กลิ่นอายโสมภูเขาราคาแพ็คละพันตำลึงทองลอยกรุ่นคละคลุ้งผสมกับกลิ่นยาจีนขมปร่าที่เคี่ยวจนงวด เหลือเพียงน้ำสีดำสนิทข้นคลัั่งในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่
มู่หว่านชิงปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความเจ็บแปลบราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวไหล่ขวาแล่นริ้วขึ้นมาจนนางต้องขบกริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว บาดแผลจากการใช้เข็มเงินสกัดจุดฝังเข็มเพื่อช่วยชีวิตองค์ชายรองเมื่อยามค่ำคืนประกอบกับฤทธิ์ไข้ที่รุมเร้า ทำให้ร่างระหงที่เคยสง่างามดั่งต้นหลิวลู่ลมยามนี้กลับอ่อนปวกเปียกราวกับไร้กระดูก
ทว่า สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจมิใช่ความเจ็บปวดทางกาย หากแต่เป็นความอบอุ่นที่โอบล้อมแผ่นหลังของนางไว้
"ฟื้นแล้วหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่คุ้นเคยดังอยู่ชิดริมฝีปาก มู่หว่านชิงสะดุ้งเฮือกยามเมื่อตระหนักว่ายามนี้ ร่างทั้งร่างของนางมิได้นอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลักเยียบเย็นตามลำพัง ทว่ากลับถูกกอดรัดไว้ด้วยอ้อมแขนกำยำที่แสนจะคุ้นเคยของเซียวจ้าน ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมแห่งแคว้นฉิน!
แผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่เบื้องหลังให้ความรู้สึกอบอุ่นจนน่าประหลาด ไอร้อนจากกายแกร่งถ่ายเทเข้ามาบรรเทาความหนาวสั่นจากพิษไข้ได้อย่างชะงัดนัก ทว่าสำหรับมู่หว่านชิงแล้ว ความใกล้ชิดนี้คืออันตรายยิ่งกว่าการเดินอยู่บนปากเหว
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเสียงแหบแห้ง พยายามจะขยับกายถอยห่าง "โปรดสำรวมด้วยเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงฮูหยินที่ท่านเตรียมจะหย่าร้าง..."
คำว่า 'หย่าร้าง' ราวกับเป็นค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพ เซียวจ้านขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันมาจ้องมองสตรีในอ้อมแขนเขม็ง แววตานั้นไหววับด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง ทั้งโกรธเคือง ห่วงใย และ... หวาดกลัวว่าจะสูญเสียนางไปตลอดกาล
"หย่าอย่างนั้นหรือ?" เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยارหยันตนเอง "เจ้าเอาแต่พูดคำว่าหย่าใส่หน้าเปิ่นหวางราวกับมันเป็นเศษกระดาษไร้ค่า แต่ยามที่เจ้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อรักษาคนอื่น เหตุใดจึงไม่เคยคิดถึงชีวิตของเปิ่นหวางบ้างเลยเล่า!"
มู่หว่านชิงชะงัก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาดุดันคู่นั้นมิได้มีความรำคาญใจอย่างที่นางเคยคาดคิด ตรงกันข้าม... มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานและร่องรอยของความหวาดหวั่นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเยือกเย็นมาเนิ่นนาน
"หม่อมฉันเป็นแพทย์..." นางพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเริ่มสั่นไหวกับไอร้อนจากอ้อมกอดของเขา "การช่วยชีวิตคนคือหน้าที่..."
"หน้าที่หรือ?" เซียวจ้านตัดบท น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ลมหายใจของนางสะดุด "หน้าที่ของเจ้าคือการเป็นชายาของเซียวจ้านผู้นี้ มิใช่หมอเทวดาที่เที่ยวเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ไหน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงใช้เข็มเงินเก้าเล่มสะดมจุดหัวใจตนเอง เจ้าไม่รู้หรือว่าหากพลาดพลั้งไปเพียงนิดเดียว เปิ่นหวางคงต้องกลายเป็นพ่อหม้ายที่ต้องอยู่สู้รบปรบมือกับราชสำนักอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต!"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเลือดเย็นที่สุดในแคว้นฉิน ทำให้มู่หว่านชิงถึงกับพูดไม่ออก นางมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่นั้น ค้นหาความเสแสร้งหรือเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ทว่าสิ่งที่นางพบกลับมีเพียงความจริงใจอันหนักหน่วงดั่งขุนเขา
นี่น่ะหรือ... ความห่วงใยจากท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง?
นี่น่ะหรือ... บุรุษที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าโหดเหี้ยมดั่งพญายม?
