ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 24

ถ้วยชาอาบยาพิษที่ถูกยกขึ้นจิบ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
“หากองค์ชายรองทรงพระsราชทานความกรุณาถึงเพียงนี้ หม่อมฉันผู้เป็นเพียงสตรีในเรือนหลัง ไฉนเลยจะกล้าอาจหาญปฏิเสธน้ำพระทัยเล่าเพคะ” ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกขาวสะอาดสะอ้านประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเซลาดอนลายครามไว้อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก ทว่าดวงตากลับพินิจพิจารณาของเหลวสีอำพันเข้มข้นที่ส่งกลิ่นอายแปลกประหลาดเจือจางลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะนาสิกอย่างเงียบเชียบ มู่หว่านชิงกวาดสายตาผ่านไอน้ำที่ลอยกรุ่นขึ้นสู่เบื้องบน แววตาคู่คมปลาบฉายประกายความเยียบเย็นวับวามดั่งผืนน้ำนิ่งสนิท ทว่าลึกลงไปกลับซ่อนเร้นคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกรากเอาไว้จนน่าสะพรึงกลัว ภายในตำหนักรับรองฝั่งตะวันออก บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันที่ถูกกดทับเอาไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุภาพเรียบร้อย องค์ชายรองผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายและรอยยิ้มเยาะหยัน ทรงทอดพระเนตรมองฮูหยินเอกแห่งจวนท่านอ๋องผู้เลื่องลือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งชื่นชมในความงามอันเฉิดฉายและชิงชังในสติปัญญาที่มักจะขัดขวางแผนการของพระองค์อยู่ร่ำไป “ฮูหยินมู่ทรงปรีชาสามารถเป็นเลิศ ข่าวลือเรื่องความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และกลยุทธ์ของเจ้า มิใช่เรื่องเกินจริงเลยแม้แต่น้อย” องค์ชายรองตรึงสายตาไว้ที่ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีมุก ทรงยกถ้วยชาของพระองค์ขึ้นจิบเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “ชาจอกนี้ เป็นชาชั้นดีที่ส่งตรงมาจากแคว้นทางใต้ ข้าเพียงต้องการให้เจ้าได้ลิ้มลองเพื่อเป็นเกียรติแก่การมาเยือนในวันนี้เท่านั้น ไฉนจึงต้องทรงลังเลนานถึงเพียงนั้นเล่า” “เกียรติอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ หม่อมฉันเกรงว่าบ่าอันบอบบางนี้จะรับไว้ไม่ไหวเพคะ” มู่หว่านชิงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังทว่ากลับทรงพลังจนคู่สนทนาชะงักงัน นางขยับข้อมือเล็กน้อย ราวกับกำลังชื่นชมลวดลายบนถ้วยชา “อีกอย่าง… ยาพิษ ‘สลายโลหิตหิมะพันลี้’ ชนิดนี้ มีรสชาติฝาดเฝื่อนเป็นเอกลักษณ์ ทว่ากลับมีกลิ่นหอมหวานของดอกกะท่อมป่าเจือปนอยู่จางๆ องค์ชายรองทรงรอบคอบถึงเพียงนี้ ไฉนจึงเลือกใช้ชาชั้นดีมากลบเกลื่อนกลิ่นอายที่น่ารังเกียจเช่นนี้เล่าเพคะ ไม่เสียดายใบชาล้ำค่าเหล่านั้นบ้างหรือ” สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มบนพระพักตร์ขององค์ชายรองก็แข็งค้างในทันที บรรยากาศรอบกายพลันดิ่งฮวบลดลงจนเยือกเย็นราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างยามเหมันต์ เหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดต่างขยับตัวพร้อมชักกระบี่ออกจากฝักในเสี้ยววินาที ทว่ามู่หว่านชิงหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยังคงแย้มยิ้มอย่างงดงาม ราวกับบุปผาที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางพายุฝน “เจ้า!” องค์ชายรองทรงตบโต๊ะไม้แกะสลักเสียงดังสนั่น สายตาที่ทอดมองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดและรอยสังหารที่ปิดไม่มิด “ปากกล้าเกินไปแล้ว! มู่หว่านชิง เจ้าคิดว่ามีท่านอ๋องหนุนหลังอยู่แล้วจะไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้าอย่างนั้นรึ? หรือเจ้าคิดว่าคำพูดพล่อยๆ ของเจ้าจะสามารถพลิกสถานการณ์ในยามนี้ได้!” “หม่อมฉันไม่เคยคิดจะพลิกสถานการณ์อันใดเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่… พูดความจริง” มู่หว่านชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรกับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว รังสีอำนาจและความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรนั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับร้อยครั้ง “ท่านอ๋องของหม่อมฉันอาจจะมิใช่คนใจบุญสุนทาน แต่พระองค์ทรงเกลียดชังที่สุดคือพวกที่เล่นตลกสกปรกอยู่เบื้องหลัง หากวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับหม่อมฉันในตำหนักของพระองค์ องค์ชายรองคิดว่า… กองทัพพยัคฆ์ทมิฬสามแสนนายที่ชายแดน จะยังคงนั่งนิ่งดูดายอยู่เฉยๆ โดยไม่ยกพลมาเยือนเมืองหลวงสักรอบหรอกหรือเพคะ?” คำขู่ที่แฝงไว้ด้วยคมมีดอาบยาพิษเล่มนี้ พุ่งตรงเข้าจุดตายขององค์ชายรองอย่างแม่นยำ แคว้นฉินในยามนี้เปรียบเสมือนกระจกที่ร้าวราน ฮ่องเต้ทรงพระระแวงอำนาจทหารในมือของท่านอ๋องเซียวจ้านมาโดยตลอด หากเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นเพราะเรื่องการลอบสังหารฮูหยินเอกในจวนอ๋อง องค์ชายรองย่อมกลายเป็นแพะรับบาปที่ถูกกำจัดทิ้งเพื่อรักษาเสถียรภาพของบัลลังก์เป็นคนแรกอย่างแน่นอน พระพักตร์ขององค์ชายรองซีดเผือดลงชั่วขณะ พระหัตถ์ที่ถือถ้วยชากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะขาดผึ่ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก “ดูท่าทาง… ตำหนักขององค์ชายรองในวันนี้ จะมีแขกผู้มีเกียรติมาเยือนจนครึกครื้นเกินไปกระมั้งพ่ะย่ะค่ะ” สุ้มเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจดั่งพญายมที่ก้าวออกมาจากขุมนรกดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองด้วยฝีมือประณีตปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตู รัศมีแห่งความดุร้ายและอำนาจกดดันแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ เซียวจ้านกวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดมองไปที่องค์ชายรอง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของภรรยาตัวน้อยที่ยังคงนั่งถือถ้วยชาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ดวงตาคู่นั้นมิได้มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงความลุ่มลึก ความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น และประกายความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาอย่างเงียบเชียบยามเมื่อสบตากับนาง เซียวจ้านก้าวเข้าไปใกล้ภรรยาของตนอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ปลายน้ายอุ่นหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่ถือถ้วยชาเอาไว้ ก่อนจะออกแรงกดเบาๆ เพื่อบังคับให้นางลดถ้วยลง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนในห้อง “หว่านเอ๋อร์… เหตุใดเจ้าจึงมานั่งดื่มชารสชาติจืดชืดเช่นนี้อยู่ที่นี่” สุ้มเสียงของเซียวจ้านอ่อนลงจนคนละคนกับยามที่สนทนากับองค์ชายรอง มู่หว่านชิงช้อนตาขึ้นมองสามีของนาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางวางถ้วยชาเจ้าปัญหานั้นลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบกันเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะหยอกเย้าเล็กน้อย “หม่อมฉันเพียงแต่มารับฟัง ‘น้ำพระทัย’ อันล้ำค่าขององค์ชายรองเท่านั้นเพคะท่านอ๋อง… ทว่าน่าเสียดาย ที่ชาจอกนี้มีรสชาติฝาดเฝื่อนเกินกว่าที่หม่อมฉันจะกล้าลิ้มลอง” เซียวจ้านปรายตามองถ้วยชาใบนั้นแวบหนึ่ง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น พระองค์ทรงหันไปแย้มสรวลให้องค์ชายรองด้วยท่าทีที่ทำให้อีกฝ่ายสันหลังวาบ “เช่นนั้น… หม่อมฉันในฐานะสามี คงต้องช่วยภรรยาแบ่งเบา ‘น้ำพระทัย’ อันหนักหน่วงนี้เสียหน่อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำพูดนั้น ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพก็ยื่นมือไปหยิบถ้วยชาอาบยาพิษที่มู่หว่านชิงเพิ่งวางลงเมื่อครู่ขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างไม่แยแส และก่อนที่ผู้ใดในห้องจะทันได้เปล่งเสียงห้ามปราม— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%