กลิ่นกำยานไป๋ถานลอยอวลผสมผสานกับคาวเลือดจางๆ ภายในห้องโถงใหญ่จวนอ๋อง บรรยากาศกดดันจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังคล้ายจะถูกแช่แข็งให้ติดอยู่ริมฝีปาก
"ข้าไม่ได้ทำ... ข้าถูกใส่ร้าย!"
เสียงกรีดร้องของลี่อินดังแหลมขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นางในชุดผ้าแพรปักลายบุปผาร่วงโรยยามนี้หลุดลุ่ย ใบหน้าที่เคยประทินโฉมงดงามบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว ร่างทั้งร่างสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
มู่หว่านชิงนั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง มือเรียวบางกำลังบรรจงประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ จิบร้อนๆ ของชาหลงจิ่งอย่างไม่รีบร้อน สายตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองผู้สมรู้ร่วมคิดอีกสามคนที่ถูกกดร่างคุกเข่าเรียงรายเบื้องหน้า หนึ่งในนั้นคือพ่อบ้านหลี่ผู้กุมบัญชีลับของจวน และอีกสองคนคืออนุภรรยาจากตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่ลักลอบส่งข่าวกรอง
"ใส่ร้ายหรือ?" มู่หว่านชิงทวนคำ น้ำเสียงหวานใสแต่นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ นางวางถ้วยชาลงกระทบโต๊ะเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องบาดลึกในความรู้สึกของทุกคน "บัญชีลับการเงินที่เจ้าแอบติดต่อกับตระกูลสุมารวมถึงจดหมายลับที่ประทับตราประจักษ์ชัด... ลี่อิน เจ้ายังกล้าเอ่ยคำว่าถูกใส่ร้ายออกมาได้อีกหรือ"
"ฮูหยินเอก... ท่านอย่าได้ใจนัก!" ลี่อินแผดเสียงด้วยความเคียดแค้น นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองมู่หว่านชิงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ท่านก็แค่สตรีที่โชคดีได้แต่งเข้ามา ท่านคิดว่าโค่นข้าได้แล้วจะปลอดภัยหรือ ฮ่องเต้ไม่มีทางปล่อยจวนอ๋องที่กุมกำลังทหารครึ่งประเทศไว้แน่!"
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว ลี่อินหน้าหันไปตามแรงปะทะ ร่างเซถลาล้มลงกับพื้น เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก แต่มิใช่ฝืมือของมู่หว่านชิง หากแต่เป็นร่างสูงใหญ่ของเซียวจ้านที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบดั่งพญายม
ท่านอ๋องในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นทอง แววตาคมกริบดرดดดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อคู่นั้นเย็นเยียบจนน่ากลัว รัศมีกดดันแผ่ซ่านไปทั่วสารทิศจนเหล่าองครักษ์ยังต้องก้มหน้าหลบสายตา
"ปากดีนัก" เซียวจ้านเอ่ยเสียงต่ำ ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาด "คนของตระกูลซูสมคบคิดกับกบฏ โทษสถานเดียวคือประหารเจ็ดชั่วโคตร ลี่อิน เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาเอ่ยนามเบื้องสูงในเรือนหลังแห่งนี้"
ลี่อินตัวสั่นเทิ้มจนแทบสิ้นสติ นางรู้แล้วว่าในยามนี้ ต่อให้มีอำนาจใดหนุนหลัง ก็ไม่อาจเทียบเท่าความเด็ดขาดของบุรุษผู้ยืนอยู่ตรงหน้าได้อีกแล้ว อำนาจของเซียวจ้านในราชสำนักยามนี้พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด หลังจากการกวาดล้างกลุ่มขุนนางฉ้อฉลเมื่อยามรุ่งสาง ไม่มีผู้ใดกล้าขวางทางเขาแม้แต่ครึ่งคำ
มู่หว่านชิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายกระโปรงผ้าไหมสีม่วงอ่อนทิ้งตัวลงอย่างงดงาม นางเดินเข้าไปใกล้บุรุษผู้เป็นสามี เอื้อมมือเรียวแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขาเพื่อส่งสัญญาณให้ใจเย็นลง เซียวจ้านที่เพิ่งแผ่รังสีอำมหิตใส่คนรอบข้าง กลับผ่อนคลายลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากปลายนิ้วของนาง นัยน์ตาที่เคยกราดเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงและอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด—มีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถสยบพยัคฆ์ร้ายตัวนี้ได้
"ท่านอ๋อง" มู่หว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "คนเหล่านี้ให้ทางการรับช่วงต่อเถอะค่ะ ความผิดฐานกบฏและสมคบคิดกับต่างแคว้น มีบทลงโทษที่ชัดเจนตามกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว การให้พวกเขาไปชดใช้กรรมในคุกใต้ดิน ย่อมสาสมกว่าการลงทัณฑ์ด้วยมือของเราเอง"
เซียวจ้านก้มมองภรรยาเอกผู้ฉลาดล้ำเลิศ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความดุร้ายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเอ็นดูระคนพึงใจ "ตามใจเจ้าทุกอย่าง หว่านชิง"
เขาหันไปพยักหน้าให้องครักษ์เงา "ลากตัวไป ขังคุกใต้ดิน รอวันประหารทั้งหมด!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่นักโทษถูกลากตัวออกไปจากห้องโถง กลิ่นอายความตายจางลงหลงเหลือไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่จวนอ๋องอีกครั้ง ทว่าอำนาจที่แท้จริงหาได้หยุดอยู่เพียงการกวาดล้างในเรือนหลังไม่
ในขณะที่มู่หว่านชิงกำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปพักผ่อน เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านใหญ่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับร่างที่หอบหายใจสะท้านด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! ฮูหยิน!" พ่อบ้านใหญ่คุกเข่าลงแทบเท้า ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ "มี... มีราชสำนักส่งราชสาส์นด่วนที่สุดมาถึงหน้าประตูจวนพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจ้านขมวดคิ้วมุ่น รับม้วนกระดาษประทับตราหยกมังกรทองมาจากมือพ่อบ้าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรด้านในเพียงไม่กี่บรรทัด ทว่ารังสีอำมหิตที่เพิ่งจางหายไปกลับพุ่งทะยานขึ้นสูงยิ่งกว่าเดิมจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
มู่หว่านชิงสังเกตเห็นความผิดปกติ นางก้าวเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา "มีเรื่องอันใดหรือคะ?"
เซียวจ้านเงยหน้าขึ้น สบตากับนางด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการลับ... แต่งตั้งให้เจ้าเป็น 'ทูตสันถวิตรอมชอม' เดินทางไปเจรจาสงบศึกยังชายแดนแคว้นเป่ยทันทีในคืนนี้"
มู่หว่านชิงชะงักงัน รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะ
นั่นไม่ใช่ราชריสการแต่งตั้งธรรมดา... แต่มันคือตั๋วเที่ยวเดียวที่ถูกส่งมาเพื่อแยกนางออกจากอ้อมแขนของเซียวจ้าน และส่งตรงเข้าสู่ค่ายกลมรณะที่แดนเหนือ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 25
การลงทัณฑ์แห่งจวนอ๋อง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!