ในอดีตชาติที่แล้วในยุคปัจจุบัน นางคือนักวางแผนและแพทย์สนามที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน นางเรียนรู้ที่จะปิดกั้นหัวใจ ไม่ยอมให้ความอ่อนแอหรือความรักเข้ามามีอิทธิพลเหนือสติปัญญา เพราะความรักในโลกของอำนาจและการหักหลังคือจุดจบที่น่าอนาถที่สุด
แต่นับตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ในจวนที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและเล่ห์เหลี่ยมของลี่อินและคนเบื้องหลัง เซียวจ้านผู้นี้กลับไม่เคยลงมือทำร้ายนางอย่างแท้จริง มีแต่จะคอยปกป้อง ยื่นมือเข้าช่วย หรือแม้แต่ในยามนี้... เขากำลังใช้ร่างกายของตนเองต้านทานความหนาวเหน็บเพื่อให้ไข้ใจไข้กายของนางทุเลาลง
หัวใจที่เคยด้านชาดั่งหินผาของมู่หว่านชิงเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ราวกับมีกิ่งไม้เล็กๆ มาสะกิดผิวน้ำนิ่งสงบให้เกิดระลอกคลื่นทีละน้อย
"ท่าน... ทำเช่นนี้เพื่ออะไรกันแน่เพคะ?" นางถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตฉายแววสับสนเป็นครั้งแรกในชีวิต
เซียวจ้านไม่ตอบคำทันที ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับกระบี่ฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาและอบอุ่นเสียจนมู่หว่านชิงเผลอกลั้นหายใจ
"เพราะเปิ่นหวางเพิ่งค้นพบ..." เสียงกระซิบของเขานุ่มนวลราวกับเสียงถอนหายใจข้างใบหู "ว่าโลกใบนี้ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน มีอำนาจล้นฟ้าเพียงใด... หากไร้ซึ่งเจ้าที่คอยมานั่งเถียงฉอดๆ และวางแผนตลบหลังเปิ่นหวางในเรือนหลังนี้แล้ว มันก็เป็นเพียงความว่างเปล่าที่น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก"
คำสารภาพที่หวานล้ำและตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ ทำให้พวงแก้มขาวเนียนของมู่หว่านชิงขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ นางเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกในยามคับขัน นี่มันอันตรายยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูในสนามรบเสียอีก!
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศความซาบซึ้งระหว่างคนทั้งสองจะลึกซึ้งไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายความเงียบสงบลงในพริบตา
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงของพ่อบ้านหลี่ดังลั่นมาจากนอกห้อง น้ำเสียงร้อนรนจนแทบจะขาดใจ "สายข่าวจากในวังหลวงส่งม้าเร็วด่วนที่สุดแจ้งมาว่า... ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการลับแต่งตั้งให้คุณหนูรองตระกูลมู่... หรือก็คือ... อนุภรรยาซูอิน ขึ้นเป็นพระชายารองในองค์รัชทายาท! และ... และพวกเขากำลังเดินทางมาที่จวนอ๋องเพื่อประกาศราชโองการในอีกหนึ่งชั่วยามนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นเสียงรายงานนั้น รัศมีความเยือกเย็นและดุดันราวกับพายุหิมะก็พวยพุ่งออกจากร่างของเซียวจ้านในทันที นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว
มู่หว่านชิงดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ความซาบซึ้งเมื่อครู่วันนี้เลือนหายไปในพริบตา แววตาของยอดกุนซือสาวกลับมาคมกริบดั่งใบมีดอีกครั้ง นางยันกายลุกขึ้นจากอ้อมอกของเขาช้าๆ แม้จะยังมีอาการเวียนศีรษะอยู่บ้าง ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มเย็นเยียบ
"หึ... ดูท่าว่าน้องสาวผู้แสนดีของหม่อมฉัน คงจะทนรอให้ถึงวันประหารชีวิตไม่ไหวเสียแล้วสิเพคะ"
เซียวจ้านมองรอยยิ้มของภรรยา เขาพลันเข้าใจทันทีว่าในหัวสมองอันชาญฉลาดของนางกำลังวางแผนการร้ายกาจระดับใดไว้ บุรุษหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แววตาทอประกายความเหี้ยมเกรียมที่สอดรับกับนางอย่างไร้ที่ติ
"เช่นนั้น... เปิ่นหวางคงต้องต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์เหล่านี้เสียหน่อยแล้วกระมัง"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวขาออกจากห้องนอนเพื่อรับมือกับศึกเรือนหลังที่กำลังจะลุกเป็นไฟ จู่ๆ เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและไร้ซุ่มเสียงของยอดฝีมือผู้ฝึกยุทธขั้นสูง
ประวัติศาสตร์และปมปริศนาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของลี่อิน เมื่อเงาร่างลึกลับในชุดดำสนิทปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู พร้อมกับจดหมายผนึกด้วยครั่งตราประทับเลือดของหน่วยลับฮ่องเต้ที่ถูกโยนเข้ามาตกลงแทบเท้า...
...ข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น กลับทำให้สีหน้าของเซียวจ้านและมู่หว่านชิงเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในทันที!
"ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ"
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 14
แผลใจและอ้อมกอดอุ่น
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!