“หากเจ้าเมืองจ้าวหวังจะมอบสุราจอกนี้ให้ข้าจริง เหตุใดมือนั่นถึงสั่นจนขอบจอกกระทบกับถาดเงินดังระงมเช่นนี้เล่า ท่านเจ้าเมือง?”
เสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของมู่หว่านชิง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโถงรับรองของจวนเจ้าเมืองเป่ยหรง บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนเหล่าข้ารับใช้ต่างก้มหน้ามองพื้น ราวกับจะทำตัวให้เล็กลงจนจางหายไปกับอากาศธาตุ
เจ้าเมืองจ้าวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมชะงักค้าง ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอมบัดนี้ซีดเผือดลงถนัดตา เขาพยายามแค่นหัวเราะกลบเกลื่อน ทว่าดวงตากลับเหลือบมองไปยังเงาร่างหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุลายอย่างร้อนรน
เซียวจ้านที่นั่งอยู่ข้างกายมู่หว่านชิงไม่ได้เอ่ยปากคำใด มือแกร่งของเขาเพียงวางทาบบนพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาคมกริบดั่งกระบี่นับพันเล่มกลับจ้องมองเจ้าเมืองจ้าวไม่วางตา รัศมีอำนาจมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งทำให้อากาศในห้องดูหนักอึ้งจนยากจะหายใจ
“ฮูหยินเอก... ท่านเข้าใจผิดแล้ว” เจ้าเมืองจ้าวรีบวางจอกสุราลง กระทั่งปลายนิ้วยังสั่นระริก “เมืองเป่ยหรงห่างไกลจากเมืองหลวง ข้าเพียงตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับท่านอ๋องและพระชายาเท่านั้น”
มู่หว่านชิงคลี่ยิ้มบาง ทว่าในดวงตาคู่สวยกลับไร้แววขบขัน นางค่อยๆ เลื่อนสายตาผ่านใบหน้าของเขาไปยังจุดอับสายตาหลังฉากกั้น กลิ่นกำยานที่อบอวลอยู่ภายในห้องนี้มิใช่กลิ่นของไม้กฤษณาธรรมดา แต่มันคือ ‘กลิ่นหญ้าจันทราดับสูญ’ ที่นางเคยคลุกคลีในตำราพิษโบราณ มันมักจะถูกนำมาใช้กลบกลิ่นคาวเลือดหรือกลิ่นดินปืนจากคลังอาวุธใต้ดิน
“ท่านบอกว่าตื่นเต้น แต่ข้ากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของ ‘กองทัพที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อราชสำนัก’ อยู่ในจวนแห่งนี้” มู่หว่านชิงขยับตัวเล็กน้อย อาภรณ์สีม่วงอ่อนสะบัดไหวเบาๆ “เมืองชายแดนที่ควรจะสงบสุข เหตุใดจึงมีค่ายกลป้องกันแน่นหนาดุจปราการล้อมคุกหลวงเช่นนี้กันเล่า?”
เซียวจ้านขยับยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา “หว่านชิงพูดถูก... ข้าเองก็นึกสงสัย ว่าเหตุใดในยามวิกาลเช่นนี้ เจ้าเมืองถึงได้เรียกกองกำลังรักษาเมืองไปรวมตัวกันที่ค่ายทิศเหนือโดยไม่แจ้งให้ข้าทราบ ทั้งที่ข้าคือผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแคว้นฉิน”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กระแสกดดันจากเซียวจ้านทำให้เจ้าเมืองจ้าวแทบทรุดลงกับพื้น เขารู้ดีว่าหากวันนี้พยักหน้ายอมรับหรือปฏิเสธผิดพลาดไปเพียงนิด ชีวิตเขาและตระกูลที่สั่งสมมาอาจจบสิ้นลงทันที
“ท่านอ๋อง... เรื่องนี้... มันมีเหตุผลที่อธิบายได้...”
