กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีเก่าบนโต๊ะไม้จันทน์หอมยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น ทว่าบรรยากาศภายในรถม้าคันโตที่โยกโคลงตามจังหวะล้อบด
เบื้องล่างถนนดินอัดแน่นกลับอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดชนิดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวเนื้อ
มู่หว่านชิงปรายตาขึ้นมองม่านไหมปักลายหงส์เหิรที่ถูกทิ้งชายลงมาปิดทึบ
ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้แขนเสื้อกว้างเคาะเบาๆ เป็นจังหวะบนตักอย่างใช้ความคิด
เหตุการณ์ในจวนสกุลเซียวเมื่อครู่ยังคงชัดเจนในความทรงจำ
รอยยิ้มจอมปลอมของลี่อินที่ซ่อนความริษยาไว้ภายใต้คราบน้ำตา
รวมถึงสายตาคมปลาบดั่งใบมีดที่ซ่อนเร้นความระแวงของฮ่องเต้ซึ่งส่งองครักษ์เงามาจับตาดูความเคลื่อนไหว...
สตรีเช่นนางผู้กุมอนาคตของตนเองไว้ในกำมือย่อมรู้ดีว่า หมากตานี้ไม่มีทางเดินถอยหลัง
"ฮูหยินเจ้าคะ... เหตุใดเส้นทางนี้จึงเงียบสงบผิดปกติเล่าเจ้าคะ"
เสียงกระซิบสั่นเครือของสาวใช้คนสนิทดึงสติของนางให้กลับมาสู่ปัจจุบัน
มู่หว่านชิงไม่ได้เอ่ยคำใด นางเพียงยกมือขึ้นห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายขยับตัวลุ่มบ่าม
ความเงียบสงบที่ผิดวิสัยยามพลบค่ำเช่นนี้ไม่เคยมีความหมายอื่นใด นอกจาก "ความตายที่กำลังคืบคลาน"
*ฉับ!*
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่สั่นสะเทือนทั้งคันรถม้า
คมกระบี่อาบยาพิษสีม่วงเข้มทะลุผ่านผนังไม้สนฉวีเข้ามาเฉียดปลายเส้นผมของมู่หว่านชิงไปเพียงนิดเดียว
กลิ่นฉุนกึกของยางไม้พิษคละคลุ้งขึ้นทันทีที่โลหะเย็นเฉียบปักลงบนเบาะรองนั่ง
หากช้ากว่านี้เพียงเสี้ยวลมหายใจ ร่างของนางคงถูกเสียบทะลุเป็นไม้เสียบเนื้อไปแล้ว
"มีมือสังหาร! คุ้มกันฮูหยิน!"
เสียงตะโกนอย่างตกใจกลัวของพลขับด้านนอกขาดหายไปพร้อมกับเสียงของมีคมตัดผ่านเนื้อหนังและเสียงร่างร่วงหล่นกระแทกพื้นดิน
มู่หว่านชิงไม่อาจรอให้ความช่วยเหลือมาถึง นางกัดฟันกรอด
มือเรียวตวัดเปิดกล่องไม้สลักลายสมุนไพรพกพา หยิบเข็มเงินเคลือบยาชาความเข้มข้นสูงขึ้นมาถือไว้มั่น
ดวงตาหงส์คู่สวยทอประกายเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความหวาดกลัว
ในยุคปัจจุบันนางคือแพทย์สนามและกุนซือผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
ต่อให้ไร้ซึ่งกำลังภายใน แต่วิชากายภาพและจุดตายบนร่างมนุษย์ นางแม่นยำยิ่งกว่าผู้ใด
ม่านรถม้าถูกกระชากออกด้วยคมกระบี่อันดุดัน
เผยให้เห็นเงาร่างในชุดดำสนิทปิดบังใบหน้า ปรากฏกายขึ้นราวกับภูตผีจากขุมนรก
นัยน์ตาสีเลือดของมือสังหารไร้เงาจดจ้องมาที่นางราวกับเหยื่อในกรงเล็บ
คมดาบชี้ตรงมาที่ลำคอระหงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เอ่ยปาก
"ตายเสียเถอะ ฮูหยินเอก!"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายดาบกำลังจะพุ่งเข้าปลิดชีพ
ประกายไฟสีเงินยวงก็สว่างวาบขึ้นกลางความมืดมิดราวกับสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์!
