"ราชโองการปลดจากไทเฮาอย่างนั้นหรือ..."
ซีกกระดาษสาเนื้อดีประทับตราหยกชาดสีชาดสดสะท้อนวาววับใต้แสงคบเพลิงยามวิกาล เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่เล็ดลอดจากริมฝีปากอิ่มของมู่หว่านชิงไม่ได้เจือความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาดอกท้อคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความขบขันและหยามหยัน นางใช้นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนพลิกม้วนกระดาษในมือราวกับมันเป็นเพียงบทกวีไร้ค่าบทหนึ่ง
ท่ามกลางความเงียบงัดกึ่งอึดอัดภายในเรือนรับรองชั้นใน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายคุกรุ่นจากสถานการณ์ภายนอก ขบวนราชรถลับที่อ้างพระราชเสาวณีย์จากตำหนักในพุ่งตรงมายังจวนอ๋องยามวิกาล ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน หากแต่เป็นหมากตานสำคัญที่ฝ่ายตรงข้ามหวังจะใช้ 'ตบหน้า' และ 'บั่นทอน' อำนาจของเซียวจ้านผู้เป็นสวามีทางอ้อม โดยใช้ตำแหน่งฮูหยinเอกของนางเป็นสะพานเชื่อม
“ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวว่า... สถานการณ์ไม่สู้ดีแล้วนะเจ้าคะ หน้าประตูจวนเวลานี้ ราชองครักษ์เสื้อแพรจากวังหลวงล้อมไว้หมดแล้ว ข่าวลือเรื่องที่ท่านอ๋องทรงกักขังท่านไว้ในเรือนกำลังแพร่สะพัด หากพวกเขายัดเยียดข้อหานี้สำเร็จ เกรงว่า...” เสียงของสาวใช้คนสนิทสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว นางพยายามกวาดตามองรอบห้องอย่างระแวงภัย
มู่หว่านชิงยกมือขึ้นปัดห้ามเบาๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนถ้วยชาอุ่นที่ไร้ไอระเหย ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย นางหาได้สนใจราชโองการไร้สาระฉบับนั้นไม่ เพราะสิ่งที่ดึงดูดสติปัญญาอันแหลมคมของนางในยามนี้ คือกล่องไม้จันทน์แกะสลักลวดลายโบราณที่วางอยู่เบื้องหน้าต่างหาก
ย้อนกลับไปเมื่อสองเค่อก่อน (ประมาณ 30 นาที) ระหว่างที่จวนอ๋องกำลังชุลมุนกับข่าวการมาถึงของราชโองการ มู่หว่านชิงอาศัยจังหวะชุลมุนแอบลอบเข้าไปยังห้องลับใต้ถุนเรือนบรรทมของเซียวจ้าน—สถานที่ซึ่งแม้แต่พ่อบ้านหรืออนุภรรยาอย่างลี่อินก็ไม่มีสิทธิ์ย่างกราย และที่นั่น นางได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
กล่องไม้จันทน์ใบนี้ถูกซ่อนไว้ภายใต้ชั้นหนังสือกลไก ลึกลงไปในผนังศิลาที่เย็นเยียบ ด้านในบรรจุห่อกระดาษไขโบราณที่เปรอะเปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้ม พร้อมด้วยบันทึกทางการแพทย์ด้วยลายมืออันคุ้นตา และ... ชิ้นส่วนหยกประจำตัวของมารดาเซียวจ้านผู้ล่วงลับ
มู่หว่านชิงสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของสมุนไพรโบราณที่ระเหยออกมาจากห่อกระดาษไขนั้นแทบไม่จำเป็นต้องใช้เวลาวิเคราะห์นาน นางผู้เป็นถึงแพทย์หญิงมือหนึ่งจากยุคปัจจุบัน ย่อมจดจำกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้ขึ้นใจ
*‘หญ้าอัคคีโลหิต’*... สมุนไพรหายากจากดินแดนทางเหนือที่มีฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างช้าๆ เมื่อถูกผสมลงในชาหรืออาหารอย่างต่อเนื่อง มันจะไม่แสดงอาการพิษในทันที แต่จะค่อยๆ กัดกินพลังชีวิตของผู้เสพจนหมดสิ้นภายในสามปี และนี่คือ... สาเหตุที่แท้จริงของการสิ้นชีพอย่างกะทันหันของพระชายาองค์ก่อน มารดาแท้ๆ ของท่านอ๋องเซียวจ้าน!
