"กระดาษแผ่นเดียวพลิกแผ่นดินได้... ข้าเพิ่งเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ก็วันนี้เองเพคะ"
สำเนียงหวานหยดราวกับน้ำเชื่อมเจือยาพิษของลี่อินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องโถงรับรองเรือนปีกซ้าย อนุภรรยาผู้สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นเยื้องย่างเข้ามาด้วยก้าวย่างนุ่มนวล ในมือเรียวบางถือแผ่นกระดาษสาเนื้อหยาบที่ถูกคัดลอกแจกจ่ายไปทั่วตลาดนัดยันท้องพระโรง
มู่หว่านชิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากตำราสมุนไพรโบราณบนโต๊ะไม้จันทน์ ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำยังคงพลิוףกระดาษสมุดจดบันทึกอย่างใจเย็น ราวกับสิ่งที่ลี่อินถืออยู่มีค่าไม่เท่าฝุ่นผงใต้รองเท้า
"หากเจ้าว่างถึงเพียงนี้ นำเวลาไปท่องตำราคุณธรรมสตรีเสียยังจะมีประโยชน์กว่าการเป็นนกแก้วคอยคาบข่าวลมแล้งมาส่งเสียงหนวกหูในเรือนของข้า" หว่านชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสกดดันบางเบาที่ทำให้อนุภรรยาชะงักรอยยิ้มไปชั่วขณะ
"ข่าวลมแล้งหรือเพคะ? ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงเขาโจษจันกันหนาหูแล้วว่า ฮูหยินเอกแห่งจوانอ๋องผู้สูงส่ง แท้จริงแล้วเป็น 'ปีศาจกินคน' ที่ใช้มนต์ดำดูดกลืนโชคลาภและอายุขัยของผู้คนเพื่อคงความงาม! น่ากลัวเหลือเกิน... บ่าวไพร่ต่างพากันหวาดผวาจนไม่กล้ากวาดลานบ้านท่านอ๋องแล้วเพคะ"
ลี่อินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ปีศาจกินคน' นางกวาดสายตาคมปลาบมองฮูหยินเอกด้วยความสะใจที่ซ่อนไว้ไม่มิด แผนการที่ร่วมมือกับตระกูลขุนนางฝั่งตรงข้ามกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ข่าวลือนี้ถูกปล่อยออกไปเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของมู่หว่านชิงโดยเฉพาะ ในสายตาของชาวประชา สตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นภูตผีปีศาจย่อมไม่มีสิทธิ์เคียงคู่ท่านอ๋องผู้ทรงธรรมอีกต่อไป
หว่านชิงวางพู่กันในมือลงอย่างแผ่วเบา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับลี่อิน แววตาคู่คมคายราวน้ำลึกก้นบึ้งนิ่งสงบจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่ฉายวาบผ่านนัยน์ตาคู่สวย
"ปีศาจกินคนอย่างงั้นหรือ..." มุมปากของมู่หว่านชิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าแฝงไอสังหารจางๆ "ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้รสนิยมสิ้นดี คนที่กุข่าวนี้ขึ้นมาคงใช้สมองส่วนที่ต่ำที่สุดคิดสินะ ถึงได้ไม่รู้ว่า... ปีศาจตัวจริง มักจะไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในความมืด แต่มักจะสวมชุดผ้าแพรต่วนชั้นดี แล้วเดินลอยชายอยู่ในจوانอ๋องนี่ต่างหาก"
คำพูดนั้นแทงใจดำลี่อินเข้าอย่างจัง อนุภรรยาหน้าถอดสี กัดริมฝีปากแน่น "ท่าน... ท่านกล้ากล่าวหาข้าหรือ! มีพยานหลักฐานที่ไหนกันว่าข้าเป็นคน..."
