กลิ่นอายกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลเคล้าคลออยู่เบื้องพระพักตร์ ท้องพระโรงใหญ่ประดับประดาด้วยแพรไหมปักดิ้นทองอร่ามตา ทว่าความโอ่อ่าวิจิตรบรรจงนี้กลับมิอาจกลบเกลื่อนกระแสเชี่ยวกรากใต้ผิวน้ำที่กำลังซัดสาดเข้าหากันได้แม้แต่น้อย
"ฮูหยินเอกจวนท่านอ๋อง... มู่หว่านชิง เสด็จเข้าเฝ้า!"
เสียงขันทีหน้าพระพักตร์ขานรับกังวานก้อง สะท้อนไปตามเสาไม้จันทน์หอมแกะสลักวิจิตร ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่พุ่งตรงมายังร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดซ้อนชั้น ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี ท่วงท่าการก้าวเดินเยื้องย่างสง่างามราวกับเทพธิดาผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรพรหมต่อสายตาพิฆาตของเหล่าขุนนางและสนเอกนับสิบที่นั่งเรียงรายอยู่เบื้องสูง
มู่หว่านชิงกอบกุมมือไว้ข้างลำตัวอย่างสงบเสงี่ยม ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างพอเหมาะ ยามนี้ในใจนางมิได้รู้สึกตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับมองเห็นหมากกระดานนี้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด แผนการที่นางวางไว้ร่วมกับเซียวจ้านในค่ำคืนก่อนกำลังดำเนินไปอย่างไร้ที่ติ
"ถวายพระพรฮ่องเต้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ" มู่หว่านชิงย่อกายลงถวายความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ ตามธรรมเนียมของสตรีสูงศักดิ์ทุกประการ
ฮ่องเต้แคว้นฉินประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร ทอดพระเนตรสตรีเบื้องล่างด้วยแววตาครุ่นคิดลึกล้ำ ภายในพระ The ทรงรู้ดีว่าสตรีผู้นี้เพิ่งสร้างคลื่นลมในจวนท่านอ๋องจนปั่นป่วน ทั้งยังฉลาดเป็นกรดจนองค์ชายรองและสนเอกตระกูลจ้าวถึงกับตกม้าตายมาแล้วหลายครา
"ลุกขึ้นเถิด... วันนี้เจ้ามาเยือนท้องพระโรงพร้อมกับข่าวใหญ่เรื่องการถวายฎีกาตรวจสอบคลังสินค้ากองทัพ ไม่นึกเลยว่าฮูหยินที่วันๆ เอาแต่เก็บตัวในเรือนเช่นเจ้า จะมีความสนใจในเรื่องบ้านเมืองปานนี้" พระสุรเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยการหยั่งเชิงและกดดัน
สนเอกจ้าวอวี้หลาน ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างพระพักตร์แย้มสรวลหยันขึ้นทันที นางปรายตามองมู่หว่านชิงด้วยความดูแคลน พร้อมเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยนแต่วาจาเชือดเฉือน "นั่นสิเพคะ ฮูหยินมู่... เรื่องราชกิจแผ่นดิน สตรีในห้องหออย่างพวกเราสมควรอยู่ส่วนหลังบ้าน การก้าวก่ายเรื่องทหารและคลังหลวง เกรงว่าจะเกินขอบเขตหน้าที่ไปกระมังเพคะ หรือว่าท่านอ๋องทรงใช้ให้เจ้ามาเป็นกระบี่มือสองเพื่อเล่นงานผู้อื่นกันแน่?"
