ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 22

กับดักล่อเสือออกจากถ้ำ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
"หากแผนการนี้เกิดข้อผิดพลาดแม้เพียงครึ่งส่วน ศีรษะบนบ่าของเจ้าก็จะมิอาจอยู่ประดับกายได้อีกต่อไป มู่หว่านชิง... เจ้าช่างกล้าดียิ่งนักที่เอาชีวิตของตนเองมาล้อเล่นกับไฟโลกันตร์เช่นนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องลับใต้เรือนพัก เซียวจ้านในชุดคลุมผ้าแพรสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความกรุ่นโกรธระคนห่วงหา เส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับบ่งบอกว่าความอดทนของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นกำลังจะขาดผึ่ง มู่หว่านชิงมิได้สะทกสะท้านต่อนัยน์ตาดุร้ายคู่นั้นแม้แต่น้อย นางกำลังใช้พู่กันขนสัตว์แตะหมึกจีนอย่างบรรจงเพื่อเขียนอักษรลงบนแผ่นกระดาษสา ปลายเล็บเรียวดั่งลำเทียนประดับด้วยสีชาดสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม นางวางพู่กันลงช้าๆเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นฉินด้วยรอยยิ้มบางเบาราวกับผิวน้ำในฤดูใบไม้ร่วง "ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วเพคะ..." หว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใส "เสือหากอยากได้ลูกเสือ ย่อมต้องยอมเข้าไปในถ้ำเสือ... แต่ในเมื่อหม่อมฉันไม่อยากให้มือของตนเองต้องแปดเปื้อนเลือดสุนัขรับใช้พวกนั้น การยืมมือผู้อื่นมากำจัดทิ้ง ย่อมเป็นหมากที่คุ้มค่ากว่าไม่ใช่หรือเพคะ?" "แต่เหยื่อล่อในครั้งนี้คือตัวเจ้าเอง!" เซียวจ้านก้าวพรวดเดียวมาประชิดร่างบาง มือหนาดั่งคีมเหล็กคว้าเข้าที่ข้อศอกของนางโดยไม่ยอมออมแรง ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความระอุร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง "เจ้าคิดว่าหลุมพรางที่เจ้าขุดขึ้นมา จะปลอดภัยจากเงื้อมมือขององค์ชายรองและสายตาของเสด็จพ่อจริงๆ งั้นรึ? ลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าตอนนี้มีคนนับร้อยที่จ้องจะถลกหนังหัวใจของเจ้า!" หว่านชิงสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวปะปนกับกลิ่นสนเข็มและจันทร์หอมโชยเข้าจมูก นางมิได้ดิ้นรนขัดขืน ปล่อยให้เขากักขังร่างตนไว้ระหว่างโต๊ะไม้จันทน์กับแผงอกกำยำที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามแรงอารมณ์ นางรู้ดี... ความโกรธเกรี้ยวเหล่านี้มิได้เกิดจากความแค้นเคือง แต่เกิดจากความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ "ถ้าหม่อมฉันไม่ทำเช่นนี้... แผนการล่อหนอนบ่อนไส้ออกมาจากรังใหญ่ในคืนเทศกาลโคมไฟคงไม่มีทางสำเร็จ" หว่านชิงเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านอ๋องทรงรอคอยเวลานี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ? โอกาสที่จะได้ถอนรากถอนโคนกลุ่มอำนาจเก่าขององค์ชายรอง หม่อมฉันเพียงแค่... ยื่นสะพานให้ท่านเดินข้ามได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง" เซียวจ้านจ้องมองดวงหน้าเนียนนุ่มที่ประดับรอยยิ้มเยหยันโชคชะตา หัวใจของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกระตุกวูบอย่างรุนแรง สตรีผู้นี้ช่าง... ดื้อรั้นและอาจหาญเกินไปแล้ว นางมิใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความเมตตาจากสามี นางคือหมากตัวสำคัญที่เดินเกมล้ำหน้าเขาไปหลายก้าวเสมอ "เจ้ามัน... ปีศาจตัวน้อยที่เกิดมาเพื่อผลาญอกฉันชัดๆ" เซียวจ้านพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแนบแน่นจนกระดูกแทบจะหลอมรวมกัน แรงอารมณ์ที่อัดอั้นผสานความห่วงหาอาทรทำให้วงแขนแกร่งสั่นเทาเล็กน้อย "คืนนี้... เทศกาลโคมไฟร้อยดวงจะสว่างไสวที่สุดในรอบปี" หว่านชิงกล่าวเสียงพร่าขณะซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา สูดกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยท่ามกลางพายุการเมือง "และมันจะเป็นคืนที่พวกมัน... จะต้องชดใช้" *** บรรยากาศยามค่ำคืนในย่านการค้าหลวงแคว้นฉินเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับหมื่น โคมไฟกระดาษนับแสนดวงส่องแสงสว่างไสวระยิบระยับราวกับดวงดาวบนผืนดิน กลิ่นหอมของขนมแป้งทอด ควันธูปจากศาลเจ้า และเสียงดนตรีบรรเลงจากหอนางโลมดังเคล้าคลอไปทั่วสารทิศ ผู้คนต่างสวมหน้ากากแฟนซีหลากหลายรูปแบบเดินเบียดเสียดกันเพื่อชมการแสดงเชิดมังกรไฟ มู่หว่านชิงในชุดฮั่นфуสีขาวปักลายดอกโบตั๋นสีชาด สวมหน้ากากจิ้งจอกสีทองปกปิดครึ่งใบหน้า ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าท่ามกลางฝูงชน โดยมีลี่อินที่ถูกบังคับให้ปลอมตัวเป็นสาวใช้คอยเดินตามหลังด้วยอาการตัวสั่นเทา