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าอย่าเล่นเกมที่เจ้าไม่รู้กฎ" หว่านชิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีฟ้าครามปักลายเมฆาเคลื่อนไหวตามจังหวะก้าวเดิน นางเดินเข้าไปใกล้ลี่อินทีละน้อย กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากสตรีผู้กุมอำนาจเรือนหลังอย่างแท้จริง "ข่าวลือระยับพวกนี้ หากไม่ใช่คนในจوانที่มีใจริษยาคอยเป็นหูเป็นตาและชี้ช่องทางเดินให้พวกลิงค่างนอกจوان จะสามารถเจาะจงชื่อและรายละเอียดของข้าได้อย่างแม่นยำเช่นนี้เชียวหรือ?"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงินปรากฏขึ้น เซียวจ้านก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ทว่าดวงเนตรคมกริบกลับกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดภายในปราดเดียว ความกดดันระดับมหาศาลแผ่กระจายจนลี่อินต้องทรุดกายลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว
"ท่านอ๋อง..." ลี่อินละล่ำละลัก "ท่านอ๋องต้องให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันนะเพคะ ฮูหยินเอกนาง..."
"หุบปาก" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว ลี่อินก็พลันตัวสั่นเทิ้มจนพูดไม่ออก เซียวจ้านปรายตามองเศษกระดาษข่าวลือในมือของอนุภรรยา ก่อนจะเบนสายตามาหยุดอยู่ที่ภรรยาเอกของตน แววตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าประกายความดุร้ายในฐานะแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบยังคงคุกรุ่น
"เจ้าได้ยินข่าวลือไร้สาระนั่นแล้วใช่หรือไม่?" เซียวจ้านเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้นลุ่มลึกดั่งมหาสมุทร
มู่หว่านชิงถอนหายใจเบาๆ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "หม่อมฉันหาได้ใส่ใจคำนินทาของสุนัขข้างถนนไม่เพคะ เพียงแต่... คนที่อยู่เบื้องหลังคงคิดว่าหม่อมฉันเป็นสตรีอ่อนแอที่รังแกได้ง่ายกระมัง ถึงได้กล้าใช้วิธีสกปรกเช่นนี้มาท้าทายอำนาจของจوانอ๋อง"
เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเงียบงัน "ท้าทายอำนาจงั้นหรือ? พวกมันคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าแผ่นดินนี้ใครเป็นผู้กุมดาบ"
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวมู่หว่านชิง ฝ่ามือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของนางไว้แน่น ราวกับต้องการส่งผ่านความมั่นคงทั้งหมดที่มีให้ภรรยาได้รับรู้ "ข่าวลือนี้ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง ข้าจะทำให้คนพวกนั้นรู้ว่า การบังAอาจมาแตะต้องคนของเซียวจ้าน ต้องแลกมาด้วยอะไร"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศความรักความมั่นคงกำลังแผ่ปกคลุม ทันใดนั้น พ่อบ้านเฉินก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด มือเหี่ยวย่นถือป้ายคำสั่งหยกขาวสลักลวดลายราชสำนักเข้ามาด้วยอาการสั่นเทา
"ท่านอ๋อง! ฮูหยิน!แย่แล้วขอรับ..." พ่อบ้านเฉินคุกเข่าลงแทบเท้า เสียงหอบหายใจดังสะท้อน "มีราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เชิญตัวฮูหยินเอกเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในคืนนี้ ด้วยข้อหา... 'ใช้คุณไสยมนต์ดำบั่นทอนความมั่นคงของแคว้น' ขอรับ!"
เซียวจ้านชะงักกุนซือหนุ่ม ดวงเนตรคมกริบหรี่ลงวูบหนึ่ง ไอสังหารพวยพุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายแทบจะแข็งตัว ส่วนมู่หว่านชิงกลับนิ่งค้างไป นางก้มมองป้ายหยกขาวในมือพ่อบ้านเฉิน ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
หมากตานี้... เดินเร็วกว่าที่คิด และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่แค่การทำลายชื่อเสียง... แต่คือการดึงนางเข้าสู่คุกใต้ดินแห่งวังหลวงเพื่อตัดมือตัดเท้าของเซียวจ้านต่างหาก!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 27
ข่าวลือร้ายในเมืองหลวง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!