มือบางหยิบสมุนไพรแห้งกร้านขึ้นมาพิจารณาภายใต้แสงไฟสลัว ร่องรอยการบดขยี้และคราบน้ำชาที่แห้งกรังบนกระดาษไขแผ่นนั้น บ่งบอกชัดเจนว่ามี 'คนใน' เป็นผู้ชักนำยาพิษนี้เข้าสู่ปากของอดีตพระชายาเอกโดยตรง และเมื่อนางไล่สายตาอ่านบันทึกทางการแพทย์หน้าสุดท้าย ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยความรีบร้อนแต่หนักแน่น ก็ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
*‘ผู้ปรุงยา... ลี่...’* ตัวอักษรถูกตัดขาดเพียงแค่นั้น ราวกับเจ้าของมือเขียนสิ้นลมไปเสียก่อนที่จะเขียนชื่อเต็มของฆาตกรออกมาได้
นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ! หลักฐานที่สามารถสั่นคลอนรากฐานอำนาจของตระกูลลี่และผู้หนุนหลังจากวังหลวงได้ในคราเดียว!
"โครม!"
ประตูเรือนไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือหนาอันทรงพลัง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินย่างสามขุมเข้ามาในห้อง บรรยากาศรอบตัวของเซียวจ้านในยามนี้เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีที่นั่งนิ่งสงบอยู่หลังโต๊ะหนังสืออย่างพิจารณา
เขารู้เรื่องราชโองการหน้าจวนแล้ว และเขาก็รู้ว่านางกำลังเผชิญหน้ากับทางเลือกความเป็นความตาย แต่นัยน์ตาคู่นั้นของมู่หว่านชิงกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มลึกล้ำที่ทำให้หัวใจของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นกระตุกวูบอย่างประหลาด
“เจ้ากล้าดียังไงถึงยังนั่งจิบชาอยู่ตรงนี้ ในเมื่อราชรถจากวังหลวงจอดรอรับตัวเจ้ากลับตระกูลเดิมแล้ว... มู่หว่านชิง เจ้าไม่กลัวตายหรือ?” สสุเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจโอบล้อมร่างบางไว้ทั้งหมด
มู่หว่านชิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางนิ่งสงบแต่ลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทร นางค่อยๆ เลื่อนกล่องไม้จันทน์บนโต๊ะไปตรงหน้าเขา ช้าๆ และมั่น
“ท่านอ๋องเพิ่งเสด็จกลับมาพอดี หม่อมฉันมีของขวัญชิ้นใหญ่ที่จะมอบให้...” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจบุรุษ “ของขวัญที่เกี่ยวข้องกับการตายของเสด็จแม่เมื่อสิบปีก่อน... และหลักฐานชิ้นสำคัญว่าใครคือ ‘หนอนบ่อนไส้’ ตัวจริงในจวนหลังนี้”
เซียวจ้านชะงักกึก ร่างสูงที่กำลังจะยื่นมือมาคว้าแขนนาฬิกาหยุดค้างกลางอากาศ ดวงตาคมกริบกวาดมองกล่องไม้และห่อสมุนไพรบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดกลับมามองใบหน้าเนียนนุ่มของฮูหยินเอกด้วยประกายตาดุดันที่วับวามขึ้นอย่างน่ากลัว บรรยากาศในห้องพล L พลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่ความเงียบงันกำลังปกคลุมทุกอณูอากาศ ประตูเรือนชั้นนอกก็ถูกเคาะรัวเร็วดังขึ้น พร้อมกับเสียงรายงานตื่นตระหนกของพ่อบ้านที่ตะโกนแทรกเข้ามา
“ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! อนุภรรยา... อนุภรรยาลี่... กระออกเลือดหมดสติอยู่ที่เรือนปีกขวา หมอหลวงที่ไทเฮาส่งมาตรวจอาการนาง แจ้งว่านาง... นางถูกพิษชนิดเดียวกับอดีตพระชายาพ่ะย่ะค่ะ!”
มู่หว่านชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ นางปรายตามองเซียวจ้านที่ใบหน้ามืดมนลงจนแทบหยดเป็นหมึกดำ
หมากตานี้... ฝ่ายตรงข้ามเดินเร็วกว่าที่คิด หรือนี่คือการฆ่าตัดตอนเพื่อปิดปากกันแน่?
ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 7
สมุนไพรลึกลับในเรือนพัก
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!