ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 8

การตลบหลังครั้งแรก

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
"เจตนาของฮูหยิน... มิใช่เพียงต้องการลากตัวงูพิษออกจากรู แต่ทรงประสงค์จะให้มันอ้าปากฉกกัดมือตนเองกลางลานกว้างให้ผู้คนประจักษ์ต่างหากเพคะ" เสียงกระซิบของ *ชิงหลัน* สาวใช้คนสนิทดังลอดผ่านม่านมุกปักลายหงส์คู่เมฆา ขณะที่ *มู่หว่านชิง* กำลังบรรจงใช้ปลอกเล็บทองคำสลักลายดอกโบตั๋นพลิกหน้ากระดาษบัญชีรายรับ-รายจ่ายของเรือนใหญ่ด้วยความสงบนิ่ง ดั่งผิวน้ำในบัวหลวงยามไร้ลมระลอก หมากตานี้... ฝ่ายตรงข้ามเดินเร็วกว่าที่คิด หรือนี่คือการฆ่าตัดตอนเพื่อปิดปากกันแน่? คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางตั้งแต่ค่ำคืนก่อน เมื่อสายลับรายงานว่าพยานปากสำคัญที่นางจงใจปล่อยข่าวลวงให้ *ลี่อิน* ส่งคนไปกำจัด กลับถูกคนชุดดำลึกลับลงมือตัดหัวสังหารตัดตอนไปเสียก่อนจะทันได้สอบเค้นความจริง ทว่า... ในความวิกฤตย่อมซ่อนโอกาสอันงดงาม มู่หว่านชิงหาได้ตื่นตระหนกไม่ นางกลับยิ้มรับความพินาศที่กำลังจะย้อนกลับไปสนองผู้สร้างมันขึ้นมาด้วยซ้ำ "คนโง่มักคิดว่าการตัดหัวพยานคือการทำลายหลักฐาน" มู่หว่านชิงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดที่ซ่อนในฝัก "แต่พวกมันหลงลืมไปว่า... รอยแผลเป็นจากการฆ่าตัดตอน ย่อมเด่นชัดกว่ารอยกล่าวหาเป็นร้อยเท่า ยิ่งรีบปิดปาก ยิ่งเท่ากับยอมรับว่าตนมีชนวนเหตุให้ร้อนตัว" ร่างระหงในชุดฮูหยินเอกสีม่วงเข้มปักดิ้นทองลุกขึ้นยืนช้าๆ นางกวาดสายตามองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหยาดเยิ้มปนความเย็นชาเย่อหยิ่งดั่งพญาหงส์ ปิ่นย่างเยื้องบนเรือนผมสีหมึกสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะก้าวเดิน บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ตึงเครียดขึ้นมาทันทีราวกับมีก้อนเมฆฝนปกคลุม "เชิญฮูหยินรองลี่อินมาพบข้าที่ลานเรือนกลาง... บอกนางว่า มี 'ของขวัญชิ้นใหญ่' จากอดีตที่นางพยายามฝังกลบ กำลังรอให้นางไปเปิดดูด้วยตนเองค่ะ" ณ ลานเรือนกลางเรือนใหญ่ บ่าวไพร่และสาวใช้กว่าสามสิบชีวิตถูกกวาดต้อนให้มารวมตัวกันตามคำสั่งเร่งด่วน เสียงซุบซิบนินทาดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกรัง หลายคนต่างคาดเดาถึงจุดประสงค์ของการเรียกประชุมกะทันหันในยามวิกาลเช่นนี้ ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่ส,วว่างไสวขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและน่าสะพรึงกลัว ลี่อินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเยื้องย่างอย่างไว้ตัว นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อน ใบหน้างดงามแต่งแต้มด้วยเครื่องประห ประทินโฉมอย่างประณีต ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายแววกังวลและระแวดระวังอย่างปิดไม่มิด นางเพิ่งได้รับรายงานว่าพยานคนนั้นตายแล้ว เหตุไฉนฮูหยินเอกจึงยังกล้าเปิดฉากเรียกประชุมบ่าวไพร่เช่นนี้เล่า? "คารวะพี่หญิงเจ้าค่ะ" ลี่อินย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียม ใบหน้าประดับรอยยิ้มจอมปลอม "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ฮูหยินเรียกประชุมบ่าวไพร่ด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ หรือว่า... มีทรัพย์สินใดในจวนสูญหายให้อนุช่วยตรวจสอบหรือไม?" มู่หว่านชิงยังคงนั่งสง่านิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สลักลายมังกรหงส์ นางไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบหัวใจผู้คนรอบข้างจนแทบหยุดหายใจ นิ้วเรียวยาวจิบชาอุ่นในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ก่อนจะวางลงกระทบโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับทรงพลังราวดั่งเสียงฆ้องประหาร "ทรัพย์สินในจวนหรือ? ของพวกนั้นสูญหายไม่เท่าใด... แต่ 'คุณธรรม' และ 'ความสัตย์ซื่อ' ของคนในเรือนหลังนี้ต่างหาก ที่กำลังเน่าเฟละจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วจวนอ๋อง" มู่หว่านชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น กวาดสายตาคมกริบมองไปยังลี่อินราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองเหยื่อ "พี่หญิงกล่าวเช่นนี้หมายความว่ากระไรเจ้าคะ? น้องแต่งเข้าจวนมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มิเคยทำสิ่งใดเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อท่านอ๋องหรือตระกูลเซียวเลยแม้แต่น้อย!" ลี่อินรีบแก้ต่างทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบ่าวไพร่รอบด้าน "บริสุทธิ์ใจอย่างนั้นหรือ?" มู่หว่านชิงแค่นหัวเราะในลำคอ นางโบกมือเพียงครั้งเดียว ชิงหลันก็ก้าวออกไปพร้อมกับโยนหีบไม้ใบเล็กเก่าคร่ำครึกลงตรงหน้าของลี่อิน เสียงไม้กระทบพื้นหินดังสนั่น พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่กระจัดกระจายออกมา ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมยที่มีคราบโลหิตแห้งกรัง และป้ายหยกประจำตัวของบ่าวรับLใช้คนสนิทในเรือนของลี่อิน! "เจ้าจำสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ ลี่อิน" มู่หว่านชิงลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ทีละน้อย แรงกดดันจากสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในเรือนหลังแผ่ซ่านจนลี่อินต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "นี่คือหลักฐานการติดสินสินบนบ่าวไพร่เพื่อลอบวางยาพิษในสำรับอาหารของข้า... และยังไม่พอ เมื่อคืนวานนี้ เจ้ายังส่งคนไปปิดปากฆ่าพยานผู้รู้เห็น เพื่อหวังจะทำลายหลักฐานให้สิ้นซาก แต่น่าเสียดาย... คนของเจ้านอกจากจะโง่เขลาเบาปัญญาแล้ว ยังทิ้งร่องรอยไว้ให้สาวความไปถึงตัวเจ้าได้อย่างง่ายดาย!" "ไม่จริง! ท่านใส่ร้ายข้า!" ลี่อินกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าถอดสีจนซีดเผือด นางทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง "หลักฐานพวกนี้ท่านสร้างขึ้นมาเอง! ท่านเกลียดชังข้าที่ท่านอ๋องทรงเมตตาข้า จึงหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสี!" "ใส่ร้ายหรือ?" มู่หว่านชิงโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของอนุภรรยาจอมมารยา น้ำเสียงกระซิบนั้นแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ "เจ้าคิดว่าคนอย่าง มู่หว่านชิง จะเล่นเกมตื้นๆ เช่นนั้นรึ? ถ้าเจ้าอยากเห็นพยานบุคคลที่ยังมีลมหายใจและพร้อมจะแฉทุกความเลวทรามของเจ้าต่อหน้าท่านอ๋อง... ข้าก็ยินดีจะเบิกตัวพวกเขาเดี๋ยวนี้!" สิ้นคำพูดของมู่หว่านชิง บ่าวไพร่รอบข้างต่างฮือฮากันด้วยความตกใจ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระเบิดขึ้นราวกับคลื่นใต้น้ำ ทุกสายตาที่มองมายังลี่อินเปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความรังเกียจและหวาดกลัว "ชิงหลัน!" มู่หว่านชิงสั่งการเสียงเฉียบขาด "ประกาศคำสั่งในนามฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋อง! อนุลี่อินมีจิตใจอำมหิต คิดลอบปลงพระชนม์ฮูหยินเอก และสร้างความปั่นป่วนในเรือนหลัง อาศัยอำนาจตามกฎระเบียบของตระกูล... สั่งปลดสิทธิ์ทุกประการ Gกักบริเวณนางไว้ในเรือนพัก 30 วัน ห้ามผู้ใดเข้า-ออกเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืน... มีโทษสถานหนัก!" "รับด้วยเกล้าเพคะฮูหยิน!" ชิงหลันขานรับเสียงดังฟังชัด "ปล่อยข้า! ข้าเป็นอนุที่ท่านอ๋องโปรดปรานนะ! พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์มาขังข้า! ปล่อยสิ!" ลี่อินกรีดร้องโหยหวน พยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นหนี ทว่าถูกบ่าวรับใช้ร่างกำยำสองคนเข้ามาล็อกแขนทั้งสองข้างไว้แน่น แล้วลากถูร่างที่กรีดร้องดิ้นรนนั้นออกไปจากลานเรือน ทิ้งไว้เพียงรอยคราบน้ำตาและความอัปยศอดสูท่ามกลางสายตานับสิบ มู่หว่านชิงยืนมองภาพความพินาศของศัตรูด้วยแววตานิ่งสงบ นางเป็นผู้ชนะในยกนี้อย่างงดงามโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินกลับเรือนใหญ่ ลมยามวิกาลกลับพัดโชวกลิ่นอายอันคุ้นเคยของเครื่องหอมบุรุษที่นางจำได้แม่นยำ กลิ่นอายของไม้กฤษณาและกลิ่นคาวเลือดจางๆ... "ฮูหยินเล่นสนุกพอกระมัง..." เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณซุ้มประตูทางเข้า เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินก้าวออกมาจากเงาจันทร์ *เซียวจ้าน* ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย ยืนกอดอกมองนางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่น หากแต่เต็มไปด้วยความอันตราย มู่หว่านชิงชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางหันกลับไปสบตาคมกริบของสามีผู้ไม่เคยแสดงความรักใคร่ ทว่าในแววตานั้นกลับสะท้อนภาพของนางที่เพิ่งใช้อำนาจเด็ดขาดกำจัดอนุภรรยาคนโปรดของเขาไปต่อหน้าต่อตา "ท่านอ๋อง..." มู่หว่านชิงเอ่ยเรียกเสียงเรียบ พยายามรักษาอาการสงบนิ่ง ทว่าเซียวจ้านกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ปลายนิ้วแข็งแกร่งเอื้อมขึ้นเชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา โดยไม่มีช่องว่างให้หนี "เจ้ากล้าถือวิสาสะจัดการคนของเปิ่นหวางถึงเพียงนี้... ช่างใจกล้าเสียจริง มู่หว่านชิง" เซียวจ้านกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของนาง "เจ้าคิดจะถอนรากถอนโคนเรือนหลังให้หมดสิ้น เพื่อเปิดทางให้ใคร... หรือว่า เพื่อต้อนรับ 'ราชโองการลับ' ที่ฮ่องเต้เพิ่งส่งมาถึงมือเปิ่นหวางเมื่อหนึ่งเค่อก่อนกันแน่?" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ร่วมกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจการตลบหลังครั้งนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%