คำพูดนี้ดุจลูกธอาบยาพิษ พุ่งเป้าเพื่อโยนความผิดให้เซียวจ้านผู้เป็นสามีทันที ทว่ามู่หว่านชิงกลับมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากดั่งดอกไม้แรกแย้งยามเช้า
"ทูลสนเอกจ้าว หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีหลังบ้าน ย่อมไม่กล้าก้าวก่ายราชกิจแผ่นดินตามที่พระองค์ตรัสเตือน..." มู่หว่านชิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วพริบตา ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทรงพลัง "ทว่า... สิ่งที่หม่อมฉันนำมากราบทูลในวันนี้ มิใช่เรื่องการเมืองการปกครอง แต่เป็น 'บัญชีสมุนไพรและเวชภัณฑ์' ที่ใช้ในกองทัพพิทักษ์ชายแดนต่างหากเพคะ"
สีพระพักตร์ของฮ่องเต้เปลี่ยนไปเล็กน้อย องค์ชายรองที่นั่งอยู่ฝั่งขวาถึงกับขมวดคิ้วแน่น
"บัญชีเวชภัณฑ์รึ?" ฮ่องเต้ทวนรับ
"เพคะ" มู่หว่านชิงก้าวออกไปเบื้องหน้าอีกครึ่งก้าว นางโบกมือให้สาวใช้คนสนิทก้าวขึ้นมาพร้อมกับหีบไม้จันทน์หอมสลักลาย ก่อนจะเปิดออกเผยให้เห็นสมุดบัญชีเล่มหนา "หม่อมฉันในฐานะแพทย์หญิงผู้ตรวจการโรงพยาบาลสนาม ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติของการจัดส่งยารักษาโรคให้แก่ทหารกล้า ปรากฏว่ายาส่วนใหญ่ถูกสับเปลี่ยนเป็นสมุนไพรคุณภาพต่ำ ปนเปื้อนความชื้นจนเน่าเสีย ขณะที่งบประมาณหลวงเบิกจ่ายไปราคาสูงลิ่ว... หม่อมฉันจึงสงสัยว่า ส่วนต่างมหาศาลเหล่านี้ 'บิน' ไปตกอยู่ในกระเป๋าของผู้ใดกันแน่เพคะ?"
สิ้นคำพูดนี้ ท้องพระโรงพลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า เหล่าขุนนางต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา บรรยากาศกดดันพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเส้นทางสายนี้เชื่อมโยงไปถึงสำนักตระกูลขุนนางใหญ่ฝ่ายสนับสนุนองค์ชายรอง!
องค์ชายรองผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยว "เหลวไหล! ฮูหยินมู่ เจ้ากล้ากล่าวหาขุนนางราชสำนักลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานเช่นนี้ รนหาที่ตายนัก!"
มู่หว่านชิงมิได้สะท้าน นางปรายตามององค์ชายรองด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ความหวาดกลัว "องค์ชายรองทรงร้อนพระทัยเร็วจنเกินไปกระมังเพคะ? หม่อมฉันยังมิได้เอ่ยชื่อผู้ใดเลย เหตุใดพระองค์จึงร้อนรนราวกับร้อนตัวเช่นนี้เล่า หรือว่า... เบื้องหลังการยักยอกเสบียงและเวชภัณฑ์ทหารในครั้งนี้ จะมีเจ้านายชั้นสูงคอยชักใยอยู่จริงๆ?"
ประโยคนี้ดุจคมมีดกรีดแทะกลางใจดำ องค์ชายรองถึงกับพระพักตร์เผือดสี ทรงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "สามหาว! เจ้ากล้ากล่าวหาองค์ชายเช่นนี้เชียวรึ เสด็จพ่อ..."
"พอได้แล้ว!"
สุรเสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ตรัสขัดขึ้น ทรงทอดพระเนตรมู่หว่านชิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน พระองค์ไม่คาดคิดเลยว่าสตรีตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว จะกล้าใช้เวชภัณฑ์กองทัพมาเป็นหมากตบหน้าฝ่ายองค์ชายรองกลางท้องพระโรงได้อย่างแยบยลและไร้ช่องโหว่เช่นนี้ หลักฐานในมือของนางแน่นหนาเกินกว่าจะปัดตกได้โดยง่าย
มู่หว่านชิงค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ภายใต้ความสำรวม นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก หมากตานี้บังคับให้ฮ่องเต้ต้องทรงตรวจสอบเพื่อรักษาพระพักตร์ และตัดกำลังของฝ่ายองค์ชายรองไปในตัว โดยที่เซียวจ้านสามีของนางไม่ต้องออกโรงเองแม้แต่ครึ่งส่วน
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความกล้าหาญของฮูหยินเอกจวนท่านอ๋อง ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเบื้องพระบาท พร้อมกับม้วนพระราชโองการลับฉบับหนึ่งในมือที่สั่นเทา
"ทูลฝ่าบาท... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองทัพพิทักษ์ชายแดนทางเหนือ... ส่งม้าเร็วมาแจ้งด่วนว่า ท่านอ๋องเซียวจ้าน... ทรงถูกกองกำลังปริศนาซุ่มโจมตี และขาดการติดต่อ1ไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หัวใจของมู่หว่านชิงกระตุกวูบ รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้าง ร่างระหงที่เคยยืนหยัดมั่นคงกลับชาดิกไปทั่วสรรพางค์ ท่ามกลางเสียงฮือฮาที่ดังระเบิดขึ้นทั่วท้องพระโรง!
*ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ*
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 11
ก้าวแรกสู่วังหลวง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!