ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 21

พระราชโองการลับกลางดึก

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาผสานกลิ่นชาผู่เอ่อร์เก่าแก่ลอยวนอวลอยู่ในเรือนหลันฮวา ยามนี้รัตติกาลล่วงเข้าสู่ยามสาม (เที่ยงคืนถึงตีสอง) ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วจวนท่านอ๋อง ราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็งไว้ใต้ผืนผ้าใบสีดำสนิท ทว่าภายในห้องหนังสือส่วนตัวของเซียวจ้าน กลับมิได้มีความสงบสุขแม้แต่น้อย เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรห้าเล็บกำลังยืนทอดพระเนตรแผนที่แคว้นฉินที่กางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง ไอสังหารแผ่ออกมาจากรอบกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด มู่หว่านชิงนั่งอยู่บนเก้าอี้บุเบาะขนจิ้งจอกขาว นางสวมชุดนอนผ้าแพรสีมุกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวปักลายดอกโบตั๋นสีแดงชาด ใบหน้ารูปไข่ไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ ทว่ากลับงดงามหยาดเยิ้มจนน่าตื่นตะลึง ดวงตาดอกท้อคู่สวยกวาดมองถ้วยชาในมือ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับสามีในนามผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง "ท่านอ๋องทรงกังวลเรื่องฎีกาถอดถอนอำนาจทหารที่ราชสำนักส่งมาเมื่อวันก่อน หรือเรื่องที่ไทเฮากำลังผลักดันคุณหนูสกุลหลี่ให้ตบแต่งเข้ามารองรับตำแหน่งพระชายารองกันแน่คะ?" น้ำเสียงหวานใสดังกังวานขึ้น ทำลายความเงียบงันในยามวิกาล เซียวจ้านหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มทอประกายซับซ้อน เขาก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนชิด ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้นเบาๆ "เจ้าเป็นภรรชาข้า หรือเป็นหนอนบ่อนไส้ในราชสำนักกันแน่ มู่หว่านชิง... เรื่องในท้องพระโรงผ่านไปไม่ถึงชั่วยาม เหตุใดข่าวสืบถึงมือเจ้าเร็วยิ่งกว่าหน่วยเงาของเปิ่นหวางเสียอีก?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย แต่แววตากลับลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความพึงพอใจในความฉลาดเป็นกรดของนาง มู่หว่านชิงปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเลศนัยจนน่าหมั่นไส้ "หม่อมฉันเป็นฮูหยินเอกของท่านนะเจ้าคะ ย่อมต้องหูตาไวเป็นธรรมดา หากท่านมัวแต่ระแวงหูตาของหม่อมฉัน เกรงว่าคนของตระกูลหลี่คงจะเข้ามานั่งกินตำแหน่งพระชายารองในเรือนหลังนี้ ก่อนที่ท่านจะได้สะสางบัญชีแค้นที่ชายแดนเสียอีก" ทว่า ก่อนที่เซียวจ้านจะทันได้เอ่ยคำใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะที่หน้าห้องหนังสือ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงร้อนรนขององครักษ์ประจำตัวดังลอดเข้ามา เซียวจ้านขมวดคิ้วมุ่น สบตากับมู่หว่านชิงวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอนุญาต "เข้ามา!" ประตูห้องเปิดผางออก องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก บนใบหน้ามีหยาดเหงื่อผุดพรายแม้ในยามอากาศหนาวเหน็บ ข้างกายเขามีขันทีเฒ่าหน้าตาซีดเผือดแต่งกายชุดข้าราชสำนักชั้นผู้ใหญ่ผู้หนึ่งยืนตัวสั่นเทาอยู่ "ถวายบังคมท่านอ๋อง... ถวายบังคมพระชายาพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงโขกศีรษะเสียงดัง "บ่าว... บ่าวได้รับมอบหมายให้นำราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดมาจากขันทีผู้เฒ่าข้างพระกายฮ่องเต้ นำส่งถึงมือท่านอ๋องโดยตรงพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจ้านรับม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองประทับตราหยกมังกรมาจากมือขันที สัมผัสแรกบอกให้รู้ว่าเป็นของแท้ที่ออกจากห้องทรงพระอักษรโดยตรง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขากวาดสายตาอ่านข้อความบนผืนผ้าแพรอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลันดิ่งวูบลงราวกับตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง สีพระพักตร์ของท่านอ๋องผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับปรากฏรอยคล้ายความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยววาบผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที มู่หว่านชิงสังเกตเห็นความผิดปกติ นางขยับกายเข้าไปใกล้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เกิดอะไรขึ้นเพคะ? ในราชโองการว่าอย่างไร?" เซียวจ้านมิได้ตอบคำถามทันที เขายื่นม้วนผ้าแพรนั้นให้นางรับไปอ่านด้วยตนเอง มู่หว่านชิงรับมา กวาดสายตาอ่านข้อความทีละตัวอักษร หัวใจดวงน้อยพลันกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เนื้อความในราชโองการลับฉบับนี้มิใช่เรื่องการถอดถอนอำนาจทหาร หรือการแต่งตั้งพระชายารองอย่างที่คาดการณ์ไว้แต่อย่างใด แต่มันคือพระราชโองการลับ... ที่สั่งให้เซียวจ้านนำกองทัพพิทักษ์ชายแดนเหนือเคลื่อนพลกลับเมืองหลวงอย่างไร้เงื่อนไขภายในเจ็ดวัน โดยอ้างว่าพบกลุ่มกบฏซ่อนตัวอยู่ในกำแพงเมืองชั้นใน และผู้ที่ถูกระบุว่าเป็น "หัวหน้ากบฏ" ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมด หาใช่ใครอื่น... แต่นั่นคือตัวของมู่หว่านชิงเอง! "หึ..." มู่หว่านชิงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาดอกทอสว่างวาบด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและปัญญาอันเฉียบคม "ฮ่องเต้ช่างทรงวางหมากได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ใช้ข้อหา‘กบฏ’เพื่อตัดกำลังทหารของท่านอ๋อง พร้อมกับกำจัดหม่อมฉันไปพร้อมกันในคราเดียว ช่างยิงธนูครั้งเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริงเจ้าค่ะ!" เซียวจ้านก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังโอบกอดย근กายบางไว้ในวงแขนอย่างปกป้อง ไอร้อนจากกายแกร่งแผ่ซ่านเข้ามาตัดความหนาวเหน็บ รอบตัวเขาแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับพญามารที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "เปิ่นหวางไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้องเจ้า แม้แต่ฮ่องเต้บนบัลลังก์นั้นก็ไม่มีสิทธิ์!" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและคำสัญญาที่หนักแน่นดั่งหินผา ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องล้อมรอบเรือนหลันฮวาอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องขององครักษ์หน้าเรือนที่ดังทะลุเข้ามาในความมืด "ท่านอ๋อง! ไม่, ไม่ได้การแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรนับพันนาย นำโดยแม่ทัพอี้... ได้เข้าปิดล้อมจวนท่านอ๋องไว้ทุกด้านแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และการชิงไหวชิงพริบในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%