“ไม่ต้องอธิบายหรอก” มู่หว่านชิงขัดขึ้นพลางหยิบปิ่นปักผมทองคำออกมาจากมวยผมอย่างใจเย็น ปิ่นนั้นดูธรรมดาในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับคนเป็นแพทย์อย่างนาง มันคือเข็มพิษที่ถูกดัดแปลงมาอย่างประณีต “เพราะในเมื่อท่านไม่อยากพูด ความจริงก็จะปรากฏเองเมื่อข้าและท่านอ๋องเดินเข้าไปสำรวจใต้ถุนจวนของท่านด้วยตัวเอง”
สิ้นคำนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนชุดดำก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกมืดมิด ทหารองครักษ์ประจำตัวของเซียวจ้านกรูเข้ามาล้อมโถงรับรองไว้ทันที แสงคบเพลิงวูบไหวสะท้อนความตื่นตระหนกในดวงตาของเจ้าเมืองจ้าว
เขารู้ดีว่าไม่อาจยื้อได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจตะโกนลั่น “ฆ่าพวกมัน! อย่าให้ใครออกจากที่นี่ได้!”
ทว่าทันทีที่เสียงสั่งสิ้นสุดลง แทนที่จะเป็นคมดาบจากกองกำลังกบฏ กลับมีเสียง ‘ฉึก’ เบาๆ ของคมมีดที่พุ่งทะลุฉากกั้นไม้ฉลุลายเข้าปักที่กลางอกของเจ้าเมืองจ้าวทันที!
เขาทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีคล้ำไหลทะลักออกมาจากปาก ขณะที่ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง ร่างนั้นคือลี่อิน—อนุภรรยาที่ควรจะถูกกักบริเวณอยู่ที่เมืองหลวง แต่บัดนี้กลับแต่งกายด้วยชุดนักฆ่าสีดำสนิท ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความอาฆาต
“ข้าบอกท่านแล้ว... ว่าท่านมันขยะที่ไร้ประโยชน์จริงๆ ท่านเจ้าเมือง” ลี่อินกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะหันปลายกระบี่ในมือมาทางมู่หว่านชิง “พี่หญิง ท่านโชคดีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่วันนี้... เลือดของท่านจะเป็นเครื่องเซ่นไหว้ให้กับราชบัลลังก์ใหม่!”
เซียวจ้านขยับร่างไปบังหน้ามู่หว่านชิงในเสี้ยววินาที ทว่ามู่หว่านชิงกลับจับข้อมือเขาไว้แน่น แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไร้คลื่นลม
“เจ้าไม่ได้มาคนเดียวใช่ไหม ลี่อิน?” มู่หว่านชิงถามเบาๆ “คนที่หนุนหลังเจ้าอยู่... คือคนในราชสำนักที่ส่งพระราชโองการลับมาหาเจ้าเมืองจ้าวเมื่อสามวันก่อนสินะ”
ลี่อินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะร่า “ฉลาดนัก! แต่สายไปแล้ว ในเมื่อท่านอ๋องก้าวเข้ามาในเมืองนี้ ก็ไม่มีใครรอดออกไปได้ เพราะตอนนี้... เมืองทั้งเมืองถูกล้อมด้วยกองทัพกบฏของข้าแล้ว!”
เซียวจ้านปัดดาบที่พุ่งเข้ามาของลี่อินทิ้งอย่างง่ายดาย ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงสัญญาณแตรดังกึกก้องขึ้นจากภายนอกจวน ไม่ใช่แตรทหารของแคว้นฉิน แต่เป็นเสียงแตรแปลกหูที่บ่งบอกถึงการมาถึงของกองกำลังปริมาณมหาศาลที่ล้อมจวนไว้ทุกทิศทาง
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของมู่หว่านชิงกระตุกวาบ มิใช่กองทัพกบฏภายนอก แต่เป็นเสียงกระซิบข้างหูจากเงาที่โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังของนาง
“ท่านอ๋อง พระชายา... ฝ่าบาททรงรับสั่งให้สังหารพวกท่าน ณ ที่แห่งนี้ โดยไม่ต้องรอการไต่สวน”
ชายปริมาณนับสิบสวมชุดเกราะราชองครักษ์หลวงที่นางจำได้แม่นยำถอดหน้ากากออก... คนผู้นี้คือคนที่ฮ่องเต้ไว้วางใจที่สุด และเขากำลังชี้ปลายกระบี่มาที่คอของเซียวจ้าน!
ดอกโบตั๋นพันปีขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์ในบทนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว!•ตอนที่ 33
เมืองแห่งความลับ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!