“หากแม่นางผู้นี้ยังกล่าวหาว่าตระกูลเซียวแสวงหาความร่ำ...ระคนคราบน้ำตาของราษฎรอีกเพียงครึ่งคำ เกรงว่าสำนักชำระบัญชีหลวงคงต้องส่งคนมาตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเรือนพักของท่านเจ้าเมืองเสียหน่อยแล้วกระมัง”
ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกขาวบรรจงวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงกระทบที่ดังขึ้นกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนอกของเหล่าขุนนางท้องถิ่นที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องล่าง มู่หว่านชิงในอาภรณ์ปักลายดอกโบตั๋นสีม่วงเข้มตัดกับขอบเสื้อแถบไหมสีเงินยวงมิได้ชายตามองบุรุษผู้มีตำแหน่งใหญ่โตในอำเภอไห่ถังผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย นางเพียงปรายหางตาผ่านม่านโปร่งสีมุก ทอดมองไปยังลานกว้างเบื้องล่างที่เวลานี้เนืองแน่นไปด้วยฝูงชนนับพันชีวิต
กลิ่นอายของความตื่นตระหนกและเสียงไอโขลกของคนยากไร้ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนต้มเดือดในกระทะทองเหลืองใบใหญ่
นี่คือวันที่สามของการจัดตั้ง "โรงทานมหากุศล" นโยบายสะท้านเมืองที่มู่หว่านชิงใช้วางหมากตบหน้ากลุ่มผลประโยชน์ในท้องถิ่นอย่างเจ็บแสบ หลังจากที่พวกลอบกัดปล่อยข่าวลือหนาหูว่าจวนอ๋องรีดนาทาเร้นและกักตุนเสบียงจนชาวบ้านอดอยาก นางไม่1เดือดร้อนออกโรงโต้เถียงด้วยวาจาให้เสีย 3 กิเลส แต่กลับเลือกใช้ "โอสถทิพย์" และ "น้ำมือ" ของตนเองพลิกกระดานข่าวสารในชั่วข้ามคืน
“ฮูหยินเอก... โรงยาของท่านแจกจ่ายยารักษาโรคหอบหืดและไข้ป่าฟรีเช่นนี้ เกรงว่าคลังสำรองของทางการ... อ้อ ไม่สิ ของจวนอ๋องจะ...” นายอำเภอเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่ฉายแววเฉียบคมราศีกดขี่ดั่งพญาหงส์
“ท่านอำเภอเฉินกังวลเรื่องใดกันหรือคะ?” มู่หว่านชิงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนี้งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหน I สันหลังวาบ “เงินทองและสมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็น ‘น้ำพักน้ำแรง’ และ ‘ความปรารถนาดี’ ของท่านอ๋องที่ทรงห่วงใยราษฎรแดนใต้ หาได้ใช้เงินท้องพระคลังหรือเบียดเบียนภาษีราษฎรแม้แต่ตำลึงเดียว หรือว่า... ท่านอำเภอเฉินมีความเห็นเป็นอื่น เห็นว่าการที่ราษฎรหายจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างนั้นหรือคะ?”
“ม... มิกล้า! มิกล้าพ่ะย่ะค่ะ! ผู้น้อยเพียงแต่...”
“เช่นนั้นก็ดีแล้วค่ะ” มู่หว่านชิงตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด นางกวาดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งหญิงชราคนหนึ่งกำลังกราบกรานลงกับพื้นดินทั้งน้ำตา นามของ "พระชายาใจบุญ" และ "เทพธิดาโอสถ" ถูกเอ่ยขานปากต่อปากจากชาวบ้านนับพันที่เคยถูกชี้นำให้เกลียดชังจวนอ๋อง บัดนี้ เสียงสรรเสริญเยินยอและเสียงคุกเข่าคำนับดังระงมราวกับคลื่นซัดสาด
กระแสศรัทธาถูกหล่อหลอมขึ้นจากความตายและการรอด1ตาย
ในสายตาของประชาชน ผู้ใดหยิบยื่นความช่วยเหลือยามที่พวกเขาไร้ทางออก ผู้นั้นย่อมเป็นดั่งฟ้าประทาน มู่หว่านชิงไม่เพียงแต่ทำลายข้อครหาเรื่องความโลภของจวนอ๋องลงได้ราบคาบ นางยังสร้าง "กอง 2 กำลังเงา" ที่ทรงพลังที่สุดในดินแดนภาคใต้ นั่นคือหัวใจของราษฎรนับหมื่นที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นโล่กำบังให้แก่เซียวจ้านในยามคับขัน
ทว่า... ในความสำเร็จที่งดงามปานภาพวาดพู่กันจีนนี้ ย่อมมีสายตาคู่หนึ่งที่มองมาด้วยความริษยาและเคียดแค้นจนบิดเบี้ยว
ลี่อินที่แอบลอบติดตามขบวนรถม้ามาสังเกตการณ์จากหอสูงฝั่งตรงข้าม กำผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกท้อในมือจนยับย่น ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์บัดนี้แดงก่ำด้วยความชิงชัง นังสารเลวมู่หว่านชิง! เหตุใดนางทำเช่นไรจึงมีแต่คนสรรเสริญเยินยอ! ทั้งที่ควรจะเป็นนางที่ได้รับความเมตตาจากท่านอ๋องและผู้คนนับถือ มิใช่สตรีโง่เขลาจากจวนเสนาบดีผู้นี้!
