กลิ่นกำยานไม้กฤษณาจางๆ อบอวลอยู่ในห้องอักษร ทว่าความหนาวเหน็บจากพายุหิมะภายนอกกลับดูเหมือนจะแทรกซึมผ่านบานหน้าต่างไม้สลักลายเข้ามาจับขั้วหัวใจ มู่หว่านชิงวางพู่กันในมือลงพลางถอนหายใจแผ่วเบา นางกำลังจดจ่ออยู่กับการวางกลยุทธ์หมากรุกที่ฮ่องเต้วางไว้เพื่อบีบคั้นอำนาจของตระกูลเซียว แต่น้ำหนักของสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมายังนางอย่างไม่ละไปไหน กลับทำให้สมาธิของนางสั่นคลอนยิ่งกว่าวิกฤตการณ์บ้านเมือง
“ท่านจะจ้องข้าไปถึงเมื่อใดกัน ท่านอ๋อง” มู่หว่านชิงเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่รอยยิ้มมุมปากกลับแฝงความหยอกเย้า “หากกระดาษแผ่นนี้สามารถอ่านความในใจของท่านได้ ข้าคงไม่ต้องเสียเวลามาขบคิดเรื่องพรมแดนเช่นนี้หรอก”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาใกล้จนเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนโต๊ะไม้กฤษณา เซียวจ้านไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาวางถ้วยชาอุ่นที่เพิ่งได้รับจากสาวใช้ลงข้างมือนาง แอนมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับกระบี่มาค่อนชีวิตกุมมือเรียวงามของนางไว้แน่น ไออุ่นที่ส่งผ่านจากฝ่ามือเขาทำให้มู่หว่านชิงชะงัก
“ความในใจของข้า... เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ หว่านชิง” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงของท่านอ๋องผู้เด็ดขาดที่สั่งประหารศัตรูในสนามรบ แต่มันคือเสียงของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังแบกรับความรักอันหนักอึ้ง
มู่หว่านชิงเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่มักจะเย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นในยามนี้กลับไหวระริกราวกับเปลวเทียนต้องลม “ท่านหมายถึงสิ่งใดกันแน่”
เซียวจ้านโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของนาง มืออีกข้างหนึ่งของเขายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา ทะนุถนอมราวกับนางเป็นเครื่องแก้วล้ำค่าที่พร้อมจะแตกสลาย
“ในวันที่ข้าก้าวเข้าสู่สนามรบครั้งแรก ข้าคิดเพียงว่าชีวิตนี้มีไว้เพื่อแผ่นดิน” เซียวจ้านเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความขมขื่น “แต่ในวันที่ข้าได้รับพระราชโองการสมรสกับเจ้า ข้ากลับรู้สึกเหมือนถูกสาป... ข้าเกลียดที่ต้องยอมจำนนต่ออำนาจ แต่ในเวลาเดียวกัน ข้าก็กลับขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเจ้ามาให้ข้า ในวันที่ข้าไม่เหลือใครให้ไว้ใจ เจ้ากลับเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้าง และกล้าพอที่จะตบหน้าข้าในวันที่ข้าหลงระเริงในความอำนาจ”
“ข้าทำเพื่อรักษาจวนนี้ไว้ ไม่ใช่เพื่อท่าน” นางสวนกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พยายามปกปิดความไหวหวั่นในใจ
“เจ้าจะโกหกข้าไปถึงไหน” เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ “ในคืนที่พายุหิมะตกหนักเช่นนี้ เจ้ายังคงนั่งอยู่ตรงนี้ เคียงข้างข้า บนกองเอกสารที่เต็มไปด้วยแผนการชิงบัลลังก์ที่เจ้าไม่จำเป็นต้องเสี่ยงด้วยเลย มู่หว่านชิง... ความรู้สึกที่ข้ามีให้เจ้านั้น มันมากกว่าหน้าที่ มากกว่าความเป็นสามีภรรยาที่ใครกำหนด มันคือลมหายใจ หากต้องเสียเจ้าไปเพื่อรักษาแผ่นดิน ข้าขอเลือกที่จะสูญเสียทุกอย่างเพื่อเก็บเจ้าไว้เพียงคนเดียว”
คำสารภาพนั้นกระแทกเข้ากลางใจของนางราวกับค้อนเหล็ก แม้ในใจจะรู้ดีว่าความรักท่ามกลางกองเพลิงแห่งการแย่งชิงนี้ช่างอันตรายเพียงใด แต่นางกลับไม่สามารถปฏิเสธความอบอุ่นที่แทรกซึมเข้าสู่หัวใจที่เคยเย็นชานี้ได้เลย
นางกำลังจะเอ่ยคำตอบ ทว่าจู่ๆ เสียงเคาะประตูจังหวะประหลาดก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—เสียงสัญญาณลับของหน่วยสืบราชการลับประจำตัวอ๋องที่บ่งบอกถึงภัยพิบัติ
เซียวจ้านผละออกจากนางทันที ใบหน้าที่อ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นดุร้ายและเย็นเยียบดั่งพยัคฆ์ร้ายในยามล่าเหยื่อ เขาขยับกายไปขวางหน้านางไว้โดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเปิดประตูออก
ทหารองครักษ์ผู้หนึ่งยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง ในมือถือม้วนกระดาษประทับตราครั่งสีแดงฉานซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 'หน่วยราชองครักษ์ลับฮ่องเต้'
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ ลี่อิน... นางถูกพบเป็นศพอยู่ในสวนดอกไม้ และในมือของนางกำตราประทับลับของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬไว้แน่น!”
เซียวจ้านและมู่หว่านชิงสบตากันในทันที ความหนาวเหน็บจากภายนอกดูเหมือนจะพุ่งทะลุเข้ามาในห้องอักษรเมื่อนางเหลือบเห็นเงาของใครบางคนที่ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้หน้าจวน—คนผู้นั้นสวมชุดดำสนิทและกำลังง้างคันธนูเล็งมาที่หน้าต่างห้องอักษร
ดอกโบตั๋นพันปีขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์ในบทนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 32
คำสารภาพในคืนหนาว
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!