนักหรือไม่?"
คำตรัสเยียบเย็นพร้อมรอยยสรวลหยันที่มุมโอษฐ์ทำให้มู่หว่านชิงนิ่งงัน นางรู้ดีว่าแผนการลอบเข้ามาสืบเบาะแสเรื่องขบวนการค้าอาวุธเถื่อนเชื่อมโยงกับขุนนางกังฉินในราชสำนักถูกจับได้คาหนังคาเขาเสียแล้ว ทว่าก่อนที่นางจะได้หาคำแก้ตัวใดๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบจนแสบตา
กลุ่มมือสังหารชุดดำนับสิบชีวิตที่ซุ่มอยู่รอบด้านผุดกายขึ้นจากเงาจันทร์ พุ่งเป้าหมายมาที่มู่หว่านชิงและเซียวจ้านในคราเดียว!
"ระวังเพคะ!" มู่หว่านชิงอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางถูกแรงกระชากอันทรงพลังดึงเข้าสู่อ้อมพระอุระกว้างในเสี้ยววินาที กลิ่นอายบุรุษเจือกลิ่นอายสนิมเหล็กและจันทร์หอมลอยเข้าจมูก พร้อมกับกระบี่ในฝักของเซียวจ้านที่หวาดสะบัดออกต้อนรับคมดาบของมือสังหารคนแรกที่พุ่งเข้ามา
*เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบตัดกับความมืดมิด เซียวจ้านใช้มือข้างหนึ่งโอบกระ습เอวบางของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ขณะที่พระหัตถ์อีกข้างถือกระบี่ฟาดฟันศัตรูอย่างดุร้ายและแม่นยำ ท่วงท่าการต่อสู้สง่างามราพendพยัคฆ์ราชทะยานฟ้า ทว่าปกป้องนางไว้ในวงแขนอย่างมิดชิด ไม่ยอมให้คมดาบใดเข้าใกล้รัศมีของสตรีในอ้อมกอดแม้แต่น้อย
เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังตรอกเก่า ทว่าสตรีในอ้อมพระอุระกลับมิได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์ นางมองเห็นจุดอ่อนของมือสังหารกลุ่มนี้ทันที "ท่านอ๋อง! จุดชีพจรใต้ซี่โครงซ้ายของพวกมันคือจุดตาย โจมตีพร้อมกัน!"
เซียวจ้านก้มพระพักตร์ลงมองสตรีที่ยังไม่วายทำตัวเป็นกุนซือในสนามรบ มุมโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกขันในความใจกล้าของนาง "หุบปากแล้วซบอยู่กับอกเปิ่นหวางซะ หญิงโง่"
แม้จะตรัสเช่นนั้น แต่พระองค์ก็ทรงหมุนพระSะกายและตวัดกระบี่ตามคำแนะ-นำของนางอย่างไร้ที่ติ ร่างของมือสังหารชุดดำทรุดฮวบลงทีละคน เสียงร้องโหยหวนและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศยามราตรี ทว่าจำนวนที่มากกว่าทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกองกำลังเสริมของศัตรูเริ่มทะลักเข้ามาสมทบจากปากตรอกทั้งสองด้าน
"อึ..." มู่หว่านชิงนิหน้าเล็กน้อยเมื่อเศษสะเก็ดดาบเฉี่ยวเข้าที่หัวไหล่จนอาภรณ์เนื้อดีขาดวิ่นและมีโลหิตซึมออกมา เซียวจ้านที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ พระเนตรคมกริบทอประกายอำมหิตขึ้นมาทันที รัศมีสังหารรอบวรกายแผ่ขยายจนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
"บังอาจนัก!"
ชั่วพริบตานั้น กองกำลังทหารเกราะดำนับร้อยนายภายใต้สังกัดกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของท่านอ๋องก็พังทลายกำแพงตรอกเข้ามาโอบล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในพริบตา เสียงเกือกม้าและเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น กองทหารหลวงและมือสังหารตลาดมืดถูกกวาดล้างจนราบคาบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้นบุหรี่
ความเงียบสงัดกลับคืนมาอีกครั้งท่ามกลางซากศพเกลื่อนกลาด เซียวจ้านประคองมู่หว่านชิงให้อยู่ในความนิ่งสงบ พระเนตรดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองบาดแผลที่หัวไหล่ของนางด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างกริ้วโกรธกับห่วงหาอาทร
"เจ้านี่นะ... รนหาที่ตายเก่งเสียจริง มู่หว่านชิง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอື้องกันชิดริมฝีปากของนาง
"หม่อมฉันเพียงแต่... โอ๊ย!" มู่หว่านชิงยังไม่ทันแก้ตัว เซียวจ้านก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มไว้แนบอกด้วยความเด็ดขาด พระองค์ไม่สนพระทัยสายตาของเหล่าทหารกล้าที่หันหน้าหนีกันเป็นแถบ ทรงก้าวย่างผ่านกองเลือดมุ่งตรงไปยังรถม้าประจำตำแหน่งที่จอดรออยู่
ทว่า ก่อนที่ร่างของนางจะถูกวางลงบนเบาะนุ่มภายในรถม้า สายตากลมโตก็เหลือบไปเห็นป้ายหยกประจำตัวที่ตกอยู่กับพื้นท่ามกลางกองเลือดของหัวหน้ามือสังหารที่เพิ่งถูกปลิดชีพ ป้ายหยกสลักลาย 'สลักรูปมังกรห้าเล็บหัวขาด' — สัญลักษณ์ลับที่เชื่อมโยงกับราชCสำนักชั้นสูง และที่สำคัญที่สุด... มันคือลายมือเดียวกับตราประทับลับในตำหนักของพระสนมเอกผู้ทรงอิทธิพล!
มู่หว่านชิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันไปสบตาเซียวจ้านที่กำลังจะขึ้นมาประทับนั่งเคียงข้าง ทว่าสายตาของท่านอ๋องกลับมิได้มองที่ป้ายหยกนั้น พระเนตรคมกริบกลับทอดมองออกไปเบื้องนอก ทรงรับราชioตส์ม้วนสีเหลืองทองที่ทหารม้าเร่งรีบนำมาถวายด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เซียวจ้านคลี่ม้วนกระดาษออกอ่านเพียงชั่วครู่ ก่อนที่มุมโอษฐ์จะแย้มยิ้มเยือกเย็นออกมา ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทั้งสิ้น พระองค์ทรงหันมาทอดพระเนตรนางด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจของมู่หว่านชิงกระตุกวูบ
"ฮูหยิน... ดูท่าว่าฮ่องเต้จะทรงมี 'ราชโองการสมรสพระราชทาน' ฉบับใหม่ ส่งตรงมาถึงจวนอ๋องของเรารอไว้แล้ว... ในข้อหาที่เจ้า 'สมคบคิดกับกบฏนอกราชสำนัก'"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 19
กลิ่นอายความตายในตลาดมืด
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!