กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นอยู่กลางห้องหนังสืออักษรวิจิตร ความเงียบงันยามรัตติกาลแผ่ขยายปกคลุมราวกับผืนผ้าแพรต่วนสีนิลที่ถ่วงด้วยตะกั่ว
มู่หว่านชิงไม่ขยับเขยื้อนกาย นางยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้พะยุงแกะสลักลวดลายเมฆมงคล ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องดั่งหยกแตะสัมผัสลงบนขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าใสราวน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ดวงตากลมโตคู่คมกริบสะท้อนเปลวไฟจากตะเกียงสำริดที่ไหววับตามแรงลมลอดช่องหน้าต่าง สติปัญญาอันเฉียบคมของนางกำลังคำนวณหมากตานี้อย่างเงียบเชียบ—หมากที่ฮ่องเต้ทรงวางไว้ในราชสำนัก และหมากที่นางเพิ่งเดินตัดหน้าเซียวจ้านไปเมื่อชั่วยามก่อน
เซียวจ้านยังคงยืนค้ำร่างสูงใหญ่ประชิดตัวนาง เงาของเขาทอดทับลงมาจนเกือบกลืนกินร่างอรชรทั้งร่างไว้ในอาณัติ กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นอายสนิมเหล็กและหยาดเหงื่อจากการควบม้าฝ่าความมืดมิดผสมผสานกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมยบนตัวนางอย่างดุดัน แววตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจพญายมราช บัดนี้ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำ
"เจ้าคิดว่าความฉลาดแกมโกงของเจ้า จะช่วยให้เจ้าพ้นเงื้อมมือเปิ่นหวางไปได้พ้นหรือ มู่หว่านชิง" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามค่ำคืนดังชิดริมใบหู ปลายนิ้วหยาบกร้านจากากรจับกระบี่แตะเข้าที่ปลายคางมนของนางอย่างถือสิทธิ์ บังคับให้ดวงหน้าหวานล้ำเงยขึ้นสบตา
มู่หว่านชิงหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเพียงแย้มสรวลบางเบาราวกับบุปผาที่กำลังผลิบานในยามวิกาล ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความท้าทายที่ทำเอาหัวใจบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพถึงกับกระตุกวูบ
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันมิได้ต้องการเปิดทางให้ผู้ใด และมิได้ปรารถนาจะต้อนรับราชโองการลับอันใดทั้งสิ้น... หม่อมฉันเพียงแต่ไม่ชอบให้สุนัขรับใช้ตัวใดในจวน มาเห่าหอนสร้างความรำคาญใจให้เวลาพักผ่อนของฮูหยินเอกเช่นหม่อมฉันก็เท่านั้น" น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษถูกเอื้อnออกทีละคำอย่างไม่รีบร้อน
เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบหรี่แคบลง "ปากเก่งนักนะ... ไว้เรามาดูกันว่า เมื่อเจ้าได้เห็นเนื้อความในราชโองการฉบับนี้ เจ้าจะยังคงรอยยิ้มเย่อหยิ่งนี้ไว้ได้อีกหรือไม่"
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนระหว่างสามีภรรยาจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบราวกับสายฟ้าแลบก็ดังขึ้นที่เบื้องนอกประตูห้องหนังสือ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วผิดวิสัย พร้อมกับเสียงรายงานที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ของพ่อบ้านหยาง
"ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มีสาส์นด่วนจากกองกำลังพิทักษ์ชายแดนเหนือ ส่งตรงถึงมือพระองค์โดยมิต้องผ่านกรมกลาโหมพ่ะย่ะค่ะ! สถานการณ์ทางนั้น... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรยากาศในห้องหนังสือที่ตึงเครียดอยู่แล้วพลันดิ่งฮวบลงราวกับร่วงหล่นสู่ก้นเหว เซียวจ้านผละร่างออกจากมู่หว่านชิงช้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลัก เขาตวัดกายหันไปมองบานประตูใหญ่ที่ปิดสนิทด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เข้ามา" น้ำทรงอำนาจเอ่ยอนุญาตสั้นๆ
พ่อบ้านหยางผลักประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก สองเข่าทรุดลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลายหงส์อย่างลืมตัว ในมือชูหีบไม้จันทน์หอมขนาดเล็กที่ประทับตราครั่งสีชาดรูปพยัคฆ์กางกรงเล็บ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของแม่ทัพผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแคว้นฉิน
"กราบทูลท่านอ๋อง... กองทัพเบอร์ห้าทางเหนือถูกกองกำลังปริมาณมหาศาลล้อมกรอบไว้ที่หุบเขาสายหมอก... และ... และแม่ทัพหลี่... ถูกลอบสังหารในสนามรบพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำรายงานนั้น ร่างของมู่หว่านชิงที่กำลังนั่งจิบชาอยู่พลันชะงักงัน ถ้วยกระเบื้องเคลือบในมือสะท้านไหวจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกลงมาโดนปลายนิ้ว ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตะลึงระคนสงสัย
*แม่ทัพหลี่ถูกลอบสังหาร?*
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ... แต่มันคือหมากตาร้ายที่ถูกเดินขึ้นจากราชสำนักเมืองหลวง เพื่อตัดแขนตัดขาของเซียวจ้าน ก่อนที่ราชโองการลับจะมาถึงเสียอีก!