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก
แรงลมมหาศาลจากการปะทะซัดเอาร่างของมือสังหารกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิททาบทับด้วยไอสังหารเย็นเยียบปรากฏขึ้นยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารถม้า
แผ่นหลังกว้างที่แฝงไว้ด้วยอำนาจล้นฟ้าและกลิ่นอายดุดันราวกับพญายม
คุ้มครองร่างของนางไว้ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย
"บังอาจนัก..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนถึงกระดูกดำ
เซียวจ้านกวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองเหล่ามือสังหารเงาที่รายล้อม
มือหนาตวัดกระบี่ประจำกายเพียงครั้งเดียว ไอสังหารรุนแรงก็แผ่ซ่านออกไปจนบรรยากาศรอบด้านลดฮวบลงราวกับฤดูเหมันต์มาเยือน
ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพหาได้มีความปรานีต่อผู้ใดที่กล้าแตะต้อง "คนของตน"
มือสังหารไร้เงาหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อรู้ว่าเป้าหมายมีผู้ปกป้องที่น่ากลัวที่สุดในแคว้นฉินอยู่เคียงข้าง
พวกเขาพยายามจะถอยหนี แต่เซียวจ้านหาได้ปล่อยให้เหยื่อหลุดรอด
เงาร่างของท่านอ๋องเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งภูตพราย
เพียงพริบตาเดียว เลือดสีแดงฉานก็สาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าข้างทางโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องโหยหวน
มู่หว่านชิงมองแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยกลิ่นอายเลือดของสามีในนาม
หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและระแวดระวังมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
นางไม่เคยคิดเลยว่า... ในยามที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม บุรุษผู้เย็นชาและระแวงนางมาตลอดผู้นี้ จะเลือกมาปรากฏตัวในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะราวกับคำนวณไว้แล้ว
เซียวจ้านเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทีเรียบเฉย ราวกับเมื่อครู่เขาเพียงแค่ปัดกวาดฝุ่นละออง ไม่ใช่การสังหารหมู่
เขาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้รถม้า
ก่อนจะยื่นมือหนาที่มีรอยด้านจากการจับดาบมาตรงหน้ามู่หว่านชิง
ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองนางด้วยความล้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึง
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของสตรีผู้หยิ่งทะนง
"เจ้ายังเก่งกาจไม่เปลี่ยน... แต่วันหลัง หากยังกล้าอาจหาญเดินทางโดยไม่บอกกล่าวข้าเช่นนี้อีก..."
เซียวจ้านหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย
รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความอันตรายและแววตาคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุดันถูกเผยออกมาอย่างชัดเจน
"...ข้าจะขังเจ้าไว้บนเตียงในห้องนอนของข้า จนกว่าเจ้าจะเดินเหินไม่ไหวเลยทีเดียว ฮูหยินของข้า"
มู่หว่านชิงชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกทันทีเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางเพื่อเชยขึ้นสบตา
ทว่าในวินาทีที่หัวใจของนางกำลังจะเต้นระส่ำด้วยความสับสนและระaอ
เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากนับร้อยก็ดังสนั่นกึกก้องมาจากเบื้องหลังทิศทางเมืองหลวง
ธงประจำกองทัพหลวงสลักอักษร 'เซียว' โบกสะบัดท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สว่างวาบทั่วท้องฟ้า
พร้อมกับราชโองการลับสีทองอร่ามในมือของขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ ที่ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขาด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด
"ท่านอ๋อง... พระบาททรงมีรับสั่งด่วน ให้ท่านนำตัวฮูหยินเอกเข้าเฝ้าท้องพระโรงกลางดึกคืนนี้ทันที โดยไม่อนุญาตให้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์..."
ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 13
เงาพ면ที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!