“อนุอิน... ฮูหยินสั่งให้บ่าวมาเรียนเชิญท่านกลับเรือนค่ะ” เสียงกระซิบจากสาวใช้ข้างกายทำให้ลี่อินสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความริษยา
“กลับหรือ? ข้ายังอยากดูให้เต็มตาว่านังสารเลวผู้นี้จะเล่นละครตบตาชาวบ้านได้อีกนานสักแค่ไหน!” ลี่อินกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยแผนการชั่วร้ายที่กำลังก่อตัวขึ้นในสมอง หากการแจกยาทำให้มันได้ใจนัก เช่นนั้นหากยาหม้อนั้นกลายเป็นยาพิษเล่า?
ขณะเดียวกัน ภายในห้องโถงรับรองชั้นในของจวนพักแรมชั่วคราว เซียวจ้านที่ประทับนิ่งอยู่หลังฉากกั้นลายมังกรทรงเมฆากำลังทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านหน้าต่างบานแกะสลัก ดวงเนตรคมกริบลึกล้ำดั่งเหวลึกคู่นั้นมิได้ละไปจากร่างระหงของสตรีที่ยืนสั่งการอยู่ท่ามกลางฝูงชนเลยแม้แต่น้อย
มุมโอษฐ์ได้รูปยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึง1พอใจและประกายความคลั่งไคล้ที่ยากจะซ่อนเร้น
“ฮูหยินของเปิ่นหวางช่าง... เก่งกาจเกินคาดคิดเสียจริง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ กับมหาเล็กคนสนิท “นางทำให้ขุนนางท้องถิ่นพวกนั้นกลายเป็นตัวตลกในกำมือได้โดยไม่ต้องใช้ดาบแม้แต่เล่มเดียว”
“ทูลท่านอ๋อง สายรายงานจากเมืองหลวงแจ้งเข้ามาเพิ่มเติมพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าบาททรงทราบเรื่องโรงทานมหากุศลนี้แล้ว และทรง... ทรงกริ้วมากที่ชาวบ้านต่างพากันถวายพระพรสรรเสริญจวนอ๋องมากกว่าราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”
รอยยิ้มบนพระพักตร์ของเซียวจ้านจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ พระหัตถ์หนากำถ้วยชาในพระหัตถ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“หึ ฝ่าบาททรงระแวงอำนาจของเปิ่นหวางยิ่งกว่าภัยแล้งเสียอีก” เซียวจ้านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ส่งราชองครักษ์เงาไปคุ้มครองความปลอดภัยรอบโรงทานให้หนาแน่นขึ้น ห้ามให้ผู้ใดแตะต้องนางเด็ดขาด แม้แต่เส้นผมเส้นเดียว!”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดด้วยคลื่นใต้น้ำทางการเมืองจากเมืองหลวง มู่หว่านชิงที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องโถงด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการตรวจคนไข้ติดต่อกันหลายชั่วยาม กลับต้องชะงักฝีเท้าลง เมื่อพบนางกำนัลหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
“ฮูหยิน... ไม่ดีแล้วเจ้าค่ะ! อนุอิน... อนุอินนางแอบอ้างชื่อท่าน นำสมุนไพรลึกลับล็อตใหม่ไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านกลุ่มสุดท้ายที่ตกค้างทางทิศตะวันตกของตลาด ! และตอนนี้...”
มู่หว่านชิงขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณกุนซือร้องเตือนภัยทันที “นางทำอะไรนะ?”
“ชาวบ้านที่ดื่มยาหม้อนั้นเข้าไป... กำลังกระอักเลือดล้มฟุบลงชักดิ้นชักงอไปนับสิบคนแล้วเจ้าค่ะ!”
บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาดำขลับของมู่หว่านชิงวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะระคนความตกใจ ก่อนที่ร่างสูงสง่าของเซียวจ้านจะก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นด้วยสีหน้ามืดทะมึนดั่งพายุฝนตั้งเค้า
ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมประกาศก้องจากหน้าประตูก็ทำเอาทุกลมหายใจต้องสะดุด
“ราชשองครักษ์หลวงจากวังหลวงมาถึงแล้ว! มีราชשพระóโองการด่วนที่สุด... จับกุมตัว ‘ฮูหยินมู่หว่านชิง’ ในข้อหาวางยาพิษสังหารราษฎร!”
—--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 28
โรงทานมหากุศล
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!