เซียวจ้านรับหีบไม้จันทน์มาด้วยมือข้างเดียว นัยน์ตาดุจเหยี่ยวทอประกายสังหารที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่มู่หว่านชิงเคยเห็นมา บรรยากาศรอบตัวเขากลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาเปิดฝาหีบ หยิบม้วนผ้าแพรสีเหลืองสดที่เปรอะเปื้อนคราบโลหิตแห้งกรังขึ้นมาคลี่ออกอ่าน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่กดดันเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบขาดห่วง มู่หว่านชิงลุกขึ้นยืนช้าๆ นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังยืนนิ่งค้างดั่งรูปสลักหิน สายตาของนางกวาดมองผ่านหัวไหล่กว้างของเขาไปยังข้อความบนผืนผ้าแพรโลหิตนั้น
ตัวอักษรหวัดๆ แต่ทรงพลังด้วยลายมือของใครบางคน ปรากฏเด่นชัดอยู่เบื้องหน้า...
*‘กองทัพเหนือแปรพักตร์ ฮ่องเต้มีราชโองการให้ท่านอ๋องนำกำลังเจ็ดหมื่นนายบุกราบคาบสมุทรตะวันตกภายในสามวัน มิฉะนั้น... พระชายาเอกมู่หว่านชิง จะต้องถูกประหารชีวิตฐานสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ!’*
หัวใจของมู่หว่านชิงกระตุกวูบอย่างแรงในอก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเซียวจ้านที่หันกลับมามองนางพอดี ในแววตาคู่คมกริบของบุรุษผู้นั้น ไม่มีความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อนางอีกต่อไป มีเพียงประกายตาแห่งความคลุ้มคลั่งและดุดันดั่งสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตนจากพญาอินทรี
"หว่านชิง..." เซียวจ้านเอמהเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าลึกล้ำและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างตรงหน้าจะสลายหายไปกับสายลม "ฮ่องเต้ทรงบีบให้เปิ่นหวางต้องเลือกระหว่าง 'อำนาจทหาร' กับ 'ชีวิตของเจ้า'..."
มู่หว่านชิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนยิ่งกว่ากองเพลิง
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ..." นางกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนสามารถสะเทือนหัวใจคนฟังได้ "ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงให้พระองค์เลือก... แต่พระองค์ต่างหากเล่า ที่กำลังจะทรงพาหม่อมฉัน 'ถอนรากถอนโคน' บัลลังก์มังกรนั้นด้วยกัน!"
เซียวจ้านชะงักงันไปชั่วลมหายใจ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวและลุ่มลึกที่สุดในชีวิตของเขา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงกงล้อรถม้าไม้หนักอึ้งและเสียงฝีเท้าของทหารนับร้อยนายก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าเรือนพักของฮูหยินเอก พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานของขันทีหลวงผู้ถือราชโองการตัวจริง ที่ก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูเรือนของนางในยามวิกาล—โดยไม่มีใครอนุญาต!
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ให้พระชายาเอกมู่หว่านชิง... คุกเข่ารับราชโองการโทษประหารเดี๋ยวนี้!"
ดอกโบตั๋นพันปี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในหมากเกมนี้ไปพร้อมกันนะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 9
ราชสาส์นลับยามดึก
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!