ลี่อินในยามนี้มิหลงเหลือความเย่อหยิ่งจองหองเช่นในเรือนพักอีกต่อไป แววตาของนางฉายแววหวาดผวาหวาดระแวงไปทั่วทุกทิศทาง "ฮ... ฮูหยินเอก เจ้าค่ะ..." ลี่อินกระซิบเสียงสั่นเครือขณะดึงชายเสื้อของหว่านชิง "เหตุใดเราจึงต้องเดินมายังตรอกมืดๆ นี้ด้วยเล่าเจ้าคะ? บ่าว... บ่าวรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย" หว่านชิงหยุดเดินช้าๆ หมุนตัวกลับมามองอนุภรรยาจอมมารยาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก "เจ้ากลัวอันใดหรือลี่อิน? หรือว่า... เจ้ารู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นพิเศษ?" "บ... บ่าวจะไปคุ้นเคยได้อย่างไรกันเจ้าคะ!" ลี่อินรีบปฏิเสธเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "บ่าวเป็นเพียงอนุในเรือน จะกล้ามาเดินตรอกเปลี่ยวเช่นนี้ได้อย่างไร" "หึ..." หว่านชิงหัวเราะในลำคอเบาๆ กิริยาท่าทางช่างสง่างามเย้ายวน ทว่าแฝงด้วยไอสังหารที่ทำให้อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันที "ถ้าเช่นนั้น... เจ้าคงจะอธิบายได้กระมัง ว่าเหตุใดจดหมายนัดหมายการส่งมอบบัญชีลับของกองทัพจึงถูกส่งไปยังมือขององค์ชายรอง โดยมีลายมือที่คุ้นเคยยิ่งของใครบางคนประทับอยู่?" ร่างของลี่อินแข็งทื่อดั่งถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ความจริงถูกเปิดโปงออกมาอย่างไร้ความปรานี หว่านชิงมิได้โง่เขลา นางรู้ทันแผนการงูพิษของอนุผู้นี้มาโดยตลอด เพียงแต่รอเวลาที่จะตลบหลังให้เจ็บแสบถึงทรวงในเท่านั้น "เจ้า... ฮูหยิน... ท่านรู้..." ลี่อินถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ใช่ ข้ารู้... และข้าก็กำลังรอให้สุนัขรับใช้ที่เจ้านัดแนะไว้... ก้าวออกมาต้อนรับเหยื่อเช่นข้าอยู่นี่อย่างไรเล่า!" สิ้นคำพูดของมู่หว่านชิง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของตรอกแคบ เงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดดำปิดบังใบหน้าถือดาบเล่มโตสะท้อนแสงไฟวับวาวก้าวออกมาปิดตายเส้นทางหนีทั้งสองด้าน กลิ่นอายความตายโชยคละคลุ้งมากับสายลมหนาว ลี่อินกรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะล้มพับลงไปกองกับพื้น ทว่ามู่หว่านชิงกลับยืนหยัดอย่างสง่างาม นางป้องมือประสานกันไว้ที่หน้าท้อง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้เหนือกว่า แม้เบื้องหน้าจะเป็นคมดาบที่พร้อมปลิดชีพ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ เงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากแถวหน้า มือหนากำด้ามกระบี่แน่น นัยน์ตาคู่นั้นมองทะลุหน้ากากจิ้งจอกของนางด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "มู่หว่านชิง... ในที่สุดเจ้าก็รนหาที่ตายเอง ช่างน่ายกย่องในความโง่เขลานัก!" หว่านชิงมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "โง่เขลายังงั้นรึ? เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... ว่าผู้ที่กำลังจะเดินเข้าสู่หลุมศพในคืนนี้... คือข้า?" ฉับพลัน! ท้องฟ้าเหนือย่านการค้าก็สว่างวาบด้วยพลุสัญญาณเพลิงสีทองอร่ามที่พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน เสียงฝีเท้านับพันก้าวสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งแผ่นดินไหวจากทุกทิศทุกทาง กองกำลังเกราะดำสนิทของท่านอ๋องเซียวจ้านนับร้อยนายพุ่งเข้าปิดล้อมตรอกแห่งนี้ไว้จนไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างให้มดไต่ เงาร่างสูงสง่าในชุดเกราะเงินยวงประดับลวดลายพญามังกรก้าวผ่านกองทัพทหารเข้ามาอย่างเยือกเย็น นัยน์ตาคมกริบดั่งพญายมจ้องมองกลุ่มคนร้ายด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาทุกคนแทบหยุดหายใจ เซียวจ้านกวาดสายตามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนยิ้มรออยู่ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างนางอย่างองอาจ คนร้ายกลุ่มนั้นหน้าถอดสีทันที พวกมันตกหลุมพรางที่ถูกขุดล่อไว้ตั้งแต่ต้น! ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังสุดของกองทัพทหาร *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นหมากกระดานที่ยอดเยี่ยมและเดินได้งดงามยิ่งนัก... ท่านอ๋องแปด และพระชายาผู้ปราชญ์เปรื่อง" ร่างของบุรุษในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้สวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์ก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะกระชากหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เซียวจ้านและมู่หว่านชิงต้องเบิกตาโพรงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด! "...เป็นไปไม่ได้!" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%